แม่ลูก "มือมีด" ก่อเหตุลักตัดทุเรียน ตร.ชุมพร บุกรวบคาที่นอน
">
ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรสนธิกำลังนำหมายจับศาลฯบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหาแม่ลูกคาที่นอน หลังก่อเหตุซิ่งจยย.พ่วงข้างลักตัดผลทุเรียน เจ้าของสวนได้รับความเสียกว่าครึ่งแสน
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี รอง ผกก.(สืบสวน)ภ.จ.ชุมพร นำหมายศาลจังหวัดหลังสวน พร้อมกำลังตำรวจกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสภ.นาสัก ร่วมกันจับกุมตัวน.ส.อำนวย หรือดาว (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ หมู่ 13 ตำบลนาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ในฐานความผิด
ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรมโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือรับของโจร พร้อมของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟไอ สีดำ ทะเบียน 1กช 2666 ชุมพรติดตั้งแบบพ่วงข้าง และนายจะเด็จ หรือบอม (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาอยู่ หมู่ 4 ตำบลสวี อ.สวี จ.ชุมพร ในฐานความผิด ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรมโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือรับของโจร ซึ่งทั้งสองคนเป็นแม่ลูกกัน
โดยสืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมาผู้เสียหาย ได้เข้าไปดูสวนทุเรียนในพื้นที่หมู่ 4ตำบลนาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ปรากฎว่าผลทุเรียนเพิ่งจะถูกคนร้ายลักตัด ตรวจสอบพบว่าถูกตัดไปประมาณ 100 ลูก เฉลี่ยลูกละ 3-4 กิโลกรัม ค่าความเสียหายประมาณ 50,000 -60,000 บาท ต่อมาได้แจ้งความไว้ที่สภ.นาสักเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี
ต่อมาพ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี รอง ผกก.(สืบสวน)ภ.จ.ชุมพร ลงพื้นที่เกิดเหตุนำกำลังชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม พบว่า น.ส.อำนวย และนายจะเด็จ และเยาวชนวัย 14 ปี นำทุเรียนใส่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างไปขายให้กับแผงรับซื้อทุเรียนที่บริเวณศาลาหมู่บ้าน หมู่ 13 ตำบลนาสัก อ.สวี จ.ชุมพร โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดหลังสวนอนุมัติออกหมายจับน.ส.อำนวย และนายจะเด็จ สองแม่ลูก โดยนำหมายศาลเข้าวางแผนเข้าปิดล้อมจับกุมตัวน.ส.อำนวยผู้เป็นแม่ ได้ในบ้านพักใน หมู่ 4 ตำบลนาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ขณะนอนหลับอยู่บนที่นอนกับลูกชายวัย 14 ปี
ขณะเดียวกันนำหมายศาลจังหวัดหลังสวนติดตามจับกุมตัวนายจะเด็จฯลูกชายของน.ส.อำนวย ได้ที่บ้านพักอยู่ห่างจากบ้านผู้เป็นแม่ประมาณ 2 กิโลเมตร ขณะนอนหลับอยู่ภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาสองแม่ลูกพร้อมของกลางรถจักรยายนต์พ่วงข้างไปที่ สภ.นาสัก เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมโดยทั้งสองแม่ลูกให้การปฏิเสธอ้างว่าทุเรียนดังกล่าวตัดมาจากสวนผู้เป็นอาและย่า อย่างไรก็ตามด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อซึ่งมีหลักฐานชัดเจนพร้อมพยานบุคคลเบื้องต้นเชื่อว่าผู้ต้องหากระทำความผิดตามพยานหลักฐาน ส่วนเด็กชายพีมลูกชายวัย 14 ปี เบื้องเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามพุดคุยว่ามีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระทำความผิดด้วยหรือไม่ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่ดังกล่าวได้มีทรัพย์สินทางการเกษตรของชาวบ้านหายเป็นประจำ บางรายแจ้งความดำเนินคดี แต่บางรายก็ไม่ได้แจ้งความ เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวจึงเร่งติดตามสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีเพื่อให้เกิดความเกรงกลัวกฎหมาย