โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รู้มั้ย ยาลอราทาดีน คืออะไร รักษาอาการอะไรได้บ้าง?

GedGoodLife

อัพเดต 21 มี.ค. 2566 เวลา 18.40 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2562 เวลา 21.56 น. • GED good life ชีวิตดีดี

ยาลอราทาดีน (Loratadine) เป็นยาแก้แพ้กลุ่มใหม่ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่ายาต้านฮีสทามีน (Antihistamines) กลุ่มไม่ทําให้ง่วงนอน (non-sedating antihistamines) ออกฤทธิ์นานถึง 24 ชั่วโมง ใช้ลดอาการที่เกี่ยวข้องกับภูมิแพ้ เช่น คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล คันตา บรรเทาอาการน้ำมูกไหล ใช้รักษาลมพิษ และโรคผิวหนังที่เกิดจากภูมิแพ้

ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับยาต้านฮีสตามีนกลุ่มดั้งเดิม แต่ยาในกลุ่มนี้ผ่านเข้าสมองได้น้อยมาก จึงทําให้อาการข้างเคียง เช่น อาการง่วงนอน พบได้น้อย หรือผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการง่วงนอนเลยหลังจากกินยานี้ ทําให้ไม่ส่งผลเสียในการ ดําเนินชีวิตประจําวัน

ซึ่งจะแตกต่างจากยาแก้แพ้กลุ่มเก่า ที่ทําให้เกิดอาการง่วงนอนมาก ปากแห้ง คอแห้ง หรือ ปัสสาวะคั่งได้ มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งสารฮีสทามีน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ และก่อให้เกิดอาการแพ้ตามมา เช่น จาม น้ำมูกไหล ผื่นคัน ลมพิษ ยานี้ช่วยลดอาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้

รูปแบบ และปริมาณการใช้ยาแก้แพ้ “ลอราทาดีน”

– มีจําหน่ายทั้งในรูปแบบยาเม็ด ยาแคปซูล และยาน้ำเชื่อม

– เด็กอายุ 2-5 ปี รับประทานชนิดน้ำ 5 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง โดยยาน้ำส่วนใหญ่จะมีความเข้มข้น 5 มิลลิกรัม ต่อ 5 มิลลิลิตร

– เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป รับประทานยา 10 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง สามารถใช้ได้ทั้งยารูปแบบเม็ด และแคปซูล

– ผู้ใหญ่ รับประทานยา 10 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ดังนั้นยาลอราทาดีน ชนิดเม็ตส่วนใหญ่จึงมีขนาด 10 มิลลิกรัม เพื่อให้สะดวกในการรับประทานเพียงวันละครั้ง

การใช้ ยาลอราทาดีน ในหญิงตั้งครรภ์

ยานี้จัดเป็นยาในกลุ่ม B สําหรับหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งไม่เป็นอันตราย ต่อทารกในครรภ์ และเมื่อมารดารับประทานยาแก้แพ้นี้ ตัวยาจะผ่านไปยังน้ำนมน้อยมาก จึงสามารถให้นมบุตรในระหว่างที่ใช้ยานี้ได้ แต่ควรเฝ้าระวังอาการที่ไม่พึงประสงค์ของทารก และไม่ควรใช้ยาต่อเนื่องระยะยาวในระหว่างที่ให้นมบุตร

การใช้ ยาลอราทาดีน ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การใช้ยาแก้แพ้นี้ร่วมกับแอลกอฮอล์จะทําให้เกิดอาการมึน งง ปากแห้ง ตาแห้ง จึงควรหลีกเลี่ยง ก่อนใช้ยานี้ควรแจ้งแพทย์ หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยา วิตามิน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสมุนไพรใด ๆ ที่กําลังใช้อยู่ เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาเมื่อรับประทานร่วมกับยาบางชนิด

ข้อควรระวัง! ในการใช้ยาลอราทาดีน

– แพ้ยาลอราทาดีน หรือยาเดสลอราทาดีน (Desloratadine)

– ห้ามใช้ยานี้รักษาตุ่มผื่น หรือลมพิษ ที่มีการฟกช้ำ พุพอง มีสีผิดปกติ หรือ ผื่นลมพิษที่ไม่มีอาการคัน และควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีอาการในลักษณะดังกล่าว

– ควรหยุดใช้ยานี้หากอาการผื่นลมพิษไม่ดีขึ้นภายใน 3 วัน หลังจากเริ่มใช้ยา หรือในกรณีที่มีผื่นลมพิษมานานกว่า 6 สัปดาห์ และควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของผื่นที่เกิดขึ้น

วิธีเก็บรักษายาให้อยู่ได้นาน

การเก็บรักษายานี้ในภาชนะบรรจุเดิม ปิดภาชนะให้สนิท และเก็บให้พ้นจากเด็ก และสัตว์เลี้ยง ควรเก็บยานี้ที่อุณหภูมิห้องโดยไม่ให้อยู่ในที่ร้อนมากกว่า 30 องศาเซลเซียส เช่น บริเวณที่ถูกแสงแดดโดยตรง และไม่เก็บยาใน บริเวณที่เปียกหรือชื้น ทิ้งยานี้เมื่อยาหมดอายุ

บทความโดย : ดร. ภก. นิติ สันแสนดี อาจารย์พิเศษ ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์สุขภาพ

เอกสารอ้างอิง:

1. Brunton LL, editors. Goodman & Gilman’s the pharmacological basis of therapeutics , 12th ed. New York: McGraw-Hill, 2011.

2. Simons FER. Drug therapy: Advances in H1-antihistamines. N Engl J Med 2004;351:2203-17.

3. Bielory BP, O’Brien TP, Bielory L. Management of seasonal allergic conjunctivitis: guide to therapy. Acta Ophthalmol 2012;90(5):399-407.

4. Jáuregui I, Ferrer M, Montoro J, Dávila I, Bartra J, Cuvillo A, et al. Antihistamines in the treatment of chronic urticarial. J Investig Allergol Clin Immunol 2007; 17(2):41-52.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...