โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'จุลพันธ์' ประกาศสร้าง 9 เศรษฐี ให้รางวัลพาคนสู่ระบบ คิดนโยบายจบด้วย DATA

VoiceTV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ประกาศนโยบายสำคัญ ‘รวยทุกวันเงินล้าน 9 คน’ นโยบายที่จะมอบรางวัลให้กับประชาชนคนไทย 5 กลุ่ม ทุกวัน รางวัลละ 1 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขเพียงการอยู่ในระบบ โดยเฉพาะระบบภาษีและการจับจ่ายที่มีการเสียภาษีเป็นสำคัญ ในการประกาศนโยบาย จุลพันธ์ชี้ว่าเป็นกลไกสำคัญในการนำประเทศไปสู่เศรษฐกิจรายได้สูง จูงใจประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี และเป็นการสร้างฐานข้อมูลสำคัญ ทำให้รัฐบาลมองเห็นพื้นที่เปราะบางและกำหนดพื้นที่การพัฒนาอย่างแม่นยำได้ด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่

ในการปราศรัย จุลพันธ์ เริ่มต้นกล่าวถึงนโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย ที่นำเสนอและสานต่อในการเลือกตั้งที่จะมาถึง อาทิ ล้างหนี้ ประกันกำไรสินค้าเกษตร รถไฟฟ้า 20 บาท และนโยบายคนไทยไร้จน โดยย้ำว่าทุกนโยบายมุ่งยกระดับประเทศสู่ประเทศรายได้สูง

จุลพันธ์ได้ย้ำว่านโยบายทั้งหมด จะไม่สมบูรณ์ ‘ถ้าเราขาดข้อมูลที่แม่นยำ’ โดยอ้างอิง ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่า ‘Data คือกระดูกสันหลัง’ ของการออกแบบนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาการออกนโยบายที่ความช่วยเหลือที่เดิมที่ไม่ตรงจุดและอธิบายว่าปัญหาเกิดจากการที่ประเทศไทยขาดการสะสมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงสำคัญซึ่งนโยบายสำคัญ ‘รวยทุกวันเงินล้าน 9 คน’ จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาคือการสร้างฐานข้อมูล ทำให้การทำงานยืนอยู่บนความเป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อการเข้าใจเศรษฐกิจฐานราก โดยย้ำว่า ‘ข้อมูลคือพลัง’

สำหรับนโยบาย ‘รวยทุกวันเงินล้าน 9 คน’ จุลพันธ์ เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงหลักการที่จะ ‘ไม่บังคับใครเข้าสู่ระบบ’ แต่จะใช้ ‘รางวัลและความภาคภูมิใจ’ เป็นตัวนำ กระบวนการของนโยบาย คือการออกรางวัลทั้งหมก 9 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท ในทุกๆ วัน โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องซื้อหาอะไรเพื่อรับสิทธิในการลุ้นเงินล้าน แต่คือการที่ประชาชนอยู่ในระบบภาษี หรือจับจ่ายกับร้านค้าในระบบภาษีที่มีใบเสร็จ หรือเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเกณฑ์ที่รัฐอยากมอบรางวัล และความหวังในทุกๆ วันให้

กลุ่มผู้มีสิทธิลุ้นรางวัล แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลักโดย 5 กลุ่มหลักแบ่งย่อยได้เป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก หรือ 4 รางวัลแรก จะมาจากคนกลุ่มสำคัญของประเทศ 4 กลุ่มคือ

1. พี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญในฐานะรากฐานของประเทศ และชี้ว่ากว่า 1.7 ล้านครัวเรือนไม่อยู่ในระบบทะเบียน ทำให้ไม่มีข้อมูลเพื่อนำไปดูแลเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ขาดศักยภาพในการก้าวไปสู่เกษตรมูลค่าสูง

2. กลุ่มที่เสียสละเพื่องานสาธารณะประโยชน์ คือ อสม. อสส อาสากู้ภัย ทหารผ่านศึก และ ชรบ. ที่ขึ้นทะเบียน

3. ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และใช้ชีวิตยากลำบากจากบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

4. ประชาชนที่ยื่นภาษีเงินได้ คนทำงานและผู้อยู่ในระบบแรงงานทุกคน เป็น "ฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ”

กลุ่มที่สอง อีก 5 รางวัล จะมาจากประชาชนที่จับจ่ายในระบบที่มีการออกใบเสร็จ

รัฐบาลจะสุ่มออกรางวัล วันละ 5 คน

รวมแล้วเป็น 9 รางวัล วันละ 9 ล้านบาท ประกาศในทุกวัน

สำหรับประโยชน์ของนโยบาย จุลพันธ์สรุปว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์ สำหรับผู้ถูกรางวัล ได้เงินทันทีโดยไม่มีขั้นตอนหรือข้อกำหนดเพิ่มเติม โดยกลุ่มผู้ที่ไม่ถูกรางวัล ก็ไม่เสียอะไร แต่รัฐบาลพัฒนาใบเสร็จดิจิทัล ทำให้การจับจ่ายมีบันทึกใบเสร็จตรวจสอบได้ และกล่าวว่าที่สำคัญคือ ทุกท่านจะมี ‘ความหวัง’ ได้ในทุกๆ วัน

สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ จะได้ยกระดับร้านค้า ลดต้นทุน และด้วยนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน” จะเป็นอีกแรงจูงใจที่ทำให้มีลูกค้ามากขึ้น

สุดท้ายสำหรับรัฐบาลซึ่งเป็นประโยชน์ที่จะส่งต่อถึงประชาชน คือการมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ทำให้เข้าใจพื้นที่ได้ สร้างความเจริญได้โดยไม่ต้องใช้การคาดเดา ทำให้มองเห็นข้อมูลเกี่ยวกับการค้า การจับจ่าย พื้นที่ย่าน ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่ถูกที่ถูกเวลา และมีความแม่นยำมากขึ้น

หลังจากอธิบายนโยบายสำคัญ ในช่วงท้ายของการปราศรัย จุลพันธ์ ได้ปราศรัยถึงว่า ‘หนิมจะคุยอะไรกับหนู’ โดยคุยไปถึง ‘เท้ง’ ด้วย จุลพันธ์กล่าวถึงอุบัติเหตุทางการเมืองในการเลือกนายกและจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ว่าเป็นการ ‘คว่ำกระดาน’ การต่อสู้กับอนุรักษ์นิยม 20 ปี และย้ำว่าเป็นการ ‘เอาเสียงประชาชนไปทำการทดลอง’ ซึ่งท้ายที่สุดประสบความล้มเหลว จุลพันธ์ ย้ำว่าความล้มเหลวนั้น ผู้จ่ายราคาคือประชาชน เหตุการณ์เช่นน้ำท่วมที่หาดใหญ่ การโยกย้ายข้าราชการ ฮั้วะสว. เขากระโดง ล้วนเป็นราคาที่คนไทยร่วมกัน

สุดท้ายจุลพันธ์ชี้ว่า ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น เราไม่เวลาให้ใครเอาประเทศไปเป็นห้องทดลอง คนไทยไม่ใช่หนูทดลองของเท้ง

‘เลือกเท้งได้หนูมาทดลอง

เลือกเพื่อไทยได้ยศชนันท์เป็นรัฐมนตรีแน่นอน!’

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...