โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หมอสุภัทร” เพิ่งรู้ซึ้ง “ระบบอุปถัมภ์” ฝังรากลึก โจทย์สุดหิน พรรคส้มต้องฝ่าไปให้ได้

Thaiger

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

“หมอสุภัทร” ถอดบทเรียนหลังเลือกตั้ง ชำแหละ “ระบบอุปถัมภ์” ฝังรากลึก โจทย์สุดหินที่พรรคส้มต้องฝ่าไปให้ได้

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ “PP101 ตอน 1 : ระบบอุปถัมป์ เป็นเช่นนี้เอง” หลังจากได้ลงพื้นที่สัมผัสการเมืองสนามจริงในฐานะผู้สมัคร ซึ่งทำให้เขาเข้าใจ “ระบบอุปถัมภ์” ในสังคมไทยอย่างถ่องแท้แบบที่ทฤษฎีในตำราก็ให้ไม่ได้

1. บริการฉับไว พึ่งพาได้จริง ยิ่งกว่ารัฐ

สังคมชานเมืองและชนบทอยู่กับวัฒนธรรมนี้มายาวนาน เพราะมันตอบโจทย์ชีวิตได้จริง ยกตัวอย่างงานบุญหรืองานศพ

  • พึ่งพารัฐ: ไปขอยืมเต็นท์ เก้าอี้จากท้องถิ่น ขั้นตอนยุ่งยาก แถมต้องไปแบกเอง เก็บเอง

  • พึ่งพาระบบอุปถัมภ์: แค่ยกหูหา “หัวคะแนนตัวยง” เต็นท์ โต๊ะ เครื่องเสียงจะถูกส่งมาตั้งให้เสร็จสรรพ พร้อมซองช่วยงาน ข้าวสาร น้ำแข็ง และมีคนมาเก็บให้เรียบร้อยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

2. “หัวคะแนน” คือผู้พิทักษ์ ที่ไม่ถามที่มาของเงิน

กลไกนี้แก้ปัญหาปากท้องรายวันให้ชาวบ้านได้สารพัด ตั้งแต่โดนนักเลงรีดไถ, เทศกิจจับ, ไม่มีค่าเทอมลูก, ขาดเงินพาแม่ไปหาหมอ หรือแม้แต่การสนับสนุนเงินหลักหมื่นให้สถาบันในชุมชน (วัด, มัสยิด, โรงเรียน, รพ.สต.) ทุกอย่างเนรมิตได้เพียงแค่บอกหัวคะแนน ชาวบ้านไม่ตั้งคำถามว่าผู้นำเอาเงินมาจากไหน จะเป็นเงินสีเทาหรือคอร์รัปชันหรือไม่ เพราะนี่คือ “ที่พึ่ง” เดียวที่ช่วยพวกเขาได้ในยามลำบาก

3. การเมืองแบบต่างตอบแทน ที่ไม่ถูกมองว่าซื้อเสียง

เมื่อถึงฤดูเลือกตั้ง ระบบความเกรงใจจะเริ่มทำงาน หัวคะแนนจะมาขอเสียงสนับสนุน พร้อมกับเงินติดปลายนวมสัก 1,000 บาท ซึ่งในมุมมองของชาวบ้าน นี่ไม่ใช่ “เงินซื้อเสียง” แต่เป็น “เงินเชิญชวนให้ออกไปลงคะแนน” เป็นการตอบแทนน้ำใจที่ช่วยเหลือกันมาตลอด ถือเป็นการเมืองสุจริตในนิยามของพวกเขา

หมอสุภัทรเน้นย้ำว่า ชาวบ้านไม่ได้ผิด เพราะรัฐอ่อนแอจนดูแลพวกเขาไม่ได้ ระบบอุปถัมภ์จึงกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ (New Norm) ของสังคมไปแล้ว

คำถามตัวโตๆ ที่ทิ้งท้ายไว้คือ พรรคประชาชนจะสู้กับโครงสร้างสีเทาที่ถักทอแน่นหนาแบบนี้ได้อย่างไร? การใช้ “อาสาส้ม” เดินเคาะประตูบ้านเพื่อแนะนำตัวและนำเสนอนโยบายดีเลิศเพียง 2-3 นาที จะเพียงพอที่จะเอาชนะใจชาวบ้านที่ผูกพันกับระบบอุปถัมภ์มาทั้งชีวิตได้จริงหรือ? นี่คือโจทย์สุดหินที่พรรคต้องเร่งหากลยุทธ์มารับมือครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...