โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘Meta’ จับมือ 6หน่วยงานรัฐ เปิด ‘คฤหาสน์หลอน’ กระชากหน้ากากมิจฉาชีพออนไลน์

เดลินิวส์

อัพเดต 23 มกราคม 2569 เวลา 22.37 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
META-เฟซบุ๊กผนึกกำลัง ตร.นครบาล-กสทช.-กระทรวงดีอีฯ-เอไอเอส-กลต. จัดกิจกรรม “The Mystery Mansion of Scams คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม” ไขปมรู้ทันภัยออนไลน์

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. เมต้า (Meta) หรือ เฟซบุ๊ก (Facebook) ประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับภาครัฐ 6 หน่วยงาน เปิดตัวกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟสุดอิมเมอร์ซีฟ “The Mystery Mansion of Scams: คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม” โดยมีคุณยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ Facebook ประเทศไทย พร้อมด้วย นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม., พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น., นายศรัณย์ ทองคำ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, คุณมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, คุณอนันติยา กิตติพรหมวงศ์ ผู้อำนวยการส่วน สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) , คุณอาชินี ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., คุณแพร Country Director, Facebook ประเทศไทย, คุณสุดาพร วัชรนิศากร หัวหน้าส่วนงานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร AIS, พ.ต.ต.ธัญพิสิษฐ์ จุลพิภพ หรือสารวัตรแจ๊ะ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. และคุณเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษก กทม. เข้าร่วมงาน ณ การประปาแม้นศรี (หลังเก่า) แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. เพื่อสร้างความตระหนักรู้และปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หลังดำเนินมาตรการเชิงรุกกำจัดเนื้อหาและบัญชีละเมิดนโยบายจำนวนมากในช่วงปี 2567 ถึงครึ่งแรกของปี 2568

คุณยิ่งยศ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะจาก Facebook ประเทศไทย กล่าวว่า “ภัยหลอกลวงออนไลน์กำลังทวีความรุนแรงและแพร่หลายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์มดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่แอปหาคู่ เกมออนไลน์ ไปจนถึงแพลตฟอร์มคริปโตฯ หรือการหลอกลวงผ่านการส่งข้อความทางโทรศัพท์ ทั้งนี้ Meta มีการใช้แนวทางการทำงานหลายระดับในการรับมือกับอาชญากรที่มีความซับซ้อนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบป้องกันทางเทคนิคแบบอัตโนมัติ การสกัดกั้นและรบกวนเครือข่ายมิจฉาชีพ การทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการเสริมสร้างความรู้ให้ผู้ใช้งานสามารถสังเกตและป้องกันภัยหลอกลวงได้ แคมเปญในวันนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจนถึงความสำคัญของความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันพันธกิจของ Meta และพันธมิตรในการสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน”

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากแคมเปญ "อันนี้จริงหรือหลอก?" (Is This Legit?) ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีเครือข่ายพันธมิตรและองค์กรด้านนโยบายรวม 48 แห่งเข้าร่วมสนับสนุน ครอบคลุมทั้งหน่วยงานกำกับดูแล บังคับใช้กฎหมาย สมาคมดิจิทัล และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นแคมเปญให้ความรู้ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ครอบคลุม 17 ประเทศ ระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม ปี 2568 ที่ผ่านมา โดยแคมเปญมีเป้าหมายเพื่อสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับรูปแบบภัยหลอกลวงออนไลน์ที่พบบ่อย และให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานถึงความสำคัญของเครื่องมือรักษาความปลอดภัยของบัญชี ผ่านการผสานประสบการณ์จากเกมออนไลน์แบบอินเทอร์แอคทีฟ แคมเปญบนแพลตฟอร์มแบบบูรณาการ รวมถึงกิจกรรมออฟไลน์ พร้อมประสบการณ์ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละประเทศ ตลอดระยะเวลาการจัดแคมเปญในภูมิภาค สื่อให้ความรู้นี้สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มที่ไม่ซ้ำกันกว่า 382 ล้านคน และสร้างยอดการแสดงผลมากกว่า 2 พันล้านครั้งบน Facebook และ Instagram โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 343,000 คนเข้าร่วมเล่นเกม รวมระยะเวลาการมีส่วนร่วมกว่า 2.74 ล้านนาที สำหรับในประเทศไทย แคมเปญ “อันนี้จริงหรือหลอก?” (Is This Legit?) ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ 6 แห่ง

ข้อมูลสถิติระบุว่าในปี 2567 Meta ได้ลบโฆษณาที่ละเมิดนโยบายฉ้อโกงและสแกมกว่า 157 ล้านชิ้น โดย 90% ของจำนวนดังกล่าวถูกลบก่อนได้รับการรายงานจากผู้ใช้ ขณะที่ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 พบว่าอัตราการตรวจพบบัญชีที่ถูกแฮ็กโดยอัตโนมัติลดลง 48% บน Facebook และ 41% บน Instagram

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 Meta ได้บังคับใช้มาตรการเชิงรุกในประเทศไทยเพิ่มเติม ดังนี้ ลบเนื้อหาบน Facebook กว่า 7.3 ล้านชิ้น และ Instagram กว่า 15,000 ชิ้น, ระงับบัญชีผู้ใช้ Facebook กว่า 66,000 บัญชี และ Instagram กว่า 24,000 บัญชี, แบนประกาศขายสินค้าบน Marketplace กว่า 18,000 รายการ, ลบเนื้อหาโฆษณากว่า 380,000 ชิ้น และแบนบัญชีโฆษณาอีกกว่า 3,000 บัญชี

นอกจากนี้ Meta ยังได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติผ่านศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และพันธมิตรระดับโลก จัดปฏิบัติการ "Joint Disruption Week" เพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ผลการปฏิบัติการสามารถลบเพจปลอมและเพจเสี่ยงสูงได้กว่า 59,000 รายการ พร้อมบล็อกโฆษณาหลอกลวงได้มากกว่า 4,000 รายการต่อวัน และระบุตัวผู้ต้องสงสัยสำคัญได้ 6 ราย

คุณยุพาภรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า “ในปัจจุบัน ประชาชนต้องเผชิญกับกลลวงและภัยออนไลน์ที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปตกอยู่ในความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันเสริมความพร้อมในการรับมืออย่างจริงจัง การยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัลจึงต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนผู้ใช้งานออนไลน์ โดยความร่วมมือกับ Meta ในครั้งนี้ช่วยเสริมพลังในการสร้างความตระหนักรู้และการรู้เท่าทันสแกมให้ประชาชนผ่านวิธีการที่สร้างสรรค์และเข้าถึงง่าย อีกทั้งยังถือเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างเครือข่ายประชาชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการหลอกลวงจากภัยออนไลน์อย่างยั่งยืน”

คุณอาชินี ผู้ช่วยเลขาธิการ และหัวหน้าศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า “ก.ล.ต. ทำงานเชิงรุกในการปกป้องผู้ลงทุนและประชาชนจากการถูกชักชวนหลอกลงทุน เน้นการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยประชาชนก่อนตัดสินใจลงทุนหรือโอนเงิน รวมถึงมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันการลงทุนให้แก่ประชาชนและผู้ลงทุนให้รู้เท่าทันมิจฉาชีพ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากลไกป้องกัน เพิ่มการรู้เท่าทัน และสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถืออย่างยั่งยืน อันจะลดความสูญเสียของประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต. Preventive Anti-Scam for All มุ่งสร้างกลไก 3Cs อันได้แก่ Consultation Communication และ Collaboration” ประสบการณ์รูปแบบอิมเมอร์ซีฟที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยกลโกงออนไลน์ กำลังเปิดประตูต้อนรับประชาชนในสุดสัปดาห์นี้ “The Mystery Mansion of Scams: คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม” ชวนทุกคนมาร่วมสำรวจ สืบค้น และเรียนรู้ผ่านประสบการณ์เชิงโต้ตอบ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของกลโกงในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ ผู้เข้าร่วมยังสามารถเพลิดเพลินกับภารกิจสะสมแสตมป์ใน ‘Scam Survival Passport’ เพื่อรับของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จากการเข้าร่วมสืบสวนในคฤหาสน์ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายในบริเวณงาน ได้แก่ นิทรรศการจากพันธมิตร เปิดโลกความร่วมมือจัดการกลโกงออนไลน์ เช่น การจำลองเครื่องมือปฏิบัติงานจริงของสแกมเมอร์โดย AIS ควบคู่กับสื่อวิดีโอให้ความรู้จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), เรียนรู้ทักษะการจับกลโกงผ่านการเล่นเกม “อันนี้จริงหรือหลอก?” (Is This Legit?), อาหารและเครื่องดื่มจาก Food Truck

ด้าน กสทช. กล่าวด้วยว่า กสทช. รับผิดชอบกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ได้กำหนด 10 มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยแนวทางหลักๆ ให้ลงทะเบียนซิม เพื่อป้องกันบัญชีม้า กำหนดให้ลงทะเบียนโดยใช้ระบบไบโอแมตทริกส์ เพื่อยืนยันตัวตน เป็นอีกรูปแบบที่กำกับควบคุม หรือหากพบพฤติกรรมต้องสงสัย ให้ติดต่อสายด่วน กสทช. จะมีการระงับทันที

ขณะบนเวทีเสวนา ด้าน AIS จะมีการตรวจจับบัญชีต้องสงสัย หรือบัญชีม้านั้น ระบบจะมีการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบทันที

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช รอง ผบช.น. กล่าวย้ำว่า นับเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือ ภัยหรืออาชญากรรมออนไลน์จะต้องเป็นศูนย์ ภัยทุกวันนี้มาในรูปแบบ "ฟิวส์แฟน" ที่ควรต้องเฝ้าระวัง

พล.ต.ต.โชติวัฒน์ ผบก.สส.บช.น. ฝากเตือนคนที่คิดจะเปิดบัญชีม้าว่า มีทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ อย่างสแกมเมอร์ หากคิดว่าแค่เอาเงินผ่านบัญชีไม่มีความผิดนั้น ถือเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และผิดหลาย พรบ.ทั้งจำคุกและปรับ และผู้เปิดบัญชีม้าจะเป็นคนแรกที่ถูกตำรวจออกหมายจับ

ด้าน กสทช. เตือนเรื่องซิมม้า ประชาชนให้มิจฉาชีพเปิด หากพบเบาะแสการชักชวนให้เปิดซิมม้า สามารถแจ้งมาที่สายด่วน กสทช.ได้

นอกจากนั้ทาง Ais ฝากเตือนประชาชน หากพบรูปแบบซิมบ็อก ที่เป็นต้นทางของกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพ คอลเซ็นเตอร์ ที่ใช้ส่ง SMS ไปได้หลายหมื่นเครื่อง ซึ่งหากพบเจอซุกซ่อนหรือติดตั้งพื้นที่ไหน ขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสไปที่สถานีตำรวจท้องที่ด้วย

สำหรับกิจกรรม "The Mystery Mansion of Scams" เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2569 เวลา 15.00-21.00 น. ณ การประปาแม้นศรี (หลังเก่า) ภายในงานประกอบด้วยการสืบสวนจำลองรูปแบบกลโกง เช่น การหลอกให้รัก การหลอกลงทุน และการแอบอ้างตัวตน พร้อมนิทรรศการจากพันธมิตร อาทิ AIS, กสทช., ETDA และ ก.ล.ต. เพื่อให้ความรู้เรื่องการรักษาความปลอดภัยในโลกดิจิทัล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...