โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลซ้อนเกมเดิมพันผลประโยชน์3สารพิษ

Businesstoday

เผยแพร่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 07.14 น. • Businesstoday

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำขบวนชักธง”เอื้ออาทร” 3 สารพิษ..พาราควอท-ไกลโฟเซต-คลอไพริฟอส แบบไม่มีกระมิดกระเมี้ยนเหนียมอาย โดยอ้างชุดข้อมูลกรมวิชาการเกษตรและสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ซึ่งล้วนเป็นหน่วยงานภายใต้การบังคับบัญชา มาสนับสนุนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน….

น่าสงสัยว่าก่อนหน้านี้ เมื่อคราวประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดสุดท้ายตามกฏหมายวัตถุอันตรายฉบับเก่าเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ทำไมปลัดกระทรวงเกษตรฯ-อธิบดีกรมวิชาการเกษตร รวมทั้งเลขาธิการ มกอช.ซึ่งร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วยจึงสงวนสิทธิ”เป็นใบ้”โดยพร้อมเพรียงกัน แทนที่จะออกมาส่งเสียงโหวกเหวกเชิดชูบูชาคุณูปการอเนกอนันต์ของ 3 สารพิษให้ชาวบ้านได้รับรู้

น่าสงสัยยิ่งไปกว่านั้น… 1 เดือนเต็มๆ หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ให้แบน 3 สารพิษ โดยปักหมุดให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ปลัดกระทรวงเกษตรฯเคยมีบัญชาใดๆให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เร่งออกระเบียบ หลักเกณฑ์ในการจัดการ 3 สารพิษที่ถูกแบนอย่างไรหรือไม่ ?…เคยกำชับกรมวิชาการเกษตร ให้เร่งจัดหา หรือออกประกาศรับรองสารที่มีสรรพคุณทดแทน 3 สารพิษที่ถูกแบนหรือไม่?

พฤติกรรมพันธุ์แบบนี้สุ่มเสี่ยงที่น่าจะเข้าข่ายกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

อาการเกียร์ว่างที่กระทรวงเกษตรฯในการบริหารจัดการ 3 สารพิษให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย จู่ๆก็เปลี่ยนโหมดเป็นเกียร์เดินหน้า แถมกระทืบคันเร่งเต็มตีนก่อเกิดเป็นปรากฏการณ์พิลึกพิเรนทร์เป็นที่น่าสลดหดหู่ยิ่งนัก ในช่วงเวลา 5 วันก่อนหน้าการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ ตามกฏหมายวัตถุอันตรายฉบับใหม่….

ปลัดกระทรวงเกษตรฯจัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด ในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 22 พ.ย.แล้วเป็นตุเป็นตะเป็นเงินงบประมาณที่จะต้องเตรียมจ่ายชดเชยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกใช้ 3 สารพิษสูงปรี๊ดถึง 3.2 หมื่นล้านบาท….มาจากไหน…คิดได้ไง(วะ)

ในเวทีเดียวกันนี้กรมวิชาการเกษตร อ้างข้อมูลการทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นกลุ่มตัวอย่างกว่า 4.8 หมื่นคน ซึ่งมีบทสรุปว่าส่วนใหญ่ 75% ไม่เห็นด้วยกับการแบน 3 สารพิษ ขณะที่มีเพียง 25 % ที่สนับสนุนการแบน 3 สารพิษ แต่กรมวิชาการเกษตร กลับสงวนสิทธิ์ที่จะไม่อธิบายรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับการทำประชาพิจารณ์

ใครเป็นใครในกว่า 4.8 หมื่นคนที่อ้างเป็นกลุ่มตัวอย่าง….เป็นปริศนา!
ประชาพิจารณ์ทำกันเมื่อไหร่-ที่ไหน-อย่างไร….เป็นปริศนา!

กรมวิชาการเกษตร ยังเสนอที่ประชุมด้วยว่าน่าจะพิจารณาเลื่อนเวลาการแบน 3 สารพิษจากที่ปักหมุดไว้วันที่ 1 ธ.ค.ออกไปอีก 6 เดือน ด้วยข้ออ้างต้องการเวลาในการบริหารจัดการ 3 สารพิษที่ถูกสั่งแบนให้หมดสิ้น โดยไม่มีหลักประกันใดๆว่าจะไม่มีการเลื่อนซ้ำแล้วซ้ำอีก!

จังหวะเวลาไล่เลี่ยกับอาการคึกคะนองของกระทรวงเกษตรฯ บรรดากลุ่มผลประโยชน์ 5 สมาคม ก็ออกโรงเชียร์ 3 สารพิษสุดฤทธิ์สุดเดช ราวกับเป็นสารอายุวัฒนะมงคล ที่ขาดแล้วจะมีแต่ความเป็นอัปมงคล….

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 สมาคมที่มีผลประโยชน์ยึดโยงอยู่กับ 3 สารพิษ ถึงขั้นคิดวิเคราะห์ผลกระทบจากการแบน 3 สารพิษเอาไว้สุดแสนจะสยดสยอง…จะสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท…จะทำให้โรงงานอาหารสัตว์กว่า 780 แห่งต้องปิดกิจการ….จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดกว่า 450,000 ครอบครัวหมดอาชีพ….จะทำให้คน 12 ล้านคนต้องตกงาน….

ภาพอันแสนอุจาดอัปลักษณ์จากการแบน 3 สารพิษ ที่ถูกอุปโลกน์ขึ้น รวมทั้งสารพัดข้ออ้างของข้าราชการประจำชั้นสูงในกระทรวงเกษตรฯอาจเป็นสิ่งที่ชวนคิด ชวนตระหนัก แต่สิ่งที่ข้าราชการประจำชั้นสูงในกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งออกมาแสดงปฏิกิริยาเอื้ออาทร 3 สารพิษอย่างออกนอกหน้าพึงต้องไตร่ตรองให้หนักคือท่านทั้งหลายกำลังทรยศในความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว…กำลังทรยศตัวเอง…กำลังหักหลังประเทศชาติและประชาชนหรือไม่?

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ-อธิบดีกรมวิชาการเกษตร-อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร-เลขาธฺการ มกอช. น่าจะตระหนักรู้ว่ากระทรวงเกษตรฯมีนโยบายหลักเป็นสัญญาประชาคมในการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ เพื่อทำประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสินค้าและบริการด้านเกษตรอินทรีย์ระดับสากล ซึ่งใช้งบประมาณจากภาษีชาวบ้านไปแล้วนับพันล้านบาท….

กระทรวงเกษตรฯ มีโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศกพ.)ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ และมีพันธกิจในการผลิตชีวภัณฑ์ สำหรับเป็นรากฐานการพัฒนายกระดับการเกษตรจากเกษตรเคมี สู่เกษตรอินทรีย์ เพื่อความยั่งยืน

กระทรวงเกษตรฯยังมีสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร แถมด้วยงบประมาณอุดหนุนนับพันล้านบาทในแต่ละปี ซึ่งควรต้องทำหน้าที่ค้นคว้า-วิจัย-พัฒนา เพื่อทำให้เกษตรกรรมไทยยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงบนลำแข้งตัวเอง

ปลดแอกจากผลประโยชน์ แล้วมุ่งมั่นทำหน้าที่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ด้วยความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง…เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องเกษตรกร และคนไทยทั้งแผ่นดิน ไม่ดีกว่าหรือ….ท่านปลัดกระทรวงเกษตรฯ…ท่านอธิบดีกรมวิชาการเกษตร !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...