‘การเมืองไร้เทา’ โฆษณาขายฝัน
ที่ผ่านๆมา ไม่เคยมีครั้งไหนที่ผู้คนในสังคมจะเอ่ยเรื่องการใช้ “กระสุนทุน” เอามาออกพูดกันเปิดเผยต่อสาธารณะ เท่ากับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ที่ใครต่อใครก็ยอมรับว่ามีอยู่จริง
ทำให้บรรยากาศการแข่งขันทางการเมืองในบ้านเราเหมือน “ถอยหลังลงคลอง” ย้อนกลับสู่สภาพเมื่อหลายสิบปีก่อน จากที่เคยใช้บารมีของบุคคลสร้างขุมกำลังมาใช้แข่งขันกันในสนามการเมือง ปรับเปลี่ยนไปสู่การที่แต่ละพรรคมาแข่งขันกันด้วยการนำเสนอ “นโยบาย” ต่อมา การเลือกตั้ง 2 ครั้งในระยะหลังๆ แข่งขันกันด้วยเรื่อง “อุดมการณ์”
แต่ปัจจุบันในโลกยุคใหม่ แทนที่จะมีอะไรใหม่ๆ คนในสนามการเมืองไทยวกกลับไปใช้บริการ “บ้านใหญ่” ที่มากด้วยอิทธิพลและไพร่พลนักเลือกตั้ง ยิ่งพรรคใหญ่ๆ ทุ่มทุนและสารพัดสิ่งจูงใจในการดึงตัวสส.หรือนักการเมืองผู้มีศักยภาพ ให้ย้ายออกจากค่ายเก่า ไปเข้ามาเสริมกำลังให้กับค่ายใหม่
เปรียบได้กับพรรคการเมืองที่เป็นเสมือนทีมฟุตบอลเปิดดีลเจรจาและควักทุนซื้อ“ผู้เล่น” ฝีเท้าดีมาช่วยทีมคว้าชัย แต่เมื่อถึงคราวเปิดสนามการเลือกตั้ง นักการเมืองและพรรคการเมืองอัดกระสุนทุ่มทุนซื้อ“ผู้เลือก” ซื้อเสียงประชาชนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน ซึ่งเป็นเรื่องที่รับรู้ทั่วกันว่ามันยังระบาดอยู่ต่อไป และจะยิ่งรุนแรงขึ้น
การยังมีอยู่ของการทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้ง ทำให้นักการเมืองและแม้แต่นักวิชาการพูดออกอากาศ พร้อมกับรณรงค์ต่อต้านกลโกงว่า ประชาชนจะรับหรือไม่รับเงินดังกล่าวก็ได้ แต่ขออย่ากาบัตรเลือกพรรคที่ซื้อเสียง
ที่เรียกเสียงฮือฮาและตอกย้ำความย่ำแย่ของการเมืองบ้านเรา คือ ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชัน ที่ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และกลุ่มเพื่อนไม่ทน พบว่าสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้ มีการจ่ายเงินซื้อเสียงประชาชนในกรุงเทพฯและปริมณฑล คนละ 7,500 บาท ถือเป็นอัตราที่สูงมาก
ขณะที่ “แสวง บุญมี” เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า กกต.รับรู้ข้อมูลอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบถึงจำนวนเงินที่แน่นอนได้ว่ากี่บาท อาจเป็นการประเมินตามหลักวิชาการของภาคเอกชนเอง
ราวกับเป็นตลกร้าย เพราะผู้เล่นในสนามนี้และประชาชนทั่วไปรู้ดีว่าในศึกเลือกตั้งรอบนี้ยังมีการโปรยเงินซื้อเสียงเหมือนเคย ซึ่งเงินที่ใช้ก็ได้จากธุรกิจ “ทุนเทา” แทรกซึมในเครือข่ายการเมือง เพื่อเปิดทางให้ก้าวขึ้นสู่อำนาจ แต่พรรคต่างๆ ประกาศนโยบายปราบปรามทุจริต ต่อต้าน “ทุนเทา” นี่มันช่างย้อนแย้งเสียเหลือเกิน
สุดท้าย สิ่งที่บรรดาพรรคการเมืองวาดฝันกับประชาชนว่าจะกวาดล้างคนโกงชาติ จะสร้างการเมืองไร้ทุนเทา คงเป็นเพียง “เทคนิคการหาเสียง” แค่ “หนังโฆษณา” ในการเลือกตั้งเท่านั้นเอง.