ย้อนเส้นทางมืด "แอม ไซยาไนด์" มือวางยาฆ่า 14 ศพ ก่อนพบจุดจบ จำคุกตลอดชีวิต
ย้อนประวัติ เส้นทางมืด “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาสะเทือนขวัญ เบื้องหลัง 14 ศพ ก่อนถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ในคดีวางยาฆ่า “สารวัตรปู”
คดีของ แอม ไซยาไนด์ กลายเป็นหนึ่งในคดีสะเทือนขวัญที่สังคมไทยจับตามองมากที่สุด หลังถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการวางยาพิษเหยื่อหลายราย จนถูกขนานนามว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีคำพิพากษาในคดีการเสียชีวิตของ พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ หรือ สารวัตรปู โดยตัดสินว่าจำเลยมีความผิดจริง และมีคำสั่งลดโทษจากประหารชีวิต เหลือจำคุกตลอดชีวิต
จุดเริ่มต้นคดีสะเทือนขวัญ จากเพื่อนสนิทสู่ผู้ต้องหา
คดีนี้เริ่มต้นจากเหตุการณ์การเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ น.ส.ศิริพร หรือ ก้อย หญิงสาววัย 32 ปี ที่เสียชีวิตกะทันหันขณะไปปล่อยปลาที่ท่าน้ำในจังหวัดราชบุรี ต่อมาผลตรวจพบสารพิษในร่างกาย ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนจนพบความเชื่อมโยงกับ น.ส.สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิต
จากการตรวจค้นบ้านพักของแอม เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญคือสารไซยาไนด์ รวมถึงข้อมูลที่ชี้ว่าทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตหลายรายการสูญหายไป ทั้งเงินสด โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าแบรนด์เนม ซึ่งภายหลังแอมยอมรับว่าได้นำของบางส่วนไปทิ้ง
เปิดประวัติชีวิต อดีตภรรยาตำรวจ สู่คดีใหญ่ระดับประเทศ
แอม อายุ 36 ปี เป็นอดีตภรรยาของตำรวจระดับรองผู้กำกับในจังหวัดราชบุรี โดยมีรายงานว่าเธอเคยอ้างว่ามีส่วนช่วยสนับสนุนสามีจนก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเธอกลับพลิกผันหลังถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีวางยาพิษ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากสื่อว่าหนึ่งในอดีตสามีของแอมเสียชีวิตอย่างกะทันหัน หลังพบกันเพียงไม่นาน ซึ่งยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่เริ่มตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุเสียชีวิตอื่น ๆ มากขึ้น
ขยายผลพบผู้เสียชีวิตเชื่อมโยงหลายราย
หลังคดีของก้อยถูกเปิดเผย สู่การขยายผลไปอีก 13 ราย ที่ญาติของผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ เริ่มออกมาให้ข้อมูลว่ามีผู้เสียชีวิตหลายคนที่มีความสัมพันธ์หรือรู้จักกับแอม และเสียชีวิตในลักษณะคล้ายกัน โดยมีทั้งกรณีหัวใจล้มเหลว ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว หรือเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ซึ่งล้วนเป็นการเสียชีวิตที่ผิดปกติ พร้อมกับทรัพย์สินสูญหาย
หนึ่งในคดีสำคัญคือการเสียชีวิตของ พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ หรือ สารวัตรปู ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เมื่อปี 2566 โดยอัยการระบุว่า จำเลยวางแผนใส่ไซยาไนด์ในอาหารหรือเครื่องดื่ม เพื่อหวังผลประโยชน์และปกปิดความผิดเกี่ยวกับการเงิน
หลักฐานสำคัญ “ไซยาไนด์” และผลตรวจพิสูจน์
ผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานพบสารไซยาไนด์ในรถยนต์ของผู้ต้องหา รวมถึงมีการยึดวัตถุต้องสงสัยหลายรายการเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ยังพบประวัติว่าแอมเคยเข้ารับการรักษาด้านจิตเวชเมื่อหลายปีก่อน และอยู่ระหว่างการประเมินอาการ
คดีนี้ยังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังมีการเปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ และพบความเชื่อมโยงกับวงแชร์ที่มีผู้ร่วมวงบางรายเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ศาลชี้ผิดจริง ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
สำหรับคดีการเสียชีวิตของสารวัตรปู ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และมีคำพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงมีคำสั่งลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาเคยมีคำพิพากษาประหารชีวิตแอมมาแล้ว ในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ศิริพร หรือ ก้อย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่ทำให้สังคมตื่นตัวและจับตามองกระบวนการยุติธรรมอย่างใกล้ชิด
คดีสะเทือนขวัญที่สังคมยังคงจับตา
คดีของแอม ไซยาไนด์ ถือเป็นคดีสำคัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับสังคมไทยอย่างมาก จากผู้หญิงธรรมดาที่เคยใช้ชีวิตในครอบครัวตำรวจ กลายเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงที่มีผู้เสียชีวิตหลายรายเชื่อมโยง โดยกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไปในคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ตามหลักกฎหมาย ผู้ต้องหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีอื่น ๆ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด