โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก จาก 10% เป็น 15% มีผลบังคับใช้ทันที

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ทรัมป์ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก จาก 10% เป็น 15% มีผลบังคับใช้ทันที

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% เมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์) โดยมีผลบังคับใช้ทันที นับเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากทรัมป์เพิ่งประกาศอัตราภาษี 10% ไปก่อนหน้านี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบางส่วนถึงกับตั้งตัวไม่ทัน

สาเหตุของการขึ้นภาษี

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสหรัฐฯ มีคำพิพากษายกเลิกมาตรการภาษีเดิม ที่ออกภายใต้กฎหมาย IEEPA ทรัมป์จึงเดินหน้าใช้กลยุทธ์ทางการค้าที่แข็งกร้าวต่อไป แม้จะพ่ายแพ้ทางกฎหมาย โดยใช้อำนาจตาม มาตรา 122 กฎหมายการค้า 1974 ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีกำหนดอัตราภาษีครอบคลุมทั่วโลกได้สูงสุด 15% เป็นเวลา 150 วัน เว้นแต่สภาคองเกรสจะต่ออายุให้

ทรัมป์เชื่อว่า วิธีนี้จะช่วยหารายได้เข้าประเทศ ส่งเสริมการผลิตในประเทศ และเป็นการตอบโต้ประเทศที่เอาเปรียบสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน

ผลกระทบต่อแต่ละประเทศที่ ‘ไม่เท่ากัน’

อัตราภาษี 15% นี้ ทำให้ประเทศอย่างสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่ ‘สูงขึ้นกว่าเดิม’ ในขณะที่ประเทศอย่างจีน เวียดนาม อินเดีย และบราซิล กลับเสียภาษีในอัตราที่ ‘ต่ำลง’ อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า อัตราภาษีแบบคงที่นี้อาจส่งผลดีต่อผู้ผลิตที่มีต้นทุนต่ำในเอเชีย เช่น จีน เนื่องจากสินค้าจะยังคงมีราคาถูกแม้จะถูกบวกภาษี 15% แล้วก็ตาม

สำหรับประเทศไทย ในภาพรวมยังคงได้รับประโยชน์อยู่บ้างจากคำสั่งของศาลสูงสหรัฐฯ จากเดิมที่ไทยถูกเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้า 19% ซึ่งต่อมาลดลงเหลือ 10% (เริ่มบังคับใช้ 24 ก.พ. แต่มีการเปลี่ยนแปลงก่อนถึงเวลา) และปรับขึ้นเป็น 15% ในขณะนี้ ก็ยังถือเป็นอัตราภาษีที่ต่ำกว่าช่วงก่อนหน้านี้ 4% แม้อาจจะเป็น ‘ข่าวดีชั่วคราว’ ที่อาจมีอายุแค่ 150 วันเท่านั้นก็ตาม

ความผันผวนและผลกระทบต่อข้อตกลงการค้า

การยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินเดิมของศาลสูงสหรัฐฯ สร้าง ‘ความไม่แน่นอน’ ให้กับรัฐบาลต่างประเทศที่ยอมให้สัมปทานทางการค้าแก่สหรัฐฯ ไปแล้ว เช่น อินเดียและอินโดนีเซีย ว่าควรจะรักษาสัญญาที่ตกลงกันไว้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้เตือนให้ประเทศต่างๆ ยึดมั่นในข้อตกลงเดิม มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญกับภาษีใหม่ สถานการณ์นี้สร้างความตึงเครียดต่อชาติพันธมิตร ทำให้ตลาดโลกปั่นป่วน และส่งผลกระทบต่อทั้งธุรกิจและผู้บริโภคชาวอเมริกันที่ต้องรับภาระต้นทุนสินค้านำเข้าที่สูงขึ้น

แผนระยะต่อไป

รัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณว่ากำลังเตรียมใช้เครื่องมือทางกฎหมายอื่นๆ เช่น มาตรา 301 และมาตรา 232 เพื่อกำหนดภาษีเป็น ‘รายประเทศ’ ตามพฤติกรรมทางการค้า หรือขยายภาษีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เหล็ก แร่ธาตุ และรถยนต์ ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

ข้อยกเว้นการเก็บภาษี 15%

นโยบายใหม่นี้ ‘ไม่ได้บังคับใช้กับทุกสิ่ง’ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับสินค้าเกษตรบางชนิด เช่น เนื้อวัว เพื่อป้องกันปัญหาราคาสินค้าแพง รวมถึงสินค้านำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าของสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ตลอดจนประเทศในอเมริกากลาง นอกจากนี้ รถยนต์ต่างประเทศและเหล็กกล้าที่ถูกเก็บภาษีด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติอยู่แล้วก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากอัตราใหม่นี้

บทความที่เกี่ยวข้อง:

ภาพ: Aaron Schwartz / Reuters

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...