อนุทิน จ่อใช้ 'อาคารนิมิบุตร' เก็บตก ป่วยโควิด ตามบ้าน แจงไม่ใช่ รพ.สนาม
"อนุทิน" ใช้ อาคารนิมิบุตร เป็นศูนย์แรกรับ เก็บตกคนติดโควิดตกค้างที่บ้าน คาดเปิดได้ใน 2-3 วันนี้ เร่งทำความสะอาด เชื่อมโยงระบบส่งต่อ คาดตั้งได้ 300 เตียง
วันที่ 26 เม.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดศูนย์แรกรับผู้ป่วยโควิด 19 ทีตกค้างตามบ้าน หลังสำรวจสถานที่จัดตั้งที่อินดอร์สเตเดีย หัวหมาก และอาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ในต่างจังหวัด สธ.ควบคุมสถานการณ์ได้ ที่มีปัญหาการจัดหาเตียงส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. ทำให้คนกังวลกัน
ซึ่ง กทม.รับผิดชอบการรักษาพยาบาล สธ.ทำได้แต่สนับสนุนและประสานงานตามการร้องขอ แต่ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้ออยู่กับบ้านหลายคน สธ.จึงจะแบ่งเบาภาระจาก กทม.เท่าที่ทำได้ โดยจัดตั้งศูนย์แรกรับ (Pre Admission Center) ซึ่งไม่ใช่ รพ.สนาม เปรียบเสมือนเป็นคลินิก เพื่อช่วยลดการสะสมของผู้ป่วยที่อยู่ที่บ้านให้ถึงมือหมอโดยเร็ว โดยจะมีแพทย์ อุปกรณ์รักษาพยาบาลโรคโควิดครบถ้วน
"จากการไปดูสถานที่ 2 แห่ง ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือ อินดอร์สเตเดีย หัวหมาก สภาพยังไม่สมบูรณ์เท่าไรจึงมาที่อาคารนิมิบุตร เป็นอาคารที่แยกออกมา มีความปลอดภัย พื้นที่กว้างขวางสามารถจัดตั้งเป็นศูนย์แรกรับได้ ประมาณ 300 เตียง คาดว่าจะเปิดได้ใน 2-3 วันนี้ เพราะต้องไปทำความสะอาดที่สุดก่อน จัดระบบวงจรปิด ต้องจัดระบบเชื่อมลิงก์กับระบบส่งต่อของ กทม. และ รพ.ต่างๆ โดยใครที่ติดเชื้อแล้วยังอยู่บ้านให้มาที่ศูนย์แรกรับก่อน จะมาด้วยตัวเอง หรือให้ญาติพามาก็ได้ เพราะบอกว่าไม่มีรถไปรับสักทีก็มาที่นี่เลย" นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า ขอย้ำว่าคนที่มาต้องเป็นผู้ป่วยเท่านั้น ไม่ใช่ใครจะมาก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้มีบริการตรวจหาเชื้อ เมื่อมาถึงก็ประสานกับระบบส่งต่อไปรักษาต่อไป หากระบบยังไม่เปิดช่อง ยังหาเตียงไม่ได้ ศูนย์แรกรับก็จะรับตัวไว้รักษา ภายใต้การดูแลของแพทย์
เมื่อถามว่าถ้ามีผลเป็นบวกสามารถเดินเข้ามาที่ศูนย์แรกรับได้เลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องไปตามระบบสายด่วนในการจัดหาเตียงให้ก่อน แต่ถ้าเกิดรอหลายวันแล้วไม่มีคนติดต่อมา เช่น 3-4 วันกกยังไม่ได้ติดต่อมาหาเตียงได้ ซึ่งโอกาสเกิดมี เพราะมีคนตรวจเป็นพัน อาจมีการขลุกขลักบ้าง ก็ให้เข้ามาตรงนี้เพื่อให้ถึงมือหมอทุกคน
ทั้งนี้ คนตกค้างมีประมาณ 400-500 คน แต่ละวันมีการเคลียร์คนที่ตกค้างออกไป ก็เหลือประมาณวันละ 200-300 คน ก็จะทำให้มั่นใจว่าผู้ป่วยทุกคนในเขต กทม.จะได้รับการดูแลโดยแพทย์ เป็นขั้นตอนช่วยขยายคอขวด เพิ่มช่องว่างมากขึ้น
"ศูนย์คอยเก็บตกคนที่ไม่สามารถเข้าไประบบได้มารักษาพยาบาลก่อน วัตถุประสงค์คือเก็บตกและส่งต่อไปยังระบบ ใครค้างในระบบดูแลรักษาพยาบาลเต็มที่ ภายใต้การดูแลสมบูรณ์ของ สธ. หาก กทม.เต็มหมด ส่งไปที่ไหนก็ได้ให้เข้าถึงการรักษาที่เขาต้องการในระยะนั้น ซึ่งศูนย์แรกรับเป็นของ สธ.สั่งการบริหารด้วยตนเองไม่ต้องไปขออะไรใคร หาก รพ.ใน กทม.เต็มจริงๆ และผู้ป่วยต้องถึง รพ. อาการไม่ดี ต้องเข้าไอซียูก็ส่งไปที่ปริมณฑล เช่น ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ เป็นต้น" นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ออกมาโวยเรื่องเจ้าหน้าที่ แจ้งคนติดโควิด เขตหลักสี่ ว่าเตียงเต็ม แต่เสนอให้ไปรักษาตัวที่โรงแรมย่านทองหล่อ มีค่าใช้จ่ายคืนละ 2,800 บาท นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องดู เราถึงมีศูนย์แรกรับฯ
เมื่อถามถึงกรณีมีหญิงสาวที่อ่างทอง เสียชีวิต แต่ยังมีความไม่ชัดเจนว่าเกิดจากสาเหตุอะไรระหว่างการแพ้คอลลาเจน กับวัคซีน นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีระบบการตรวจสอบอยู่แล้ว มีกรรมการวิชาการติดตามเรื่องการใช้วัคซีนอยู่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน