โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BCP รายได้โรงกลั่น-พลังงานสะอาดพุ่ง ดันกำไรปี 68 โต 32% แตะ 2.88 พันลบ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 13.48 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานในปี 2568 มีกำไรสุทธิ 2,879.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.85 เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 2,184.09 ล้านบาท เป็นผลมาจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากค่าเฉลี่ย 80.8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2567 เหลือ 69.1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2568 จากอุปสงค์ที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าและภาษี

ขณะที่ด้านอุปทาน กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบ OPEC+ ตัดสินใจเพิ่มปริมาณการผลิตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนถึงธันวาคม 2568 รวมถึงความพยายามคลี่คลายความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบผันผวนและอยู่ในทิศทางอ่อนตัว

อย่างไรก็ดี แม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับลดลง แต่โรงกลั่นบางจากสามารถเพิ่มปริมาณการกลั่นเฉลี่ยตลอดปี 2568 อยู่ที่ 263.7 พันบาร์เรลต่อวัน (KBD) เพิ่มขึ้น 5.3 พันบาร์เรลต่อวันจากปีก่อน เนื่องจากโรงกลั่นพระโขนงไม่มีการปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามวาระเช่นเดียวกับปีก่อน และโรงกลั่นศรีราชาสามารถเพิ่มอัตราการกลั่นได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 4/2568

นอกจากนี้ ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน (กลุ่ม Middle Distillates) ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง จากภาวะอุปทานตึงตัว โดยสต็อกน้ำมันดีเซลอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี การทยอยปิดโรงกลั่นถาวรในทวีปยุโรป การปิดซ่อมบำรุงนอกแผนของหลายโรงกลั่นทั่วโลก และความกังวลด้านอุปทานจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ค่าการกลั่น (Crack Spread) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยดังกล่าวสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันมี EBITDA เพิ่มขึ้น 77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยค่าการกลั่นพื้นฐานในปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 6.72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สูงกว่าค่าการกลั่นสิงคโปร์ที่อยู่ที่ 4.95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวส่งผลให้บริษัทรับรู้ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Inventory Loss) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

ด้านกลุ่มธุรกิจการตลาด ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันขยายตัวเล็กน้อยจากปีก่อน ท่ามกลางภาวะตลาดที่อ่อนตัว โดยการเติบโตมาจากความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าในตลาดอุตสาหกรรมไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ขณะที่ยอดจำหน่ายธุรกิจค้าปลีกทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดธุรกิจค้าปลีกในระดับแข็งแกร่งที่ 28.9% ในปี 2568

ส่วนกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา หลังค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Revenue) ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า จาก 29 เหรียญสหรัฐต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 270 เหรียญสหรัฐต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568

รวมถึงการรับรู้ผลดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป.ลาว ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ครบทั้งโครงการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ช่วยชดเชยผลกระทบจากการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย การจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 และการหยุดรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในฟิลิปปินส์ตามแผนการจำหน่ายเงินลงทุนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568

ขณะที่กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมีการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถทำกำไรได้ท่ามกลางภาวะตลาดที่อ่อนตัว ส่วนกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติได้รับผลกระทบจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลงตามตลาดโลก รวมถึงปริมาณการจำหน่ายที่ลดลง โดยหลักจากการจำหน่ายแหล่งผลิต Yme ในช่วงปลายปี 2567 และปริมาณการจำหน่ายต่ำกว่ากำลังการผลิตตามสัญญา (Underlift) เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...