ประโยคบอกรักในเพลงลูกทุ่งหมอลำ
หลายคนคงคุ้นเคยกับจังหวะสนุกสนานครื้นเครง ที่ครองใจผู้คนมาหลายยุคหลายสมัย แต่เดิมคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงลูกทุ่งหมอลำส่วนมากจะมีพื้นเพเป็นคนอีสาน ทำให้ซึมซับ และเข้าใจความหมายของเพลงได้ดี
แต่ในปัจจุบันนี้เพลงลูกทุ่งหมอลำจากอีสานเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วประเทศ เนื่องจากการพัฒนาของเพลงอีสานที่สามารถฟังเข้าใจง่าย สนุกสนาน รวมถึงภาษาที่ทำให้หลายคนเกิดความอยากรู้ความหมาย สงสัย ในคำของภาษาอีสาน โดยเฉพาะในเพลงรักที่มีการบอกรักที่ใส่ลงไปในเพลง ซึ่งมีมานานแล้วตั้งแต่ยุคหมอลำกลอน ไล่มาจนกระทั่งยุคลูกทุ่งหมอลำ จนปัจจุบันคือยุคเพลงอีสานป๊อป/อินดี้
บทความนี้ จะพาไปสัมผัสประโยคบอกรักที่ชาวอีสานแทรกไว้ในบทเพลง โดยเน้นเพลงกลุ่มลูกทุ่งหมอลำ เพลงอีสานป๊อป/อินดี้ และมีข้ามโขงพาไปฟังประโยคบอกรักที่ซ่อนไว้ในเพลงลาวด้วย
1) ประโยคบอกรักของสาวชาวนาผู้ต้อยต่ำ “สาวนาผวารัก”
เพลง “สาวนาผวารัก” ขับร้องโดยศิลปินลูกทุ่งหมอลำผู้เป็นตำนานอย่าง ฮันนี่ ศรีอีสาน แม้เธอคนนี้จะจากไปในช่วงรุ่งโรจน์ด้วยวัย 21 ปี จากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อปี 2535 แต่เสียงเอื้อนกลอนอันหวานเพราะของเธอ ยังติดตรึงใจแฟนเพลงชาวอีสาน รวมถึงชาวไทยจนถึงทุกวันนี้
“สาวนาผวารัก” เป็นเพลงลูกทุ่งหมอลำที่ถ่ายทอดอารมณ์ว้าวุ่นในรักของสาวชาวนาคนหนึ่ง เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม “น้ำตาหล่นบนที่นอน” ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อต้นปี 2534 ยุคนั้นเป็นยุคที่แรงงานอีสานอพยพโยกย้ายไปทำงานในเมืองกรุงจำนวนมาก คู่รักบางคู่อาจต้องอยู่ห่างไกลกันด้วยเหตุผลของการย้ายถิ่นไปหางานทำ เช่นกันกับสาวชาวนา ที่ต้องพรากจากคนรัก จนหัวใจผวา และต้องขับร้องออกมาอย่างซื่อตรงว่า “คิดถึงจนเป็นบ้า”
“คิดถึงจนเป็นบ้า กลางคืนนอนผวา
จนซึมเซ่อบ่มี..สร่าง..แม้แต่เดินแต่ย่าง
กะยังคิดฮอดเจ้า ยามกินเข่ากะจ่มหา..
ละถึงอยู่คนละขอบฟ้า แต่ใจอยู่ติดกัน
จิตกะสันนอนนึก เป็นห่วงหลายจนวายวุ่น
ละคิดฮอดคุณ..โสถ่า หัวอกสาวชาวนา
รักขึ่นฟ้าสลายล่ม ละย๊านแต่หวานเป็นขม
ย๊านพี่มีคู่ไว้ เฮอะ…ซิทำให่ รักผวา สาวชาวนา
โอ้ โอย…นอ…ยังคอยอ้าย”
2) ประโยคบอกรักข้ามชนชั้นในเพลง “เรวัตตะฮักนะลีลาวดี”
เพลง 100 ล้านวิว ใน YouTube ของ เวียง นฤมล และ เบียร์ พร้อมพงษ์ โดยเพลง “เรวัตตะฮักนะลีลาวดี” เป็นเพลงลูกทุ่งอีสาน เนื้อเพลงและเอ็มวี เล่าเรื่องรักข้ามชนชั้น แต่เล่าผ่านท่อนร้องที่ว่าด้วยหนุ่มสาวจีบกัน โดยชายหนุ่มมีสถานะต่ำต้อยกว่าหญิงสาว เขาจึงเปรียบหญิงสาวชนชั้นสูง เป็นดังนกยูง ขณะที่ตัวเขาเป็นนกเจ่า แต่หญิงสาวก็ยืนยันว่า “เฮาคนคือกัน”
“อ้ายฮักเจ้าอีหลี ลีลาวดีน้องฮักอ้ายบ่”
“กะฮักคือกันล่ะเนาะ คั่นน้องบ่ฮัก คงบ่กล้าเว้า”
“เจ้าคนชั้นสูง เปรียบดังนกยูง อ้ายมันนกเจ่า
“เซาสาเรวัตตะอย่าเว้า แบ่งชนแบ่งเผ่าเฮาคนคือกัน”
เนื้อเพลงที่ว่าด้วยความรักข้ามชนชั้นนั้นถือว่าพบมากในเพลงรักสมัยก่อน เนื่องจากการเข้าถึงทรัพยากรส่วนกลาง รวมถึงการศึกษา ยังจำกัดอยู่แค่คนบางกลุ่ม อีกทั้งแนวคิดเรื่อง “คนเท่ากัน” ยังไม่กลายเป็นแนวคิดกระแสหลักของสังคม แม้ในปัจจุบัน สภาพสังคมเศรษฐกิจของอีสานจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่การรำพึงรำพันตัดพ้อถึงความรักที่โดนกีดกันก็ยังมีอยู่ แต่อาจจะเปลี่ยนรูปไป
3) ประโยคบอกรักในยุคสมัยแห่งการแชทจีบ “รำคาญกะบอกกันเด้อ”
เพลง 350 ล้านวิวของ ลำเพลิน วงศกร ศิลปินวัยรุ่นอีสาน ที่ถ่ายทอดความรู้สึกต่อหญิงสาวที่ตนหลงรักอย่างซื่อตรง ว่า “คิดฮอดหลาย” แต่กระนั้นด้วยยุคสมัยที่ผู้คนหันมาสื่อสารผ่านแชท ทำให้การบอกรักทำผ่านแชทในเฟซบุ๊ก และไลน์ ทว่าผลลัพธ์ของคำบอกรักอย่างซื่อตรง บางครั้งอาจได้รับคำตอบกลับเป็นเสียงเงียบงัน คือ เขาอ่านแล้วไม่ตอบกลับมานั่นเอง
“ที่อ้ายทักหา อยากให้เจ้าฮู้ว่า อ้ายคิดฮอดเจ้าหลาย
มันเป็นความสุขทางใจ ของผู้ชายบ้าน ๆ คนนี้
ทักไปทั้งเฟซทั้งไลน์ กะย้อนว่าอ้ายเว้านำเจ้าคนดี
แต่ยังบ่มีท่าทีว่าเจ้าสิตอบกลับมา โอ้….”
ท่าทีการบอกรักที่ปรากฏในเนื้อเพลง “รำคาญกะบอกกันเด้อ” นั้น สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจอีสาน ที่พัฒนาไปตามยุคสมัย ในยุคสมัยใหม่ที่หนุ่มสาวสื่อสารกันผ่านโปรแกรมแชท แทนที่จะเขียนจดหมายน้อยจีบกันแล้ว การส่งข้อความ “คิดฮอดหลาย” จึงส่งผ่านไลน์ ผ่านเฟซฯ และในบางครั้ง อาจส่งเป็นสติ๊กเกอร์หรืออีโมจิแทนข้อความเลยด้วยซ้ำ
4) ประโยคบอกรักของสาวมั่นทันสมัย “มักอ้ายหลายเด้อ”
เพลง 280 ล้านวิว ของ กวาง จิรพรรณ จากค่าย เซิ้ง Music ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของหญิงสาวอีสานในยุคสมัยใหม่ ที่กล้าจะบอกชอบพอชายหนุ่มก่อน รวมถึงกล้าถามตรง ๆ ว่า “อ้ายมีเมีย ไป่” ที่แปลว่า “มีเมียแล้วหรือยัง” โดยหากชายหนุ่มยังไม่มีเจ้าของ หญิงสาวก็พร้อมจะพูดคุย ชนแก้ว และคุยแชทคุยไลน์กันต่อในวาระต่อไป
“น้องมักอ้ายหลาย ขอเบอร์แลกไลน์
อยากถามอ้ายว่า อ้ายมีเมีย ไป่
ถ้ายังยังบ่มี น้องสิจีบเอา ชนเเก้วเบาๆ
โบกมือบ๊าย บาย
คุยกันเด้อ แชทไลน์เด้อ มักอ้ายหลายเด้อ.. “
จริง ๆ ความมั่นใจของผู้หญิงอีสานนั้นมีมายาวนานแล้ว แต่ค่านิยมของสังคมในยุคสมัยเก่า อาจวางกรอบอันน่าอึดอัดไว้ จนทำให้การที่ผู้หญิงจะแสดงความชอบพอ และไปจีบใครก่อน อาจดูเป็นพฤติกรรมไม่คุ้นเคยสำหรับหลายคน แต่ในยุคที่สังคมกำลังส่งเสริมคุณค่าของ “คนเท่ากัน” การบอกรักไม่ว่าจะเริ่มบอกด้วยฝ่ายไหน ก็ควรทำได้ทั้งนั้น ถ้าอยู่ในขอบเขตที่ไม่คุกคามกันและกัน
5) ประโยคบอกรักของสาวลาว “แพงอ้าย”
เพลง “แพงอ้าย” เป็นเพลงจากศิลปินฝั่งลาว ที่ปัจจุบันมียอดวิวกว่า 120 ล้านวิว โดยเพลงนี้เป็นผลงานของศิลปินและนักแต่งเพลงหนุ่ม “โสพะนา” ที่ร่วมขับร้องกับ “นัทดาว” ศิลปินสาวเสียงดี, คู่แฝดสาว “มายด์-มิ้นท์”, รวมถึง “แบกือ” แรปเปอร์หนุ่มภาพลักษณ์เฮฮา
ก่อนที่จะปล่อยเพลง “แพงอ้าย” ออกสู่ YouTube โสพะนาเคยปล่อยเพลง “แพงน้อง” ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นผู้ชายร้องนำมาก่อน ดังนั้นอาจจะพอกล่าวได้ว่า เพลง “แพงอ้าย” เป็นเพลงที่ฝั่งหญิงร้องโต้ฝั่งชาย เนื้อหาเพลงนี้แม้จะเป็นเพลงหนุ่มสาวจีบกัน แต่สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่นหญิงลาว ที่แม้จะยังมีท่าทีเอียงอายในการบอกรัก แต่ก็พร้อมจะพุ่งชน นอกจากบอกรักแล้วยังพร้อมบอกความปราราถนาอย่างซื่อตรง ว่า “อยากได้เจ้ามาเป็นแฟน” ด้วย
“ฮักอ้ายมันคือสิดีเนาะ
มีเฮาสองคนเป็นแม่พ่อ
หนึ่งเรื่องที่อยากจะขอน้องก็ขอได้อ้ายเพียงเท่านี้
สินุ่มเนาะ
แก้มอ้ายมันคือสินุ่มเนาะ
ได้กอดอ้ายคือสิอุ่นเนาะ
ที่เว้ามานี่ก็เพราะว่าอยากได้เจ้ามาเป็นเแฟน”
ประโยคบอกรักในเพลงลูกทุ่งหมอลำ และเพลงอีสานป๊อป/อินดี้ ทั้ง 5 เพลงนี้ อาจไม่สามารถสะท้อนถึงความรักของชาวอีสานได้ทั้งหมด แต่ถือเป็นส่วนหนึ่ง ที่ช่วยให้เห็นพัฒนาการสังคมเศรษฐกิจอีสาน รวมถึงฝั่งลาว ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป แล้วก็ส่งผลต่อรูปแบบการ “บอกรัก” ที่อาจปรับไปตามยุคสมัยนั่นเอง
ที่มา :
บทความ "ประวัติ ฮันนี่ ศรีอีสาน" จาก wikipedia.org
เพลง “เรวัตตะฮักนะลีลาวดี” จาก แชนแนล GRAMMY GOLD OFFICIAL/YouTube
เพลง “ลำคาญกะบอกเด้อ” จาก แชนแนล GRAMMY GOLD OFFICIAL/YouTube
เพลง “มักอ้ายหลายเด้อ” จาก แชนแนล เซิ้ง MUSiC/YouTube
เพลง “แพงอ้าย” จาก แชนแนล Sophana CHANNEL
เรื่อง : พรพิมล มิ่งมิตรมี และ หัทยา ภูดี