จากภาษีเกาะกรีนแลนด์ของทรัมป์ อาวุธทำลายล้างทางภาษีของยุโรปคืออะไร? และจะตอบโต้กลับอย่างไร?
◾️◾️◾️
🔴 จดหมายถึงนอร์เวย์ของทรัมป์ว่าอย่างไร?
สำนักงานนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ของโยนาส การ์ สเตอเร ยืนยันเมื่อวันที่ 19 มกราคมว่าได้รับข้อความจากทรัมป์ ซึ่งเขียนว่า “เมื่อพิจารณาว่าประเทศของคุณตัดสินใจไม่มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้ผม ทั้งที่ผมหยุดยั้งสงครามได้ถึง 8 ครั้ง ผมจึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องคิดถึงสันติภาพอย่างเดียวอีกต่อไป”
ทรัมป์เสริมว่า แม้สันติภาพจะยังเป็นสิ่งสำคัญ แต่ขณะนี้เขาสามารถคิดถึงสิ่งที่ดีและเหมาะสมต่อสหรัฐอเมริกาได้ด้วย เขาย้ำอีกครั้งว่าเดนมาร์กไม่สามารถปกป้องกรีนแลนด์จากรัสเซียหรือจีนได้ โลกจะไม่ปลอดภัย หากสหรัฐฯ ไม่ได้ควบคุมกรีนแลนด์อย่างสมบูรณ์และเบ็ดเสร็จ
◾️◾️◾️
🔴 ทรัมป์ขู่เก็บภาษียุโรปอย่างไร?
เมื่อวันที่ 17 มกราคม ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า สหรัฐฯ สนับสนุนเดนมาร์กและประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปมาโดยตลอด ด้วยการไม่เรียกเก็บภาษีการค้า แต่ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป สินค้าส่งออกจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ไปยังสหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษี 10% และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน อัตราภาษีจะเพิ่มเป็น 25%
ภาษีนี้จะยังคงมีผลจนกว่าจะมีข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์อย่างสมบูรณ์
ด้านผู้นำเดนมาร์กและกรีนแลนด์ย้มาหลายครั้งแล้วว่า กรีนแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก “ไม่ใช่ของที่จะขายได้”
◾️◾️◾️
🔴 ทำไมสหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์?
ความสนใจของสหรัฐฯ ต่อกรีนแลนด์มีมาอย่างยาวนาน หลังจากซื้ออะแลสกาในปี 1867 วิลเลียม ซีเวิร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เคยพยายามซื้อกรีนแลนด์ แต่ไม่สำเร็จ ต่อมาในปี 1946
ประธานาธิบดีแฮร์รี ทรูแมน เสนอเงิน 100 ล้านดอลลาร์ให้เดนมาร์กเพื่อซื้อเกาะนี้อย่างลับ ๆ แต่ถูกปฏิเสธ
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐฯ เข้ายึดครองเกาะและสร้างฐานทัพ ซึ่งยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันที่ฐานอวกาศพิทุฟฟิก
กรีนแลนด์มีประชากรราว 56,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอินูอิต ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ทางการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก จึงเชื่อมโยงกับยุโรป กรีนแลนด์ถอนตัวออกจากประชาคมยุโรป (EC/EU) ในปี 1985 หลังจากได้รับเอกราช แต่ยังคงรักษาความสัมพันธ์พิเศษกับสหภาพยุโรปในฐานะประเทศและดินแดนโพ้นทะเล ซึ่งให้สิทธิ์ในการเข้าถึงตลาดภายในอย่างจำกัด และสัญชาติสหภาพยุโรปแก่ผู้อยู่อาศัยในกรีนแลนด์ผ่านทางเดนมาร์ก
เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอาร์กติกและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทำให้มีเส้นทางบินและทางทะเลที่สั้นที่สุดระหว่างอเมริกาเหนือและยุโรป ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อปฏิบัติการทางทหารและระบบเตือนภัยล่วงหน้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณช่องว่างระหว่างกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ตามที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ระบุ
เศรษฐกิจของกรีนแลนด์พึ่งพาการประมงเป็นหลัก ชาวบ้านต่อต้านการทำเหมืองขนาดใหญ่ และไม่มีการสกัดน้ำมันหรือก๊าซ แต่เกาะนี้มีแหล่งแร่หายากจำนวนมาก ซึ่งมีความสำคัญต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ด้านการทหาร และกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเมื่อเส้นทางเดินเรือในอาร์กติกเปิดกว้างจากภาวะโลกร้อน
◾️◾️◾️
🔴 ยุโรปตอบสนองอย่างไร?
หลายประเทศในยุโรปต้องการใช้มาตรการทางการทูตก่อนการตอบโต้ทางภาษี แต่ก็ไม่ปิดประตูทางเลือกอื่น คณะกรรมาธิการยุโรปเตือนว่า สหภาพยุโรปมีเครื่องมือพร้อมใช้ หากภาษีถูกบังคับใช้จริง ด้านผู้นำ 27 ชาติอียู ประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือแนวทางตอบสนอง และออกแถลงการณ์แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับเดนมาร์กและชาวกรีนแลนด์
ส่วนผู้นำบางประเทศ เช่น ฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ เรียกร้องให้อียูใช้เครื่องมือพิเศษที่ไม่เคยใช้มาก่อน นั่นคือ มาตรการต่อต้านการบีบบังคับ (Anti-Coercion Instrument: ACI)
◾️◾️◾️
🔴 ACI หรือ “บาซูก้าทางการค้า" คืออะไร?
ACI เป็นกลไกทางกฎหมายที่อียูเสนอในปี 2021 และบังคับใช้ในปี 2023 เพื่อปกป้องประเทศสมาชิกจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากประเทศนอกอียู มาตรการนี้เปิดทางให้อียูสามารถเก็บภาษีตอบโต้ในระดับสูง, จำกัดหรือห้ามบริษัทต่างชาติเข้าถึงตลาดเดียวของยุโรป, จำกัดการลงทุน การให้บริการ หรือสัญญาภาครัฐ, จำกัดการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในยุโรป
โดยพื้นฐานแล้ว มาตรการตอบโต้ทางการค้าครั้งนี้ประกอบด้วยมาตรการหลายอย่าง รวมถึงภาษีตอบโต้ที่สูงขึ้นและภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้น หากนำมาใช้กับสหรัฐฯ สหภาพยุโรปอาจจำกัดหรือปิดกั้นการเข้าถึงตลาดเดียวของสหรัฐฯ สำหรับสินค้า บริการ หรือบริษัทของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ สหภาพยุโรปอาจกำหนดข้อจำกัดในการส่งออกและนำเข้าผ่านโควตาหรือใบอนุญาต และยังอาจกำหนดมาตรการจำกัดการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของสหภาพยุโรปของสหรัฐฯ ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนทางการเงินสำหรับธนาคารและบริษัทของสหรัฐฯ ที่ต้องพึ่งพาการดำเนินธุรกิจในยุโรป
ACI เป็นมาตรการสุดท้าย ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและการทูตก่อน หากล้มเหลว จึงต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากอย่างน้อย 15 ประเทศสมาชิก ที่มีประชากรรวมกันไม่น้อยกว่า 65% ของอียู ประเทศสมาชิกจะมีเวลาสูงสุด 10 สัปดาห์ในการตอบรับหรือปฏิเสธ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดอาจใช้เวลานานถึงหนึ่งปี
◾️◾️◾️
🔴 ACI จะมีผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างไรบ้าง?
สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับอียูด้านสินค้า แต่เกินดุลด้านบริการ ซึ่งหมายความว่าสหรัฐฯ นำเข้าจากสหภาพยุโรปมากกว่าส่งออก เช่น เทคโนโลยี การเงิน และทรัพย์สินทางปัญญา
ดังนั้น ACI อาจกระทบสหรัฐฯ อย่างเจ็บปวด โดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี แต่ยุโรปเองก็จะได้รับผลกระทบ ทั้งในรูปของราคาที่สูงขึ้นและทางเลือกที่ลดลงสำหรับผู้บริโภค
◾️◾️◾️
🔴 ยุโรปจะเลือกทำอย่างไร?
นักวิเคราะห์จำนวนมากเชื่อว่ายุโรปจะยังพยายามเจรจาก่อน และการใช้ ACI อาจเป็นเพียงทางเลือกสุดท้าย
ขณะที่สื่อด้านการเงินของสหราชอาณาจักรรายงานในสัปดาห์นี้ว่า กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาเรียกเก็บภาษีศุลกากรเป็นจำนวนเงิน 93,000 ล้านยูโร หรือมากกว่า 3.3 ล้านล้านบาทจากสินค้าของสหรัฐฯ โดยการเรียกเก็บภาษีนี้เป็นแนวป้องกันด่านแรกเท่านั้น
ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ยุโรปรายหนึ่งมองว่า ทางออกอาจเป็นการเพิ่มบทบาททางทหารและสิทธิด้านแร่ธาตุให้สหรัฐฯ โดยที่กรีนแลนด์ยังคงอธิปไตยเดิมไว้
การเผชิญหน้าครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องภาษีหรือดินแดน หากแต่เป็นบททดสอบความเป็นเอกภาพ อธิปไตย และดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง