โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.-สวรส. กางผลวิจัย 2 เดือนแรกปลดล็อกเวลาขายสุรา พบร้านอาหารยอดพุ่ง แต่ภาพรวมเศรษฐกิจยังทรงตัว

THE STANDARD

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สธ.-สวรส. กางผลวิจัย 2 เดือนแรกปลดล็อกเวลาขายสุรา พบร้านอาหารยอดพุ่ง แต่ภาพรวมเศรษฐกิจยังทรงตัว

วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) แถลงความคืบหน้าการติดตามประเมินผลมาตรการยกเลิกเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00–17.00 น. หลังดำเนินการทดลองมาแล้วกว่า 60 วัน พบข้อมูลเบื้องต้นเยาวชนตกเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ทางการค้า พร้อมเตรียมสังเคราะห์ข้อมูลรอบด้านเสนอคณะกรรมการนโยบายฯ ตัดสินใจหลังครบกำหนด 180 วัน

สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้มีนโยบายปลดล็อกช่วงเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (14.00-17.00 น.) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เป็นระยะเวลาทดลอง 180 วัน เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวได้นำมาสู่ข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในประเด็นผลกระทบด้านสุขภาพและความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งผลสำรวจจากศูนย์วิจัยปัญหาสุราฯ พบว่าประชาชนกว่าร้อยละ 82.8 ยังคงมีความกังวลในประเด็นอุบัติเหตุ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานติดตามและประเมินผลกระทบฯ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้างานวิจัยจากมูลนิธิเพื่อการประเมินนโยบายและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HITAP) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สวรส. ในการรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สวรส. เปิดเผยผลวิเคราะห์เบื้องต้น (75 วันแรก) พบประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ด้านเศรษฐกิจ: รายได้รวมจากการท่องเที่ยวในบางพื้นที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่พบว่ายอดขายของผู้ประกอบการร้านอาหารบางกลุ่มมีการปรับตัวดีขึ้น
  • ด้านสังคมและสุขภาพ: แม้อัตราการดื่มแล้วขับในภาพรวมยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีฐาน แต่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาพบความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงกว่าช่วงปกติถึง 4-5 เท่า
  • กลุ่มเสี่ยง: มีข้อสังเกตว่ากลุ่มเยาวชนกลายเป็นเป้าหมายใหม่ทางการตลาดของผู้ขายในช่วงเวลาที่มีการปลดล็อก

เพื่อให้การตัดสินใจภายหลังครบกำหนด 180 วันเป็นไปอย่างรอบด้าน คณะทำงานฯ ได้เตรียมประสานข้อมูลเชิงลึกจากหน่วยงานหลัก อาทิ:

  • ข้อมูลสุขภาพ: ระบบ RTIDC และ HDC (อุบัติเหตุและห้องฉุกเฉิน) และค่ารักษาพยาบาลจาก สปสช.
  • ข้อมูลสังคม: สถิติคดีเมาแล้วขับและอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเรื่องร้องเรียนจากกรมการปกครอง
  • ข้อมูลเศรษฐกิจ: รายได้จากการท่องเที่ยวและข้อมูลภาษีจากกรมสรรพสามิตและกรมสรรพากร

นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ยังเสนอให้มีการติดตามสื่อ (Media Monitoring) เพื่อวิเคราะห์กระแสสังคมควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Analysis) ทุกกลุ่ม

รองผู้อำนวยการ สวรส. เน้นย้ำว่า การวิจัยครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าเพียงเพื่อคัดค้านหรือสนับสนุน แต่เพื่อหาทางเลือกเชิงนโยบาย ที่เหมาะสม หากจะมีการขยายเวลาเป็นการถาวร จะต้องมีมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบทางสังคมและสุขภาพควบคู่กันไป โดย สวรส. จะดำเนินการกำกับและประเมินผลอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สมดุลที่สุดระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...