สาวอายุแค่ 18 ไตวายระยะสุดท้าย ต้องฟอกตลอดชีวิต แพทย์เตือน "1 อาการ" ที่มักมองข้าม!!
สาว 18 ช็อก! แค่ "ขาบวม" คิดว่าทำงานหนัก ไปหาหมอถึงรู้ "ไตวายระยะสุดท้าย" ต้องฟอกไตตลอดชีวิต (หมอเตือน 9 สัญญาณต้องระวัง)
เรื่องราวอุทาหรณ์เตือนใจคนรุ่นใหม่ที่มักละเลยสัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อนักศึกษาสาววัยเพียง 18 ปี ต้องหมดอนาคตที่สดใส เพียงเพราะมองข้ามอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ อย่าง "ขาบวม" จนมารู้ตัวอีกทีก็สายเกินแก้ ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต
จุดเริ่มต้นจากความชะล่าใจ
เรื่องราวนี้ถูกแชร์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Xiaohongshu ของจีน โดย "เทียนเทียน" (นามสมมติ) นักศึกษาสาวปี 1 เล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอใช้ชีวิตปกติเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เรียนหนังสือและทำงานพิเศษ จนกระทั่งเริ่มสังเกตเห็นว่า "ขาบวม" ผิดปกติ
ในตอนแรก เธอไม่ได้ใส่ใจและคิดเข้าข้างตัวเองว่า คงเป็นเพราะทำงานหนัก หรือเดินเยอะจนเหนื่อยล้าสะสม พักผ่อนเดี๋ยวก็คงหาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการบวมไม่ลดลงและเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอกับพ่อแม่ตัดสินใจไปโรงพยาบาล
ข่าวร้ายที่สุดในชีวิต
ผลการตรวจทำเอาทั้งครอบครัวแทบล้มทั้งยืน แพทย์วินิจฉัยว่า เทียนเทียนป่วยเป็น "โรคไตวายเรื้อรัง ระยะที่ 5" ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายที่รุนแรงที่สุด แถมยังมีภาวะของเสียคั่งในเลือด (Uremia) สูงมาก ไตของเธอสูญเสียการทำงานจนไม่สามารถขับของเสียออกจากเลือดได้เองอีกต่อไป
ทางรอดเดียวของเธอคือต้อง "ฟอกไต" (ล้างไต) อย่างสม่ำเสมอเพื่อยื้อชีวิต และรอความหวังริบหรี่ในการ "เปลี่ยนถ่ายไต" ในอนาคต
จากนักศึกษาสดใส ต้องกลายเป็นผู้ป่วยที่คลื่นไส้อาเจียน กินยาเป็นกำมือ และต้องไปโรงพยาบาลเพื่อฟอกเลือดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ร่างกายที่ทรุดโทรมทำให้เธอต้องลาออกจากงาน ขาดรายได้ และกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตให้กับครอบครัว
แพทย์เตือน: อย่ารอให้พัง! เช็ก 9 สัญญาณ "ไตวาย" ที่คนชอบเมิน
จากกรณีของเทียนเทียน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า โรคไตมักถูกเรียกว่า "ฆาตกรเงียบ" เพราะในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่จะมารู้ตัวอีกทีเมื่อไตเสียหายไปมากแล้ว ดังนั้นควรหมั่นสังเกต 9 อาการเตือนภัย ดังนี้:
1. ตัวบวม ขาบวม (สัญญาณหลัก)
เมื่อไตขับน้ำและเกลือแร่ไม่ได้ ร่างกายจะเกิดภาวะบวมน้ำ โดยเฉพาะที่เท้า ข้อเท้า มือ หรือใบหน้า อาการมักชัดเจนช่วงตื่นนอนหรือช่วงบ่ายๆ
2. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียผิดปกติ
ไตมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนช่วยผลิตเม็ดเลือดแดง เมื่อไตพัง ร่างกายจะซีด เลือดจาง ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้เวียนหัว โฟกัสอะไรไม่ได้
3. ขี้หนาวกว่าคนอื่น
แม้จะอยู่ในอากาศปกติ แต่ผู้ป่วยโรคไตมักจะรู้สึกหนาวสั่นจากภายใน เนื่องจากภาวะโลหิตจาง
4. คันยุบยิบตามตัว
เมื่อของเสียสะสมในเลือดมาก จะส่งผลกระทบต่อผิวหนัง ทำให้แห้งคัน เกาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ทายาก็ไม่ดีขึ้น
5. ลมหายใจมีกลิ่นฉุน (กลิ่นแอมโมเนีย)
สารพิษที่ขับออกไม่ได้จะตกค้างในร่างกาย จนส่งกลิ่นออกมาทางลมหายใจ คล้ายกลิ่นปัสสาวะหรือแอมโมเนีย
6. ปัสสาวะผิดปกติ
ต้องสังเกตให้ดี: ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน (มากกว่า 1 ครั้ง), ปัสสาวะมีฟองมากผิดปกติ (โปรตีนรั่ว), หรือมีเลือดปน
7. ปวดหลังช่วงล่าง
อาการปวดหน่วงๆ บริเวณบั้นเอวหรือหลังช่วงล่าง อาจเกิดจากถุงน้ำในไตหรือความผิดปกติของสมดุลน้ำในร่างกาย
8. คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
ของเสียที่คั่งค้างจะรบกวนระบบทางเดินอาหาร ทำให้กินอะไรไม่ลง พะอืดพะอมตลอดเวลา
9. หายใจลำบาก หอบเหนื่อย
เกิดจากน้ำท่วมปอด หรือภาวะเลือดจาง ทำให้รู้สึกหายใจไม่อิ่มแม้จะไม่ได้ออกแรงหนัก
บทเรียนราคาแพงของสาวน้อยวัย 18 ปีคนนี้ บอกเราว่า "ความเจ็บป่วยไม่เลือกอายุ" หากใครมีอาการข้างต้น อย่ามัวแต่คิดว่า "เดี๋ยวก็หาย" เพราะการไปหาหมอเร็ว อาจหมายถึงการรักษาชีวิตของคุณไว้ได้ทันเวลา