โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สภาพัฒน์ เผย หนี้ครัวเรือนพุ่ง! ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เสี่ยงปั้น NPL ระลอกใหม่ รายได้เกิน 1 แสนก็ไม่รอด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รายงานหนี้สินครัวเรือน ไตรมาส 3/68 อยู่ที่ระดับ 86.8% ของ GDP ทรงตัวจากไตรมาสที่แล้ว (ไตรมาส 2/68) โดยหนี้สินครัวเรือนในไตรมาส 3/68 มีมูลค่า 16.31 ล้านล้านบาท ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ ด้อยลงทุกประเภทสินเชื่อ โดยข้อมูลจากเครดิตบูโร พบว่า สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน NPLs ต่อสินเชื่อรวม 9.4 % เพิ่มขึ้นจาก 9.1 % ของไตรมาสที่ผ่านมา

ขณะที่มีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่

1. การกำกับสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน และสินเชื่อแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย และผู้ใช้มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็น NPLs ในอนาคต จึงควรผลักดันให้ผู้ให้บริการทุกรายเข้าร่วมเครดิตบูโร มีมาตรการกำกับสินเชื่อออนไลน์ที่เข้มงวดมากขึ้น และกำหนดเพดานหนี้ร่วม

2. คนรายได้ระดับกลางถึงสูง เริ่มมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น โดยข้อมูลจาก SCB EIC ชี้ว่ากลุ่มผู้มีรายได้สูงกว่า 100,000 บาท/เดือน ประมาณ 21% เริ่มประสบปัญหาการชำระหนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มอื่นที่มีรายได้ต่ำกว่า อีกทั้งยังมีข้อมูลว่า กลุ่มที่รายได้ต่ำกว่า 50,000 บาท/เดือน ประมาณ 31% มีภาระหนี้สูงเกิน 60% ของรายได้ ส่วนกลุ่มผู้มีรายได้ 15,000-30,000 บาท/เดือน ยังเป็นกลุ่มที่ยังประสบปัญหาการชำระหนี้มากที่สุด จึงต้องเร่งสร้างวินัยทางการเงินในเชิงรุก เช่น การแจ้งเตือนก่อนถึงกำหนดชำระหนี้ หรือการมีมาตรการจูงใจจากการจ่ายหนี้ตรงเวลา

การจ้างงาน Q4/68 หดตัวต่อเนื่อง

สถานการณ์แรงงานในไตรมาส 4/68 พบว่า ผู้มีงานทำ มีจำนวนทั้งสิ้น 39.8 ล้านคน ลดลง 0.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 4/67) โดยแบ่งเป็น

- แรงงานนอกภาคเกษตรกรรม 28.3 ล้านคน ขยายตัว 0.2 % ซึ่งขยายตัวมากสุดในสาขาการขนส่งและจัดเก็บสินค้าที่ 3.2% รองลงมาเป็นสาขาการผลิต 1.2 %

- แรงงานในภาคเกษตรกรรม 11.5 ล้านคน หดตัว 3.4% ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงเดือนพ.ย.68 ที่สร้างความเสียหายแก่พื้นที่เพาะปลูกกว่า 2.1 แสนไร่ ประกอบกับแรงงานบางส่วน อยู่ในช่วงรอฤดูเพาะปลูก

นอกจากนี้ ในภาพรวมของชั่วโมงการทำงานของแรงงานค่อนข้างทรงตัว โดยภาพรวมอยู่ที่ 42.9 ชั่วโมง/สัปดาห์ โดยภาคเอกชน อยู่ที่ 47.3 ชั่วโมง/สัปดาห์ สำหรับผู้ทำงานล่วงเวลา อยู่ที่ 6.4 ล้านคน 5.7% ขณะที่ผู้ทำงานต่ำระดับ อยู่ที่ 1.5 แสนคน ลดลง 34.4%

โดยไตรมาส 4/68 มีผู้ว่างงานประมาณ 2.8 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.7% ลดลงชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 0.88% โดยในส่วนของค่าจ้างแรงงาน พบว่า ค่าจ้างแรงงานในภาพรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 15,912 บาท/คน/เดือน เพิ่มขึ้น 1.1% แต่ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยของภาคเอกชน อยู่ที่ 14,711 บาท/คน/เดือน หรือ 0.08 %

สำหรับภาพรวมปี 2568 อัตราการมีงานทำ 99.1% เพิ่มขึ้นจากปี 2567 โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 39.6 ล้านคน ลดลง 0.5% จากปีก่อนหน้า ส่วนอัตราการว่างงาน ปี 2568 อยู่ที่ 0.81%

ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังและให้ความสำคัญ ได้แก่

1. การสนับสนุนการเชื่อมโยงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกับธุรกิจไทย และการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ โดยอาจพิจารณาขยายมาตรการการจ้างงานในท้องถิ่น และส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ไปสู่อุตสาหกรรมอื่นและให้ครอบคลุม SMEs ควบคู่กับการจูงใจให้เกิดการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยี

2. การบรรเทาความกังวลต่อความมั่นคงในสถานะการจ้างงานของแรงงาน จากบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงควรมีการกำหนดแนวทางการใช้ AI อย่างชัดเจนและเป็นธรรม และลงทุนพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้แก่แรงงานทุกระดับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...