Bitcoin ร่วงทุบพอร์ต 'เอลซัลวาดอร์' วูบ เดิมพัน 'บูเคเล' พ่นพิษ
บลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาบิตคอยน์ ที่ร่วงลงอย่างรุนแรงสู่ระดับ 66,385.29ดอลลาร์ กำลังสั่นคลอนเศรษฐกิจของประเทศ “เอลซัลวาดอร์” อย่างหนัก ซึ่งเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของ “นายิบ บุเคเล” (Nayib Bukele) ที่ตัดสินใจนำประเทศเข้าสู่โลกคริปโท ส่งผลให้สัญญาประกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Default Swaps) พุ่งสูงขึ้นในรอบ 5 เดือน เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจในเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ
จากการคำนวณของ Bloomberg พบว่า การเทขายBitcoin ครั้งล่าสุด และราคาที่ร่วลง 46% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมทำให้มูลค่าการลงทุนของเอลซัลวาดอร์ลดลงจาก 800 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 500 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท
แม้เงินในคลังจะหายไปหลายร้อยล้านดอลลาร์ แต่ประธานาธิบดีบุเคเลยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มวันละ 1 เหรียญบิตคอยน์ อย่างต่อเนื่อง
กระทบการเจรจาเงินกู้ 1.4 พันล้านดอลลาร์กับ IMF
กลยุทธ์เน้นคริปโทของบุเคเลกำลังทำให้การเจรจาขอเงินกู้จำนวน 1.4 พันล้านดอลลาร์ กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยากลำบากขึ้น ซึ่งหากการเจรจานี้ล้มเหลมจะกระทบต่อเสาหลักสำคัญประการหนึ่งที่ค้ำจุนหนี้ของประเทศ
คริสโตเฟอร์ เมจิอา นักวิเคราะห์จาก T Rowe Price ระบุว่า IMF อาจไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลนำเงินช่วยเหลือไปใช้ซื้อ Bitcoin เพิ่ม ซึ่งความกังวลนี้ส่งผลให้พันธบัตรดอลลาร์ของประเทศร่วงหนักที่สุดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทางด้าน IMF ระบุว่ายังคงหารือกับเอลซัลวาดอร์เกี่ยวกับการปฏิรูปบำนาญและประเด็น Bitcoin โดยเน้นไปที่การสร้างความโปร่งใสในการจัดซื้อให้สอดคล้องกับข้อตกลงของโครงการเงินกู้
ด้านจาเร็ด ลู จาก William Blair เตือนว่าหากไม่มีหลักประกันหรือการสนับสนุนจาก IMF ตลาดการเงินจะตอบสนองในเชิงลบอย่างรุนแรง
ทั้งนี้นักลงทุนบางส่วนมองว่าหนี้ของเอลซัลวาดอร์อาจไม่แย่ไปกว่านี้ เนื่องจากบุเคเลมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน IMF
อย่างไรก็ตามโฆษกของรัฐบาลไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นของบลูมเบิร์ก
แม้จะมีปัญหาเรื่อง Bitcoin แต่รัฐบาลบุเคเลสามารถลดการขาดดุลทางการคลังลงเหลือ 3% ของ GDP ภายในสิ้นปี 2025 ประกอบกับบริษัทจัดอันดับเครดิตMoody's ได้ปรับมุมมองของประเทศที่เคยถูกจัดอันดับเครดิตต่ำให้เป็นเชิงบวกในเดือนนี้ โดยอ้างถึงการปฏิบัติตามโครงการของ IMF
อย่างไรก็ดี เอลซัลวาดอร์ต้องชำระหนี้พันธบัตร 450 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และจะเพิ่มเป็นเกือบ 700 ล้านดอลลาร์ในปีหน้า รวมถึงภาระสวัสดิการบำนาญที่จะพุ่งเป็น 6% ของ GDP
ด้วยเหตุนี้โทมัส แจ็กสัน จึงมองว่าความต้องการเงินจำนวนมหาศาลจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้บุเคเลต้องยอมกลับมาดำเนินโครงการร่วมกับ IMF ต่อไปเพื่อให้ประเทศอยู่รอด
อ้างอิงBloomberg