โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจคนสนิท "เอิร์ก-เก๋ เลเดอเรอร์" ปมเงิน 14 ล้าน ใครติดหนี้ใคร

Khaosod

อัพเดต 13 ก.ย 2561 เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2561 เวลา 12.48 น.

หลังการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนางแบบและนักธุรกิจสาว เก๋ เลเดอเรอร์ หรือกันยกร ศุภการค้าเจริญ อายุ 30 ปี เจ้าของธุรกิจ ลาพรีม คลินิก ที่คิดสั้นกินยาฆ่าตัวตายแล้วกระโดดลงมาจากบ้านเสียชีวิต ตามมาด้วยคำถามมากมายถึงปมเหตุเสียชีวิต ทั้งเงิน 14 ล้านบาทที่ระบุในจดหมายลาตาย ปมขัดแย้งกับน้องคนสนิทและมีการกล่าวอ้างถึงคู่หมั้นหนุ่มด้วย

ล่าสุดวันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคนสนิทเก๋ และเอิร์ก เพื่อเจาะลึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ได้รับการเปิดเผยว่า ทราบว่าเก๋มีอาการป่วยโรคซึมเศร้ามาประมาณ 4-5 เดือน แต่ตลอดเวลาที่คบกันเก๋จะเป็นคนอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ง่าย เวลาดีใจก็จะดีใจสุดๆ ส่วนเวลาเศร้า ก็จะเสียใจปิดห้องอยู่คนเดียวไม่ให้ใครยุ่ง ซึ่งคนใกล้ชิดก็จะทราบเรื่องนี้ดี ส่วนตัวเก๋เป็นคนขยันทำงาน ในหนึ่งวันจะรับงานหลายๆ งาน นอกจากนี้เก๊ยังเป็นคนที่ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวมากในหลายๆ เรื่อง

แหล่งข่าว เปิดเผยอีกว่า หลังจากเกิดเรื่องเอิร์ก รู้สึกตกใจมาก แต่เอิร์กกลับตกเป็นจำเลยสังคม ทุกคนชี้เป้ามาที่เขาว่ามีส่วนทำให้เก๋เลือกจบชีวิตตัวเอง ความจริงจดหมายลาตายของเก๋ เอิร์กก็เห็นจดหมายฉบับนี้ก่อนที่เก๋จะเสียชีวิตด้วยซ้ำ และก็คิดว่าพยายามพาดพิงให้อีกฝ่ายเสียหาย

“ความเป็นจริงเอิร์กรู้จักกับเก๋มาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ซึ่งก็ช่วยเหลือกันมาโดยตลอด และส่วนใหญ่จะเป็นเอิร์กที่เป็นฝ่ายสนับสนุนเก๋จนมีชื่อเสียงขนาดนี้ หลังจากมีประเด็นเรื่องแยกสาขาคลินิกกัน คือ สาขาบางนา และสาขารามอินทรา ซึ่งต้องใช้เงินมากถึง 14 ล้านบาท ทราบว่าจู่ๆ เก๋ก็บอกให้เอิร์ก ออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น คาดว่าเป็นเพราะคู่หมั้นของเก๋ ซึ่งคบกันมาประมาณ 3 ปี เป็นฝ่ายกดดัน และครอบครัวนี้ก็เข้ามาเกี่ยวเรื่องธุรกิจหลายอย่าง ซึ่งเอิร์กไม่เกี่ยวข้องกับเงิน 14 ล้านบาทและไม่ได้นำไปใช้”

ส่วนเรื่องค่าสินสอด 1 ล้านบาทนั้น เชื่อว่าเอิร์กไม่ได้หุบเงินไป เพราะงานวันหมั้นนั้นมีคนเข้าร่วมแค่ครอบครัวฝ่ายชาย เก๋ และเอิร์ก เพราะไม่ค่อยมีใครทราบว่าทั้งคู่คบกัน จากนั้นเก๋ก็พยายามเฟดตัวออกจากเอิร์กเรื่อยๆ แต่ก็เหมือนว่ายังตัดกันไม่ขาด เพราะที่ผ่านมาเอิร์กเป็นฝ่ายช่วยเหลือเก๋ให้มีงาน และเงิน แม้ว่าทั้งคู่จะมีข่าวแตกหักกัน แต่ความจริงก็ยังติดต่อกันเสมอ เพราะเก๋จะเข้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องเงินกับเอิร์กตลอด จนก่อนวันที่เก๋จะเสียชีวิต 1 วัน เก๋ยังไลน์มาคุยกับเอิร์กอยู่เลย ประเด็นการที่เอิร์กไม่ไปงานศพเก๋ มันมีความซับซ้อนมาก ซึ่งอ้างว่ามีเรื่องการขู่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ก็ไม่อยากใส่ความใคร

ส่วนกรณีเรื่องการจัดงานศพที่มีเงื่อนงำ และการตั้งฉากกั้นตรวจคัดกรองคนเข้านั้น แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ทราบว่าการจัดการงานศพครั้งนี้ เอิร์กไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งๆ ที่อยากเข้าช่วยเหลือครอบครัวของเก๋ และไม่ได้เป็นฝ่ายจัดการเอาฉากมากั้นด้วย หากเอิร์กจะจัดงานศพให้เก๋ ต้องดีกว่านี้แน่นอน และเอิร์กก็โอนเงินให้พ่อเก๋เพื่อช่วยงานศพด้วย

กรณีประเด็นเรื่องเอิร์กติดหนี้เก๋สิบกว่าล้านนั้น แหล่งข่าว เปิดเผยว่า ส่วนนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดมากๆ ความจริงคือ เอิร์กเป็นฝ่ายช่วยเหลือเก๋ และเป็นไปไม่ได้ที่เอิร์กจะติดหนี้เก๋ ซึ่งส่วนนี้มีหลักฐาน และจะเปิดเผยเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เรื่องรถลัมโบกินีนั้น เอิร์กเป็นคนซื้อเอง ด้วยเงินตัวเอง และไม่มีการถอนเงินสด 14 ล้านมาซื้อแน่นอน และรถเบนซ์คันนี้เอิร์กก็เป็นคนดาวน์ให้เก๋ รวมถึงผ่อนให้ด้วย แม้ว่าเอิร์กจะถูกพาดพิงไปในด้านลบ เอิร์กก็เสียใจการจากไปของเก๋ พร้อมจะให้อภัย และอโหสิกรรม

อ่านข่าว ‘เก๋ เลเดอเรอร์’ ซดพิษ-ดิ่งตึกดับ เพื่อนเผยป่วยซึมเศร้า-ปัญหาสัมพันธ์หนุ่ม’เอิร์ก’
อ่านข่าว ช็อก! ‘เก๋ เลเดอเรอร์’ เพิ่งหมั้นนักธุรกิจหนุ่ม ก่อนกระโดดตึก ฆ่าตัวตาย
อ่านข่าว เปิดตัว! ‘พอล’ นักธุรกิจหนุ่ม คู่หมั้น ‘เก๋ เลเดอเรอร์’ ก่อนฆ่าตัวตาย!
อ่านข่าว เปิดแช็ต เก๋ เลเดอเรอร์ พูดสาเหตุแตกหัก กลัวโดนแอบอ้างใช้ชื่อตุ๋นเงิน!
อ่านข่าว เพจดังเปิด จดหมายลาตาย “เก๋ เลเดอเรอร์” ซัดคนใกล้ชิด เขียนไว้ก่อนโดดตึก!
อ่านข่าว เอิร์ก เลเดอเรอร์ โพสต์ไปงานศพ เก๋ ลาพรีม โดนถล่มเละ-เจอแฉจนเงิบ!!
อ่านข่าว น้องชาย เก๋ เลเดอเรอร์ ขุดหลักฐานเด็ด เปิดโปงปมปริศนา เตรียมแถลงความจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...