โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาราสาวะถี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ต้องลุ้นกันตัวโก่งแล้วว่า บทสรุปเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่กกต.อ้างว่าไม่ส่งผลต่อการจัดการเลือกตั้ง พร้อมยืนยันเป็นการดำเนินการให้ประชาชนออกเสียงโดยตรงและลับ เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกประการ เนื่องจาก วิษณุ เครืองามเนติบริกรชั้นครู ได้นำเสนอมุมมองส่วนตัวว่า กรณีบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ถือว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

ไม่ได้แค่ให้ความเห็นแบบต้องไปตีความกันเอาเองเท่านั้น แต่วิษณุยังอธิบายให้เห็นภาพด้วยว่า กรณีนี้ประเด็นสำคัญคือ มีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ว่าใครลงคะแนนเลือกใคร ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับคำว่าลับในรัฐธรรมนูญไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน แต่หมายความว่า ต้องเป็นความลับตลอดเวลา คือ เป็นความลับไปกับโลกนี้เลย ถึงเรียกว่าลับการอ้างว่าลับแบบหลังจากเลือกตั้งไปแล้วอีก 2 เดือนมาเปิดดูได้ แล้วรู้ว่าใครกาให้ใครนั้น ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้วนั้น พูดแบบนี้ไม่ได้ เพราะว่าสามารถรู้ข้อมูลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าเลือกใคร

ไม่เพียงเท่านั้น เนติบริกรชั้นครูยังชี้ด้วยว่า ถ้าคดีนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ แล้วมีการพิสูจน์ด้วยการหยิบบัตรเลือกตั้งมา 1 ใบที่มีบาร์โค้ด และเอาบาร์โค้ดไปเทียบกันต้นขั้ว เอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ ชื่อออกมาแล้วว่า “นาย ก.” ก็แสดงว่าไม่ลับแล้ว แม้จะออกตัวไม่รู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไร ไม่กล้าฟันธง แต่คำพูดของวิษณุก็น่าจะทำให้กรรมการ กกต.ทั้งหมดขวัญเสีย รวมไปถึง แสวง บุญมีเลขาธิการ กกต.ด้วย กับคำพูดที่ว่า “กกต.รับผิดไปก็แล้วกัน”

อย่างก็ตาม วิษณุไม่ขอฟันธงว่า กกต.จะสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ เพราะดูทรงแล้วการยืนกระต่ายขาเดียวว่าบาร์โค้ดไม่มีปัญหานั้น คงต้องสู้คดีให้ถึงที่สุด บทสรุปจะจบลงแบบไหนก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งก็น่าคิดกับอีกความเห็นที่เนติบริกรชั้นครูว่า ครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าจะให้ กกต.ติดคุกหรือไม่ แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบ เพราะว่า บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต.แล้ว เพราะฉะนั้น “จะเอาคุณแสวงไปติดคุกคนเดียวไม่ได้ ก็คงต้องหาเพื่อนให้แกด้วยอยู่ดี”

ไม่มีอะไรอ้อมค้อม ด้วยเหตุนี้กระมังที่ทำให้กระบวนการว่าด้วยการประสานความร่วมมือกับพรรคการเมืองทั้งหลายของภูมิใจไทยในฐานะว่าที่ผู้ชนะเลือกตั้ง จึงต้องชะงัก พักวางในทางหน้าฉากไว้ก่อน ไม่ว่าจะด้วยการถูกตั้งเงื่อนไขไว้สูงหรือเจอความเขี้ยวของพรรคสีน้ำเงินหรือไม่ แต่ ธรรมนัส พรหมเผ่าแกนนำสำคัญของพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ล่าสุด ให้รอดูผลคดีบาร์โค้ด ปัญหาวุ่น ของ กกต.ให้จบก่อน แล้วค่อยมาว่ากันเรื่องตั้งรัฐบาล

ไม่ต่างกันกับประชาธิปัตย์ ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและเหล่าแกนนำต่างเห็นตรงกันว่า เรื่องการตั้งรัฐบาลถือเป็นประเด็นรอง เวลานี้ช่วยกันลุ้นชะตากรรมของ กกต.ก่อนดีกว่าว่า ปัญหาที่ถูกร้องเรียนนั้นจะรอดสันดอนกันหรือไม่ โดยพรรคเก่าแก่เอง อภิสิทธิ์ได้ตั้งคณะทำงานที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือกตั้งขึ้นมาแล้ว มองไปยังกลุ่มก้อนที่เคลื่อนไหวในเรื่องนี้แล้ว ต้องยอมรับว่า กกต.มีหลายคมดาบที่รอจะเชือดอยู่งานนี้จะไปต่อได้ คงต้องอาศัยพลังวิเศษจากอนุรักษ์นิยมที่อุ้มสมพรรคสายตรงจะมีอาศัยกลไกของขบวนการอยู่ยาว หามุมพลิกแพลงแบบไหนเพื่อไม่ให้ตกม้าตายกันแบบนี้

ความจริงเรื่องพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้น ไม่ได้มีแค่คำถามเรื่องเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับหรือไม่เท่านั้น หากยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่สงสัยว่า กกต.จะเอายังไงกันแน่เพราะดันแถลงว่า ไม่ได้จ้างให้ทำบาร์โค้ด เป็นเรื่องที่ผู้รับงานจัดพิมพ์มาเอง หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าใจดีแถมมาให้ แต่อีกด้าน กกต.ก็อ้างว่าบาร์โค้ดจำเป็นในการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ทั้งเพื่อป้องกันการปลอมแปลง และใช้ติดตามการขนย้ายบัตรว่าไปถึงจุดหมายปลายทางที่กำหนดหรือไม่

ประเด็นนี้ มันก็จะนำไปสู่ความเคลือบแคลงประการต่อมาคือ ถ้า กกต.จ้างให้พิมพ์ มีข้อกำหนดในทีโออาร์หรือไม่ และกำหนดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์อย่างไรเพราะการพิมพ์บาร์โค้ดต้องพิมพ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ดิจิทัล และมีค่าใช้จ่ายที่สูง เนื่องจากต้องพิมพ์เท่ากับจำนวนบัตรเลือกตั้ง หรือเป็นความใจดีของผู้รับเหมา ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นของแถม แต่ต้องแลกด้วยการล่วงรู้ข้อมูลของผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างนั้นหรือไม่ข้อสงสัยในลักษณะนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ต้องไล่บี้กับ กกต.เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนมีข้อวินิจฉัยด้วย

เมื่อสถานการณ์ดำเนินไปในลักษณะนี้ เริ่มมีคนเป็นห่วงพรรคสีน้ำเงินว่า การตั้งรัฐบาลที่เตรียมการไว้ดิบดี จะกลายเป็นฝันค้างฝันเปียกไปหรือไม่ หากต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ว่าด้วยการเลือกตั้ง ผลที่ออกมาไม่น่าจะเป็นแบบเดิมอีกแล้วอีกด้านฝ่ายอนุรักษ์ที่รอจังหวะกุมความได้เปรียบผ่านกระบวนการเลือกตั้งแบบนี้มานาน คงไม่ปล่อยให้ทุกอย่างพังทลายไปต่อหน้าต่อหน้า เมื่อเป็นเช่นนั้นมันจึงเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจ หากปลายทางปมเลือกตั้งต้องจบลงด้วยการชี้ขาดเพื่อให้ไปต่อ ซึ่งไม่น่ายาก หากจะหาคำอธิบายมาช่วยปกป้องการทำงานที่ผิดพลาดของ กกต.เพราะ นิติสงครามทำได้ทุกอย่าง และไม่ต้องอายใครด้วย

ไม่ต้องถามถึงความสง่างามใด ๆ ความห่วงใยต่อบ้านเมืองเรื่องเลือกตั้งไม่น่ากังวล เหมือนวิษณุบอก สิ่งที่น่าห่วงเป็นเรื่องความวุ่นวายที่รัฐบาลชุดต่อไปจะต้องเผชิญมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น ความขัดแย้งในระยะยาว ทั้งความขัดแย้งที่เกิดจากสนิมเนื้อใน หรือการทะเลาะแย่งชิงตำแหน่งกันเองภายในรัฐบาลและ ความขัดแย้งที่จะเกิดจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามผลออกเสียงประชามติเพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นครั้งหนึ่งที่มีผู้คนเกี่ยวข้องจำนวนมาก รวมถึง สส.ที่เป็นตัวแทนจากหลายขั้วความคิด และความหลากหลายในสังคมเข้ามามีส่วนร่วม หรือเนติบริกรรายนี้จะบอกเป็นนัยว่ารัฐธรรมนูญแก้ยังไงก็ไม่สำเร็จ หรือเปล่า

อรชุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...