โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อัษฎางค์ เชียร์สุดตัว! นโยบาย ศุภจี ทุบมาเฟียล้งมะพร้าว ผ่าตัดถึงรากเหง้า ไม่ใช่แค่แจกยาแก้ปวด

แนวหน้า

เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 17.00 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ศึกทุบโต๊ะล้งมะพร้าว ขุนพลหญิง "ศุภจี" ผ่าตัดมะเร็งร้าย ทวงคืนอธิปไตยเกษตรกรไทย

#อัษฎางค์ยมนาค| #อ่านเกมอำนาจ

อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยที่มีมูลค่าการส่งออกสูงเกือบ 10,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีตลาดจีนเป็นขุมทรัพย์ใหญ่ที่กวาดส่วนแบ่งไปกว่า 85% เคยเป็น "ทองคำบนต้น" ของเกษตรกร แต่วันนี้กลับถูกทุบราคาหน้าสวนจนเหลือเพียงลูกละ 3 บาท ในขณะที่ปลายทางบนชั้นวางในต่างประเทศยังคงขายได้ราคาสูงลิ่ว คำถามคือ… ส่วนต่างมหาศาลจากเค้กหมื่นล้านก้อนนี้ ตกไปอยู่ในกระเป๋าใคร?

ปรากฏการณ์ "239 ล้ง" รวมหัวกันขู่หยุดรับซื้อ เพื่อท้าทายอำนาจรัฐ ไม่ใช่แค่กลไกตลาดที่สะดุดล้ม แต่มันคือ "การกบฏทางเศรษฐกิจ" ที่กลุ่มทุนข้ามชาติในคราบ "นอมินี" กำลังใช้ปากท้องของชาวสวนไทยเป็นตัวประกัน การที่ รมว.พาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ สวนหมัดกลับด้วยวลี "ไม่ต้องหยุดแค่ 2 วัน หยุดไปเลย" จึงเป็นแอคชั่นที่สะใจมวลชน

ท่ามกลางวิกฤตราคาผลผลิตทางการเกษตรที่มักจบลงด้วยการนำเงินภาษีประชาชนไปอุดหนุนราคาชั่วคราว ปรากฏการณ์ที่ รมว.พาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประกาศกร้าวใส่กลุ่ม 239 ล้งมะพร้าวที่ขู่จะหยุดรับซื้อว่า "ไม่ต้องหยุดแค่ 2 วัน หยุดไปเลย" ถือเป็นมิติใหม่ของการบริหารราชการแผ่นดิน นี่ไม่ใช่แค่วาทกรรมทางการเมือง แต่คือการประกาศสงครามกับ "โครงสร้างการผูกขาด" ที่กัดกินเกษตรกรไทยมาอย่างยาวนาน

อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมมูลค่าส่งออกเฉียดหมื่นล้านบาทต่อปี กลับมีสภาพไม่ต่างจากอาณานิคมทางเศรษฐกิจ เมื่อชาวสวนต้องทนขายผลผลิตในราคาลูกละ 3 บาท การลุกขึ้นมาชนกับกลุ่มทุนที่มีข้อกังขาว่าเป็น "นอมินีข้ามชาติ" จึงเป็นก้าวที่กล้าหาญและมาถูกทางที่สุด ด้วยเหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง 3 ประการ

1. การทำลายอำนาจฮั้วราคา

การที่กลุ่มล้ง 239 แห่ง สามารถรวมหัวกันขู่หยุดรับซื้อผลผลิตพร้อมกันได้ คือใบเสร็จชั้นดีที่ยืนยันว่าตลาดนี้ไม่ใช่ตลาดเสรี แต่เป็น "ระบบฮั้ว" ที่สมบูรณ์แบบ การที่ภาครัฐยอมถอยให้กับคำขู่เหล่านี้ในอดีต คือการปล่อยให้พ่อค้าคนกลางมีอำนาจเหนือรัฐ การสวนหมัดของ รมว.ศุภจี จึงเป็นการใช้ "อำนาจรัฐที่ชอบธรรม" เข้าทุบกำแพงการผูกขาด เพื่อส่งสัญญาณว่ากลไกของประเทศจะไม่ยอมตกเป็นตัวประกันของกลุ่มทุนข้ามชาติอีกต่อไป

2. "ล้งกลาง" คือกลไกความมั่นคงทางอาหาร

เสียงวิจารณ์ที่มองว่าการตั้ง "ล้งกลาง" เป็นการแทรกแซงตลาดที่ล้าหลัง อาจเป็นการมองข้ามบริบทของวิกฤต ในสภาวะที่โครงสร้างตลาดล้มเหลว จากความไม่สมมาตรของข้อมูลและอำนาจต่อรอง การสร้าง "อำนาจต่อรองคู่ขนาน" ผ่านเครือข่ายของรัฐ ถือเป็นวัคซีนเข็มแรกที่จำเป็นอย่างยิ่งในการพยุงสายพานการผลิต ไม่ให้ชาวสวนต้องโค่นต้นมะพร้าวทิ้ง นี่ไม่ใช่การผูกขาดโดยรัฐ แต่เป็นการสร้าง "ทางเลือก" เพื่อบังคับให้ล้งเอกชนต้องกลับมาแข่งขันรับซื้อในราคาที่เป็นธรรม

3. ผ่าตัดถึงรากเหง้า ไม่ใช่แค่แจกยาแก้ปวด

ที่ผ่านมา การแก้ปัญหาสินค้าเกษตรมักวนเวียนอยู่กับการประกันรายได้หรือจำนำ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและสร้างภาระทางการคลังมหาศาล แต่นโยบายของ รมว.ศุภจี ที่เดินเกมคู่ขนาน ทั้งการปราบล้งนอมินีอย่างเด็ดขาด และคุมเข้มการนำเข้า คือการแก้ปัญหาที่ "โครงสร้าง" อย่างแท้จริง เป็นการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ ไม่ให้เม็ดเงินนับหมื่นล้านไหลออกนอกประเทศผ่านเงื้อมมือของบริษัทตัวแทน

4. บทสรุป: วาระแห่งชาติที่ต้องหนุนหลัง

ในโลกของเศรษฐศาสตร์การเมือง การปฏิรูปโครงสร้างที่บิดเบี้ยว ย่อมต้องเผชิญกับแรงเสียดทานมหาศาลจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ ท่าทีที่แข็งกร้าวของ รมว.ศุภจี เป็นเพียง "จุดเริ่มต้น" ของการทวงคืนความยุติธรรมให้ชาวสวนมะพร้าว

สิ่งที่สังคมไทย คือการ "ผนึกกำลังหนุนหลัง" ภาครัฐให้สามารถกวาดล้างเครือข่ายนอมินีได้จนสิ้นซาก เพราะหากขุนพลที่กล้าชนต้องพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ อนาคตของเกษตรกรไทยก็คงถูกผูกขาดไปตราบนานเท่านาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ศุภจี เดินหน้าจริงจังแก้ปัญหา มะพร้าวน้ำหอม เล่าเบื้องลึกถูกล้งขู่หยุดขาย 2 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...