โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดพงศาวดาร ใครคือ 'พระยาพิชัยดาบหัก' ? หลังผู้สมัคร ส.ส. อุตรดิตถ์ ขี่ม้าไปกกต.บอกเป็น 'ทหารเอกพระยาพิชัย'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 ก.พ. 2562 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2562 เวลา 08.53 น.

เป็นที่ฮือฮาอย่างยิ่ง เมื่อนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย แต่งกายด้วยชุดนักรบโบราณ ทหารเอกของพระยาพิชัยดาบหัก ทหารเอกของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในมือข้างขวาถือดาบเหล็ก ขี่ม้าสีน้ำตาล เดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ ต.งิ้วงาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ สถานที่เปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขต

โดยระบุว่าพระยาพิชัยดาบหักเป็นนักต่อสู้ พี่น้องชาวอุตรดิตถ์เดือดร้อนแสนสาหัส ท่านพ่อพระยาพิชัยคงอยากจะต่อสู้เพื่อให้ประชาชนคนอุตรดิตถ์และคนไทยทั้งประเทศ

‘มติชนออนไลน์’ ได้รวบทั้งเรื่องเล่า และหลักฐานเกี่ยวกับพระยาพิชัยดาบหัก มาให้อ่านกันคร่าวๆ ดังนี้

พระยาพิชัยดาบหัก คือขุนนางในสมัยอยุธยาตอนปลายสืบเนื่องมาถึงกรุงธนบุรี เป็นทหารของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เดิมชื่อ จ้อย เกิดที่บ้านห้วยคา ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้เข้ารับราชการกับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาตาก และได้รับแต่งตั้งเป็นองครักษ์มีบรรดาศักดิ์เป็น “หลวงพิชัยอาสา” เมื่อรับราชการมีความดีความชอบจึงได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าหมื่นไวยวรนาถ พระยาสีหราชเดโช และพระยาพิชัย ผู้สำเร็จราชการครองเมืองพิชัย ซึ่งรับพระราชทานเครื่องยศเสมอเจ้าพระยาสุรสีห์ ตามลำดับ

ภายหลังข้าศึกยกทัพมาตีเมืองพิชัย 2 ครั้ง ในการรบครั้งที่ 2 พระยาพิชัยถือดาบสองมือออกต่อสู้จนดาบหักไปข้างหนึ่ง และรักษาเมืองไว้ได้ ดังนั้นจึงไดัรับสมญานามว่า “พระยาพิชัยดาบหัก”

พระยาพิชัยดาบหัก มีชื่อปรากฏหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรในพงศาวดารเพียงไม่กี่ครั้ง หนึ่งในนั้นคือคราวที่พระยาตาก นำทหารกล้าแหกค่ายออกจากกรุงศรีอยุธยา ดังความในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา ตอนหนึ่งว่า

“จึงชุมนุมพรรคพวกพลทหารไทยจีนประมาณพันหนึ่ง สรรพด้วยเครื่องสรรพาวุธ กับทั้งนายทหารผู้ใหญ่คือพระเชียงเงินหนึ่ง หลวงพรหมเสนาหนึ่ง หลวงพิชัยอาสาหนึ่ง หลวงราชเสน่หาหนึ่ง ขุนอภัยภักดีหนึ่ง เป็นห้านาย กับขุนหมื่นผู้น้อยอีกหลายคน จัดแจงกันคิดจะยกทัพหนีไปทางตะวันออก”

อย่างไรก็ตาม ในพระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และฉบับบริติชมิวเซียมกลับระบุว่าเป็น “หลวงพิชัยราชา” ไม่ใช่ “หลวงพิชัยอาสา” ซึ่งพระยาศรีสัชนาลัยบดี (เลี้ยง ศิริปาละกะ) ผู้เรียบเรียงประวัติพระยาพิชัยดาบหัก ระบุว่า เป็นตำแหน่งของพระยาพิชัยดาบหักเมื่อแรกเข้ารับใช้พระยาตาก

ความตอนเดียวกันในพระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่า

“จึงชุมนุมพรรคพวกพลทหารไทยจีนประมาณ ๑,๐๐๐ เศษ สรรพด้วยเครื่องสาตราวุธต่างๆ แลประกอบด้วยนายทหารผู้ใหญ่นั้น พระเชียงเงิน หลวงพรหมเสนา หลวงพิชัยราชา หลวงราชเสนา ขุนอภัยภักดี หมื่นราชเสน่หา แล้วยกออกไปตั้ง ณ วัดพิชัยอันเป็นที่มงคลมหาสถาน”

ส่วนความเป็นไปได้ที่ “หลวงพิชัยอาสา” กับ “หลวงพิชัยราชา” จะเป็นคนเดียวกันนั้นอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ บอกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากยอมรับเรื่องรับตามประวัติที่เรียบเรียงโดยพระยาศรีสัชนาลัยบดี

ศาสตราจารย์ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ระบุว่า ราชทินนาม “พิชัยราชา” นั้นมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วน “พิชัยอาสา” ปรากฏหลักฐานอยู่ที่เดียวว่าอาจเคยใช้ในยุคกรุงธนบุรีและหมายถึงเจ้าเมืองพิชัยหลัง พ.ศ. 2313 และเหตุที่หลวงพิชัยราชาจะเป็น พระยาดาบหักมิได้นั้น มีคำอธิบายว่า

“แต่มีหลักฐานที่ส่อให้เห็นว่าหลวงพิชัยราชาที่ออกจากกรุงพร้อมพระเจ้ากรุงธนบุรีนั้น จะเป็นพระยาพิชัยดาบหักไม่ได้(หากยอมรับเค้าของประวัติพระยาพิชัยดาบหักตามที่พระยาศรีสัชนาลัยบดีเล่า) เพราะหลวงพิชัยราชาผู้นี้เป็นจีนดังที่กล่าวไว้ชัดเจนในพระราชพงศาวดารตอนรบกับเหล่าร้ายที่เมืองระยอง”

การเปลี่ยน “พิชัยราชา” เป็น “พิชัยอาสา” จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เชื่อว่า พระยาพิชัยดาบหักเป็นขุนพลคนสนิทที่ร่วมกับพระเจ้าตากในการกอบกู้บ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นมาตั้งแต่ต้น

แต่เมื่อปรากฏความไม่สอดคล้องกันในตอนนี้จึงน่าสงสัยว่า พระยาพิชัยดาบหักซึ่งน่าจะเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญท่านหนึ่งในราชการสมัยกรุงธนบุรี แต่จะเริ่มมีบทบาทตั้งแต่เมื่อครั้งที่พระยาตากรวบรวมไพร่พลตีฝ่าออกจากกรุงศรีอยุธยาเลยหรือไม่นั้นยังเป็นเรื่องที่น่าสงสัยอยู่

ขอบคุณข้อมูลส่วนหนึ่งจาก นิตยสารศิลปวัฒนธรรม

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...