โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“กรณ์” ชี้ ภาษีทรัมป์ 10% พลิกวิกฤตเป็นโอกาสการค้าไทย-โลก

INN News

อัพเดต 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.46 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

‘กรณ์’ ชี้ ‘ภาษีทรัมป์ 10%’ พลิกวิกฤตเป็นโอกาสการค้าไทย-โลก จับตาจุดเปราะบาง ‘กำลังซื้อในประเทศ’ ด้าน “วีระพงษ์” ชำแหละหมัดฮุก "ศาลสูงสหรัฐ" สั่งเบรกภาษีทรัมป์: ข่าวดีที่มาพร้อม "ดาบสอง" ของไทย

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาโพสต์ผ่านเพจส่วนตัวชี้ให้เห็นว่า

1. ผ่าแผน ‘ทรัมป์’ ใช้ช่องกฎหมาย 150 วัน จากการที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ วินิจฉัยตีตกมาตรการภาษีชุดเดิม โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โต้กลับด้วยการประกาศใช้ มาตรา 122 ภายใต้กฎหมาย Trade Act 1974 เรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% จากทุกประเทศทั่วโลก นั้นมองว่า เป็นมาตรการชั่วคราวตามกฎหมายมีอำนาจบังคับใช้เพียง 150 วัน และเกมการเมืองแม้กฎหมายเพดานสูงสุดคือ 15% แต่ทรัมป์เลือกเก็บ 10% สะท้อนถึงการ “รักษาหน้า” มากกว่าเจตนาเก็บจริงจัง รวมถึงความยากในการต่ออายุ หากจะขยายเวลาเกิน 150 วัน ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งมีความท้าทายสูงทั้งในแง่การเมืองและการตีความข้อกฎหมาย

2. ข่าวดีส่งออกไทย ‘ได้อานิสงส์’ ภาษีลดฮวบ ในเชิงเปรียบเทียบประเทศไทยถือว่าได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้ เนื่องจากการเจรจาเดิมไทยเคยถูกวางเป้าไว้ที่อัตราภาษีถึง 19% การปรับลดลงมาเหลือ 10% เท่ากับประเทศอื่นๆ ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยดีขึ้นทันที สินค้าไทยที่ได้รับยกเว้น ทรัมป์ระบุข้อยกเว้นในกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตเองได้ หรือเป็นวัตถุดิบจำเป็น ได้แก่ อาหาร อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท รถกระบะบางชนิด

3. เตือน ‘ไส้ใน’ เศรษฐกิจไทยยังน่าห่วง แม้ปัจจัยภายนอก (ส่งออก) จะมีทิศทางบวก แต่คุณกรณ์เน้นย้ำว่าเครื่องยนต์หลักของไทยยังติดขัดใน 3 จุดสำคัญ เช่น 1.กำลังซื้อภายในประเทศอ่อนแอ ประชาชนไม่มีกำลังจับจ่าย 2. วิกฤตสินเชื่อ สถิติการปล่อยสินเชื่ออยู่ในระดับต่ำมาก แล3.ความเสี่ยงหนี้เสีย (NPL) ทั้งในส่วนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่เป็นระเบิดเวลาสำคัญ

4. ปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ‘อิหร่าน’ ภาคการค้าโลกยังวางใจไม่ได้ เพราะอาจเกิดกรณีที่ทรัมป์พยายามกู้หน้าผ่านนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งกับ อิหร่าน กรณีดี คือ จบลงด้วยการเจรจาและข้อตกลงทางการค้า/การทูต กรณีที่แย่ คือ การใช้กำลังทหาร ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อต้นทุนพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

การเปลี่ยนผ่านนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ครั้งนี้อาจเป็น "ลมช่วยพัด" ให้การส่งออกไทยในระยะสั้น แต่หัวใจสำคัญคือรัฐบาลไทยจะแก้โจทย์ "กำลังซื้อในประเทศ" ที่ซบเซาได้อย่างไรภายใต้สภาวะหนี้ท่วม

ด้านนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้านเศรษฐกิจระหว่างต่างประเทศ โพสต์ข้อความ ผ่าน Facebook ส่วนตัวเช่นกัน ว่า หน้าหนึ่งเศรษฐกิจโลกต้องจารึก! เมื่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ (The US Supreme Court) ลงดาบตัดสิน 6 ต่อ 3 ชี้ชัดว่าการเก็บภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ภายใต้กฎหมาย IEEPA ที่รัฐบาลทรัมป์ใช้เล่นงานคู่ค้าทั่วโลกรวมถึงไทย (ที่โดนอยู่ 19%) นั้น "ขัดรัฐธรรมนูญ" กลายเป็นสุญญากาศทางการค้าชั่วข้ามคืน

พร้อมออกโรงเตือนผู้ประกอบการไทย อย่าเพิ่งดีใจจนออกนอกหน้า เพราะเกมนี้ "ทรัมป์" สู้กลับทันควันด้วยแผนสำรองที่อาจแสบสันกว่าเดิม

สรุป 3 ประเด็นร้อน ไทยได้หรือเสีย

1. ภาษีลดจาก 19% เหลือ 10% แต่เป็น "โปรโมชั่นชั่วคราว" แม้ศาลจะสั่งยกเลิกภาษี 19% เดิม แต่ทรัมป์อาศัยช่องว่างกฎหมายใหม่ (มาตรา 122 ของ The Trade Act 1974) ประกาศเก็บภาษี 10% กับทุกประเทศทั่วโลกทันที มีผล 24 ก.พ. นี้

มุมบวก: สินค้าไทยภาระภาษีลดลงจาก 19% เหลือ 10% ในระยะสั้น มุมลบ: กฎหมายนี้ใช้ได้เพียง 150 วัน (ถึง ก.ค. 69) หลังจากนั้นทรัมป์ เตรียมงัด "มาตรา 301" มาไล่บี้ประเทศที่สหรัฐฯ มองว่า "ค้าขายไม่เป็นธรรม" เช่น การละเมิดลิขสิทธิ์หรือบิดเบือนค่าเงิน ซึ่งไทยต้องเตรียมรับมือให้ดี

2. "เงินคืน" หมื่นล้าน… ตกในกระเป๋าใคร? ประเด็นที่ผู้ส่งออกไทยต้องทำความเข้าใจคือ เงินภาษีที่ศาลสั่งให้คืนนั้น "คืนให้ผู้นำเข้าฝั่งสหรัฐฯ" ไม่ได้คืนให้ผู้ส่งออกไทยโดยตรง

ความจริงที่ต้องรู้: หากนายสมพงษ์ (ผู้ส่งออกไทย) ขายของให้นายจอห์น (ผู้นำเข้าสหรัฐฯ) เงินที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะคืนคือคืนให้นายจอห์น

ทางออก: ผู้ประกอบการไทยต้องรวมกลุ่มกันเจรจากับคู่ค้าในสหรัฐฯ เพื่อขอส่วนแบ่งหรือสิทธิประโยชน์คืน ซึ่งกระบวนการนี้จะ "ยากและยาวนาน" เพราะทรัมป์ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมจ่ายคืนง่ายๆ

3. ปรับกลยุทธ์เจรจา เลิกคุยภาพรวม เน้น "รายสินค้า" เมื่อกติกาเปลี่ยน โจทย์ของรัฐบาลไทยต้องเปลี่ยนตาม

ทั้งนี้ นายวีระพงษ์ เสนอ 2 ยุทธศาสตร์สู้ศึกการค้า คือ 1.เจรจารายตัว: ต้องเดินตามรอยอังกฤษ เจรจาขอยกเว้นภาษีเป็น "รายสินค้า" ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย เพื่อสร้างแต้มต่อเหนือคู่แข่ง แลั 2.เตรียมเกราะป้องกัน: เตรียมข้อมูลให้แน่นเพื่อโต้แย้งข้อหา "ค้าขายไม่เป็นธรรม" ที่สหรัฐฯ อาจนำมาอ้างเพื่อขึ้นภาษีในอนาคต

พร้อมจับตา "สินค้าอันตราย" ที่ยังโดนภาษีหนัก อย่าลืมว่าภาษีในกลุ่ม ทองแดง อะลูมิเนียม และรถยนต์ ยังคงอยู่! เพราะอ้างอิงกฎหมายคนละฉบับ (มาตรา 232) และ มีโอกาสที่ทรัมป์จะเพิ่มความเข้มข้นของภาษีนี้เพิ่มเติม เช่น เพิ่มอัตราภาษี หรือเพิ่มรายการสินค้าที่โดนภาษี

สรุปคือเราได้หายใจคล่องขึ้นชั่วคราวจากการลดภาษีเหลือ 10% แต่นี่คือสงครามตัวแทนทางการค้าที่ต้องจับตาดูแบบวันต่อวัน การเจรจาเชิงรุกเท่านั้นคือทางรอดของไทย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...