โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำมันดิบ WTI-Brent พุ่งแตะ 116 เหรียญ รับวิกฤตตะวันออกกลาง-ปิดฮอร์มุซ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 04.34 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 มี.ค.69) ณ เวลา 11:07 รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส(WTI) ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงของตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 27.62% สู่ระดับประมาณ 116.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงของตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.76% สู่ระดับประมาณ 116.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การทะยานขึ้นของราคาน้ำมันครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก โดยมีรายงานว่าอุปทานน้ำมันหายไปจากระบบราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ขณะเดียวกัน ความรุนแรงที่ยกระดับขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในตะวันออกกลาง ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อภาวะตึงตัวของอุปทานพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี และกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดการเงินทั่วโลก

รายงานระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างน้อย 5 แห่งในและรอบกรุงเตหะรานของอิหร่านตกเป็นเป้าการโจมตี ขณะที่บริษัทน้ำมันแห่งชาติของคูเวตประกาศลดกำลังการผลิตชั่วคราว ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตอบโต้ทางทหารในภูมิภาค

นอกจากนี้ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก และเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของปริมาณการค้าทั่วโลก ยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าว โดยมีรายงานว่าการสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวหยุดชะงักต่อเนื่องมานานกว่า 1 สัปดาห์

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้สร้างความกังวลต่อตลาดการเงินทั่วโลกมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่า วิกฤตพลังงานอาจกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...