โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การ์ตูนที่รัก : ดาบพิฆาตอสูร (4) / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 06 มี.ค. 2564 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2564 เวลา 08.30 น.

 

ดาบพิฆาตอสูร (4)

 

เล่ม 6 หลังจากพิชิตครอบครัวแมงมุมแล้ว ทันจิโร่และเนซึโกะถูกควบคุมตัวไปปรากฏต่อหน้าเสาหลักทั้ง 9 ของกลุ่มพิฆาตอสูร หนึ่งในเสาหลักคิดฆ่าเนซึโกะเพราะเนซึโกะเป็นอสูร มันเสียบดาบเข้ากล่องไม้ที่เนซึโกะอยู่ภายในจึงถูกทันจิโร่ตีโต้ทั้งที่ตัวเองถูกมัดเอาไว้

“ถ้าแยกอสูรดีกับเลวไม่ออก ก็เลิกเป็นเสาหลักได้แล้ว!” ทันจิโร่ว่า

โครงเรื่องวรรณกรรมปราบปีศาจนอกเหนือจากเรื่องความยากจนและความเกลียดชัง อีกโครงเรื่องหนึ่งคือความหวาดกลัว นั่นคือความหวาดกลัวต่อคนนอก ต่อคนต่างด้าว และต่อคนที่ไม่เหมือนเรา

รวมทั้งความหวาดกลัวและความหวาดระแวงต่อคนที่คิดไม่เหมือนเรา

 

ก่อนที่ทันจิโร่และเนซึโกะจะถูกรุมกินโต๊ะ พลันปรากฏตัว “นายท่าน” ออกมารับรองทันจิโร่และเนซึโกะด้วยตัวเอง “ถ้าเนซึโกะกินคน ซากอนจิ กิยู และทันจิโร่รวมสามคนจะคว้านท้อง” แต่ถึงกระนั้นเสาหลักบางคนก็ไม่ยินยอม “มนุษย์ถูกฆ่าตายและกินไปแล้วคว้านท้องไถ่โทษแล้วชีวิตมนุษย์จะคืนมาได้หรือ”

จะเห็นว่าโครงสร้างการปกครองตามลำดับชั้นใดๆ มักเป็นเช่นนี้เอง

กล่าวคือ มีกลุ่มคนที่เรียกว่าวงกลมชั้นใน (inner circle) เสมอ

คือกลุ่มที่มีคอนเน็กชั่นกันเองสูงสุดและแวดล้อมตัวประมุข ประมุขมิได้มีอำนาจสิทธิ์ขาดดังที่เข้าใจ ที่แท้แล้วในหลายๆ ที่ประมุขมิได้เป็นตัวของตัวเอง ผู้กุมอำนาจที่แท้ประกอบด้วยวงกลมชั้นในด้วย

และคนกลุ่มนี้เองที่มักจะหวาดกลัวหรือหวาดระแวงคนนอกมากถึงระดับวิตกจริต

เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะความหวาดกลัวหรือหวาดระแวงที่เกิดขึ้นมิใช่เป็นของปัจเจกคนเดียว แต่เป็นอาการหวาดระแวงหมู่ (shared delusion)

ราษฎรอย่างทันจิโร่และเนซึโกะจึงเจาะเข้ายากนักหนา

 

เมื่อ “นายท่าน” ปรามเสาหลักบางคนไม่ได้ดังใจนึก จึงเปิดเผยว่าทันจิโร่เป็นคนเดียวที่เคยเห็นหน้าจอมอสูร คิบุซึจิ มุซัน นั่นนำความตกตะลึงมาสู่เสาหลักทั้งเก้าเพราะพวกเขาเองก็ไม่เคยเห็นจอมอสูรมาก่อน

เมื่อนักเขียนปล่อยวรรณกรรมออกสู่สาธารณะ เท่ากับพ้นมือนักเขียนแล้ว บัดนี้การตีความเป็นของสาธารณะ และนักเขียนปฏิเสธมิได้ว่าเนื้อหาที่เขียนออกมานั้นหากมิใช่ด้วยความตั้งใจก็เป็นจากจิตใต้สำนึก รวมทั้งโครงสร้างสังคมและการเมืองที่ครอบงำนักเขียนซึ่งเป็นผู้ผลิตวรรณกรรมเสมอ

กลับไปที่โครงสร้างที่ 1 ถ้าจอมอสูรมุซันเป็นความยากจน และถ้าทันจิโร่กับเนซึโกะเป็นพวกคนจน นายท่านและเสาหลักทั้งเก้าเป็นชนชั้นปกครอง ชนชั้นปกครองแม้อ้างว่ามีหน้าที่ขจัดความยากจนแต่พวกเขาจะไปรู้จักหรือเคยเห็นความยากจนได้อย่างไร ชีวิตของพวกเขาอยู่กันเฉพาะคอนเน็กชั่นเดียวกัน ดังนั้น พวกเขาจึงทำเป็นเพียงแค่ฆ่าคนจน

ในขณะที่ทันจิโร่รู้จักความยากจนที่แท้เขาจึงเป็นคนจนที่รู้จริง เนซึโกะเป็นคนจนที่ติดเชื้อความบ้าคลั่งเข้าใกล้ระดับคนยากจนที่โกรธแค้น ส่วนอสูรทั้งมวลคือคนยากจนที่โกรธแค้นจนกระทั่งเปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิงและพร้อมใช้ความรุนแรงเต็มรูปแบบ นี่คือโครงสร้างของวรรณกรรมซอมบี้

เสาหลักทั้งเก้าหวาดกลัวทันจิโร่และเนซึโกะเป็นเรื่องสากล มองไปรอบตัวแล้วจะเห็นกระสวนความคิดนี้มีอยู่ทั่วไป

เสาหลักวายุ ชินาซึงาวะ ซาเนมิ ใช้ดาบแทงเนซึโกะสามครั้งแล้วกรีดเลือดตัวเองเพื่อยั่วเย้าให้เนซึโกะลงมือ ลงมือใช้ความรุนแรง แต่เนซึโกะไม่ทำ เธอมิได้กินเลือดหรือกินมนุษย์มาตั้งแต่แรก รวมเวลานี้ก็สองปีแล้ว เธอและพี่ชายทันจิโร่จะเดินหน้าปราบจอมอสูรมุซันให้ได้ เพราะมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่เข้าใจคนยากจนด้วยกันดี และพวกเขายืนยันจะยืนหยัดแม้ว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับของชนชั้นปกครอง

“ข้ากับเนซึโกะจะจัดการคิบุซึจิ มุซันให้ได้ จะกวัดแกว่งดาบทำลายวงจรความเศร้าโศกนี้” ทันจิโร่ประกาศ

บทแปลในหนังสือการ์ตูนใช้คำว่า “จัดการ” มิได้ใช้คำว่า “กำจัด” ไม่ว่าต้นฉบับในภาษาญี่ปุ่นจะเขียนว่าอย่างไรก็ตาม แต่จิตวิเคราะห์ได้ครอบงำนักแปลด้วย นี่คือคำที่มีความหมายกว้างกว่าการฆ่าให้สิ้นซาก ซึ่งเป็นเรื่องน่าสนใจมากว่าท้ายที่สุดแล้วทันจิโร่และเนซึโกะจะทนความเย้ายวนอยากใช้ความรุนแรงของตนเองได้มากน้อยเพียงใด

จากตรงนี้ไปจนกระทั่งจบเล่มหกเป็นช่วงพักรบ ทันจิโร่ เนซึโกะ เซนอิทซึและอิโนสุเกะพักรักษาบาดแผลและฟื้นฟูพลัง ในเวลาเดียวกันจอมอสูรมุซันปรากฏตัวในร่างสตรีสูงศักดิ์ระดมพล 12 จันทราอสูร ได้แก่อสูรข้างขึ้น 6 และอสูรข้างแรม 6

ที่แท้แล้ว รุย ลูกอสูรแมงมุมที่ตายไปนั้นคืออสูรข้างแรมที่ 5 ซึ่งถือว่ามีฝีมืออ่อนเกือบที่สุดแล้ว

 

เล่ม 7 ขึ้นรถไฟแห่งฝันนิรันดร์

ทันจิโร่และพรรคพวกขึ้นรถไฟขบวนหนึ่งเพื่อพบกับเสาหลักเพลิงเรนโงคุ เคียวจูโร่ พวกเขามาติดตามนักดาบที่หายไปบนรถไฟขบวนนี้ 40 คนแล้ว เมื่อขึ้นรถไฟ อสูรร่างยักษ์ตนหนึ่งปรากฏตัวแต่ก็ถูกเสาหลักเพลิงเรนโงคุฆ่าตายในดาบเดียวอย่างง่ายดายสร้างความประทับใจแก่สามสหาย

จากนั้นพนักงานตรวจตั๋วก็มาถึงพร้อมกลิ่นบางอย่างที่ทันจิโร่สัมผัสได้ แล้วทุกคนก็นอนหลับไป

โดยมีอสูรข้างแรมที่ 1 เอนมุเฝ้าดูอยู่

ทุกคนเริ่มฝัน เซนอิทซึฝันได้วิ่งเล่นกับเนซึโกะในทุ่งดอกไม้

อิโนสุเกะฝันผจญภัยไปในถ้ำโดยมีทันจิโร่ เนซึโกะและเซนอิทซึเป็นสมุนบ๊องๆ

เสาหลักเพลิงเรนโงคุฝันกลับไปหาพ่อผู้ที่ไม่เคยยอมรับในตัวเขา

ส่วนทันจิโร่ฝันกลับไปหาแม่และน้องๆ ซึ่งยังมีชีวิตอยู่

เมื่อทุกคนเข้าสู่การฝันระยะแรก อสูรข้างแรมจัดการใช้เชือกล่ามข้อมือของทั้งหมดเอาไว้ด้วยกันกับสาวก แล้วส่งสาวกเข้าไปในความฝันของทุกคน

สาวกนั้นเป็นเด็กหญิง เป็นคนธรรมดา อสูรข้างแรมที่ 1 เอนมุไม่เสี่ยงที่จะส่งอสูรหรือเข้าไปในความฝันของเหยื่อด้วยตนเองเพราะระดับเสาหลักเพลิงเรนโงคุจะจับสัญญาณได้โดยง่าย

แต่ถึงกระนั้น เรนโงคุก็รู้สึกตัวระดับหนึ่งจึงขย้ำคอเด็กหญิงคนนั้นเอาไว้ เขาไม่ฆ่าเพราะติดขัดที่เด็กหญิงเป็นมนุษย์นั้นเอง นับว่าอสูรข้างแรมที่ 1 เอนมุวางแผนไว้รอบคอบยิ่งนัก

ดังนั้น ทุกคนจึงต้องฝันต่อไป

 

มังงะเล่ม 7-9 นี้คือส่วนที่นำไปสร้างเป็นหนังใหญ่ทำรายได้และคำชื่นชมล้นหลาม อีกทั้งเข้ารอบเวทีประกวดหลายเวที เนื้อเรื่องและเนื้อหาเฉพาะที่ปรากฏในหนังสือน่าสนใจและมีความรุนแรง

ความฝันของคนเราช่วยปลดปล่อยความเครียดในใจและช่วยจัดระเบียบความคิดที่ยุ่งเหยิง ความฝันในยามค่ำคืนมีประโยชน์มาก เปรียบเสมือนการ defrag ข้อมูลสมองและจิตใจทุกวันให้เรียบร้อย

ฝันกลางวันหรือ Daydreaming เพ้อฝันหรือ Fantasy เป็นกลไกทางจิตที่ใช้ในการระบายความเครียดและสร้างความหวัง แต่ขึ้นชื่อว่ากลไกทางจิตมักเป็นของที่ควรใช้เพียงชั่วคราว เพราะหากใช้นานจนติดใจคนเราจะไม่พัฒนาอะไรอีกเพราะมัวแต่ฝันกลางวัน คือสิ่งที่อสูรข้างแรมทำกับทุกคนรวมทั้งทันจิโร่

ทันจิโร่อยากได้ครอบครัวคืนมา เขาจึงติดอยู่ในความฝันกลางคืนที่มีรูปแบบของฝันกลางวัน เขาได้พบแม่และน้องๆ ที่สำคัญได้พบน้องเนซึโกะครั้งที่ยังเป็นมนุษย์ เขามีบ้านที่อบอุ่นแม้ว่าจะยากจน แต่เขาพอใจที่จะอยู่ตรงนั้น

นี่คือเรื่องอันตรายที่สุดของฝันกลางวัน กล่าวคือ เป็นบางครั้งที่เราถูกมอบความฝันจอมปลอมให้ กล่าวคือ ฝันไปถึงระดับจงพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ แล้วอยู่ตรงนั้นตลอดไป รอเวลาที่สาวกอสูรจะเข้าไปทำลาย จะเห็นว่าศัตรูของทันจิโร่อาจจะมาจากทั้งสองทิศทาง ทางหนึ่งคือชนชั้นปกครอง ทางหนึ่งคือจอมอสูร

ดังนั้น เรากลับไปที่เล่ม 1 ทันจิโร่และเนซึโกะมีแต่ต้องช่วยเหลือตนเองโดยไม่คิดพึ่งใคร และที่สำคัญคือไม่หลงกลฝันกลางวันใดๆ ที่ผู้อื่นมอบให้ ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นปกครองหรือจอมอสูรก็ตาม

แต่ว่าวิธีที่ทันจิโร่ “ตัด” ตนเองออกจากความฝันอันแสนสุขเป็นวิธีการที่รุนแรงมาก คือส่วนที่น่าจะอ่อนไหวมากที่สุดของการ์ตูนเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...