โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ย้อนเส้นทางมืด "แอม ไซยาไนด์" มือวางยาฆ่า 14 ศพ ก่อนพบจุดจบ จำคุกตลอดชีวิต

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เปิดประวัติ เส้นทางมืด “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาสะเทือนขวัญ เบื้องหลัง 14 ศพ ก่อนถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ในคดีวางยาฆ่า “สารวัตรปู”

ย้อนประวัติ เส้นทางมืด “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาสะเทือนขวัญ เบื้องหลัง 14 ศพ ก่อนถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ในคดีวางยาฆ่า “สารวัตรปู”

คดีของ แอม ไซยาไนด์ กลายเป็นหนึ่งในคดีสะเทือนขวัญที่สังคมไทยจับตามองมากที่สุด หลังถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการวางยาพิษเหยื่อหลายราย จนถูกขนานนามว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีคำพิพากษาในคดีการเสียชีวิตของ พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ หรือ สารวัตรปู โดยตัดสินว่าจำเลยมีความผิดจริง และมีคำสั่งลดโทษจากประหารชีวิต เหลือจำคุกตลอดชีวิต

จุดเริ่มต้นคดีสะเทือนขวัญ จากเพื่อนสนิทสู่ผู้ต้องหา

คดีนี้เริ่มต้นจากเหตุการณ์การเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ น.ส.ศิริพร หรือ ก้อย หญิงสาววัย 32 ปี ที่เสียชีวิตกะทันหันขณะไปปล่อยปลาที่ท่าน้ำในจังหวัดราชบุรี ต่อมาผลตรวจพบสารพิษในร่างกาย ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนจนพบความเชื่อมโยงกับ น.ส.สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิต

จากการตรวจค้นบ้านพักของแอม เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญคือสารไซยาไนด์ รวมถึงข้อมูลที่ชี้ว่าทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตหลายรายการสูญหายไป ทั้งเงินสด โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าแบรนด์เนม ซึ่งภายหลังแอมยอมรับว่าได้นำของบางส่วนไปทิ้ง

เปิดประวัติชีวิต อดีตภรรยาตำรวจ สู่คดีใหญ่ระดับประเทศ

แอม อายุ 36 ปี เป็นอดีตภรรยาของตำรวจระดับรองผู้กำกับในจังหวัดราชบุรี โดยมีรายงานว่าเธอเคยอ้างว่ามีส่วนช่วยสนับสนุนสามีจนก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเธอกลับพลิกผันหลังถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีวางยาพิษ

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากสื่อว่าหนึ่งในอดีตสามีของแอมเสียชีวิตอย่างกะทันหัน หลังพบกันเพียงไม่นาน ซึ่งยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่เริ่มตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุเสียชีวิตอื่น ๆ มากขึ้น

ขยายผลพบผู้เสียชีวิตเชื่อมโยงหลายราย

หลังคดีของก้อยถูกเปิดเผย สู่การขยายผลไปอีก 13 ราย ที่ญาติของผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ เริ่มออกมาให้ข้อมูลว่ามีผู้เสียชีวิตหลายคนที่มีความสัมพันธ์หรือรู้จักกับแอม และเสียชีวิตในลักษณะคล้ายกัน โดยมีทั้งกรณีหัวใจล้มเหลว ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว หรือเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ซึ่งล้วนเป็นการเสียชีวิตที่ผิดปกติ พร้อมกับทรัพย์สินสูญหาย

หนึ่งในคดีสำคัญคือการเสียชีวิตของ พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ หรือ สารวัตรปู ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เมื่อปี 2566 โดยอัยการระบุว่า จำเลยวางแผนใส่ไซยาไนด์ในอาหารหรือเครื่องดื่ม เพื่อหวังผลประโยชน์และปกปิดความผิดเกี่ยวกับการเงิน

หลักฐานสำคัญ “ไซยาไนด์” และผลตรวจพิสูจน์

ผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานพบสารไซยาไนด์ในรถยนต์ของผู้ต้องหา รวมถึงมีการยึดวัตถุต้องสงสัยหลายรายการเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ยังพบประวัติว่าแอมเคยเข้ารับการรักษาด้านจิตเวชเมื่อหลายปีก่อน และอยู่ระหว่างการประเมินอาการ

คดีนี้ยังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังมีการเปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ และพบความเชื่อมโยงกับวงแชร์ที่มีผู้ร่วมวงบางรายเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ศาลชี้ผิดจริง ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

สำหรับคดีการเสียชีวิตของสารวัตรปู ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และมีคำพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงมีคำสั่งลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาเคยมีคำพิพากษาประหารชีวิตแอมมาแล้ว ในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ศิริพร หรือ ก้อย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่ทำให้สังคมตื่นตัวและจับตามองกระบวนการยุติธรรมอย่างใกล้ชิด

คดีสะเทือนขวัญที่สังคมยังคงจับตา

คดีของแอม ไซยาไนด์ ถือเป็นคดีสำคัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับสังคมไทยอย่างมาก จากผู้หญิงธรรมดาที่เคยใช้ชีวิตในครอบครัวตำรวจ กลายเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงที่มีผู้เสียชีวิตหลายรายเชื่อมโยง โดยกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไปในคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ตามหลักกฎหมาย ผู้ต้องหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีอื่น ๆ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...