โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ชีวิตและความตาย ของนักเขียน 'เจ้าชายน้อย' อองตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี - เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 17.00 น. • เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา

มีคนจำนวนมากทั่วโลกที่ยกให้ เจ้าชายน้อย เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกในดวงใจ 

เด็กชายผมสีทองดังทุ่งข้าวสาลี เดินทางไปยังดวงดาวต่าง ๆ พบเจอกับพวกผู้ใหญ่ที่หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง

เขาค่อย ๆ ผูกสัมพันธ์กับสุนัขจิ้งจอก และเริ่มหวนคิดถึงดอกกุหลาบบนดวงดาวที่เขาจากมา เรื่องราวอันโรแมนติก และหม่นเศร้าเรื่องนี้ทำให้ใครต่อใครต้องกลับมาทบทวนความอ่อนโยนภายในใจของตน

ว่ากันว่า วรรณกรรมเจ้าชายน้อยเป็นหนังสือภาษาฝรั่งเศสที่ขายดีอันดับหนึ่งตลอดกาล ได้รับการแปลไปกว่า 200 ภาษาทั่วโลก แต่มีนักอ่านไม่มาก ที่รู้จักชีวิตของ อองตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี นักเขียนผู้ทำงานเป็นนักบินไปรษณีย์ข้ามทวีป

ในช่วงชีวิตของแซงเตก-ซูเปรี เขาประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกถึง 7 ครั้ง ครั้งสุดท้ายนั้นนักเขียนวัย 44 บินหายสาบสูญไปโดยไม่กลับมาอีกเลย ท่ามกลางปริศนาว่าถูกข้าศึกยิงตก เครื่องยนต์ขัดข้อง หรือเขาพยายามปลิดชีวิตของตน

ในปี 2020 ถ้าแซงเตก-ซูเปรียังมีชีวิตอยู่ เขาจะมีอายุครบ 120 ปี

ยอดมนุษย์..คนธรรมดา ขอพาไปรู้จักกับนักเขียนผู้หลงรักการบิน ผู้มีชีวิตคาบเกี่ยวระหว่างความเป็นความตาย และใช้ความหม่นเศร้าผิดหวังเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์วรรณกรรมชั้นยอด

01 

ชีวิตนักบิน

ความฝันที่จะได้บินบนฟ้า เกิดขึ้นตั้งแต่เขายังเด็ก

แซงเตก-ซูเปรี เกิดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ.1900 ที่เมืองลียง ในครอบครัวชนชั้นสูง

เมื่ออายุเพียง 4 ขวบ พ่อก็เสียชีวิต แต่แม่ก็ดูแลลูก ๆ ทั้ง 5 คน ให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุข แม่ของเขามักจะอ่านหนังสือให้ลูกฟังโดยเฉพาะนิทานของ Hans Christian Andersen นอกจากนี้เธอยังชอบแต่งกลอนและวาดภาพ แซงเตก-ซูเปรี จึงได้รับพรสวรรค์ด้านการเขียนจากแม่ สมัยเด็กเขาเคยแต่งกลอนและปลุกแม่กับพี่สาวขึ้นมาตอนตีหนึ่งเพื่อฟังกลอนที่เขาเพิ่งแต่งเสร็จ โตขึ้นเขาเริ่มอ่านวรรณกรรมคลาสสิคของบัลซัคและดอสโตยอฟสกี ตอนมัธยมปลายก็เคยได้รับรางวัลการเล่านิทานของโรงเรียน

เช่นเดียวกับความสนใจด้านเครื่องยนตร์กลไกที่มีมาตั้งแต่เยาว์วัย ว่ากันว่าเขาเคยทำมอเตอร์เครื่องสูบน้ำระเบิดขณะพยายามแกะชิ้นส่วนดูว่าเครื่องยนต์ทำงานอย่างไร รวมทั้งเคยทำจักรยานบิน แม้ว่าจะบินไม่ได้ก็ตาม

แซงเตก-ซูเปรี ได้นั่งเครื่องบินครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี เวลานั้นบ้านของเขาอยู่ไม่ไกลสนามบิน เด็กชายมักขี่จักรยานไปดู และถามคำถามเกี่ยวกับกลไกการทำงานของเครื่องบินอยู่เป็นชั่วโมง ๆ ในที่สุดนักบินก็อนุญาตให้เขาขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วย ประสบการณ์ครั้งนั้นสร้างแรงบันดาลใจให้อยากเป็นนักบิน

เมื่อจบมัธยมปลายเขาไปปารีสเพื่อเตรียมตัวสอบโรงเรียนนายเรือ แต่สอบสัมภาษณ์ไม่ผ่าน เพราะไม่ยอมทำเรียงความเรื่อง‘ความรู้สึกของทหารที่กลับจากสงคราม’ เขาให้เหตุผลว่า ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกที่ไม่เคยประสบนั้นได้

ต่อมาเขาเข้ารับราชการทหาร ทำงานเป็นช่างเครื่องในกองทัพอากาศ ก่อนได้ฝึกบินและเป็นนักบินเต็มตัวสมใจ แต่หลังจากเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งแรกในปี 1923 แซงเตก-ซูเปรีก็ถูกปลดประจำการและไม่ได้เริ่มบินอีกเลยจนกระทั่งปี 1926

เขากลับคืนสู่ท้องฟ้าอีกครั้งเมื่อเข้าทำงานในบริษัทเรือบินน้ำที่ตูลูส ทำหน้าที่จัดส่งไปรษณีย์ในเส้นทางตูลูส-คาซาบลังกา ต่อมาถูกส่งไปเป็นหัวหน้าหน่วยประจำสถานีในทวีปแอฟริกา

แซงเตก-ซูเปรี รักการผจญภัย เขาจึงรักงานการบิน เพราะทำให้ค้นพบดินแดนใหม่ ๆ ทัศนียภาพอันแปลกตา สภาวะอากาศที่ไม่รู้จัก ขณะเดียวกัน การฝังตัวในห้องเล็กๆ ที่ห่อหุ้มด้วยเหล็ก บนที่สูงจากพื้นโลกนับหมื่นๆ ฟุตเพียงลำพัง ก็ทำให้เขาใคร่ครวญและค้นพบว่า ชีวิตมนุษย์นั้นบอบบางและโดดเดี่ยว

นอกจากภารกิจส่งไปรษณีย์ เขายังมีหน้าที่ออกค้นหานักบินที่ประสบอุบัติเหตุซึ่งมีเป็นประจำทุกเดือน สิ่งเหล่านี้เองเป็นวัตถุดิบชั้นดีในงานประพันธ์

หลายเหตุการณ์ใน ‘ไปรษณีย์ใต้’ -นวนิยายเรื่องแรก คือประสบการณ์จริง เช่น ความรู้สึกที่บินในเส้นทางใหม่ครั้งแรก ความหวาดกลัวขณะหลงทาง ความรู้สึกดีใจที่ปฏิบัติภารกิจลุล่วง ตลอดจนความกระวนกระวายที่หาเครื่องบินที่ขาดการติดต่อไม่พบสักที

ไปรษณีย์ใต้ ประสบความสำเร็จทันทีที่วางตลาด และทำให้เขาหันมาสนใจงานเขียนมากขึ้น อีกสองปีต่อมานวนิยาย เที่ยวบินกลางคืน ที่ว่าด้วยการบุกเบิกการบินในเวลากลางคืนเพื่อทำให้การขนส่งไปรษณีย์ทางอากาศเร็วกว่าทางเรือหลายเท่า ก็ได้รับรางวัลเฟมินา

วันที่ 29 มีนาคม 1935 แซงเตก-ซูเปรี ประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่ประเทศลิเบียจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เขาและช่างเครื่องต้องเดินทางกลางทะเลทรายซาฮาราถึง 3 วัน 3 คืน ก่อนได้รับความช่วยเหลือจากคาราวานเผ่าเบดูอิน เรื่องราวเฉียดตายครั้งนี้นำมาเล่าไว้ในหนังสือ ‘แผ่นดินของเรา’ ซึ่งทำให้ผู้อ่านได้เห็นถึงความงดงามของมนุษย์ที่อยู่เหนือเผ่าพันธ์ุ ฐานะ และสีผิว

“ในที่นี้ เชื้อชาติภาษา และการแบ่งแยกไม่มีอยู่ มีแต่ชนเร่ร่อนในทะเลทรายที่ยากจนคนหนึ่งที่ได้วางมือแห่งเทวะลงบนไหล่ของเรา”

แซงเตก-ซูเปรี จำใบหน้าชาวเบดูอินที่ช่วยชีวิตไม่ได้ แต่สำหรับเขา “ใบหน้าของเธอในความทรงจำฉันคือใบหน้าของมนุษย์ทุกคน เธอไม่ได้มองหน้าเราเลย แต่เธอก็ได้รู้จักเราแล้ว เธอคือภราดาอันเป็นที่รัก… ฉันจะรู้จักเธอในมนุษย์ทุกคน”

ในทะเลทรายที่ขาดแคลน แม้แต่น้ำยังหาได้ยาก แซงเตก-ซูเปรี ได้พบความประเสริฐของมนุษย์ที่ต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง เขารู้สึกเหมือนไม่มีศัตรูเหลืออีกแล้วบนโลกใบนี้

02

กำเนิด ‘เจ้าชายน้อย’

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 แซงเตก-ซูเปรี ถูกเกณฑ์ให้ไปเป็นผู้สอนเทคนิกการขับเครื่องบิน แต่เขากลับดื้อ ออกบินเสียเองทั้งๆ ที่แพทย์สั่งห้าม เขาวิ่งเต้นจนได้ร่วมบินกับหน่วยลาดตระเวน ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาเขียนนิยายเรื่องที่ 4 คือ ‘นักบินยามสงคราม’

ต่อมาฝรั่งเศสถูกเยอรมันเข้ายึดครอง แซงเตก-ซูเปรี เดินทางโดยเรือไปยังนิวยอร์กเพื่อเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาช่วยฝรั่งเศสทำสงครามกับเยอรมัน ปลดปล่อยแผ่นดินเกิดของเขาให้เป็นอิสระ

แต่ในช่วงที่อยู่นิวยอร์กเขากลับรู้สึกหดหู่ เนื่องจากความแตกแยกเป็นฝักฝ่ายของพวกลี้ภัยชาวฝรั่งเศส แซงเตก-ซูเปรี ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด เพราะไม่อยากให้คนฝรั่งเศสแตกกัน แต่เขากลับถูกกล่าวหาจากทุกฝ่ายและโดนโจมตีอย่างหนัก ผนวกกับช่วงนั้นเขาประสบปัญหาครอบครัวที่ไม่ราบรื่น ภรรยามีชู้ ในขณะที่เขาเองก็เหมือนจะแอบรักผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

แซงเตก-ซูเปรีรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวเหมือนอยู่กลางทะเลทราย เขาอยากหนีความจริงกลับไปหาวัยเด็กของตน สิ่งเหล่านี้เองกลั่นตัวกลายเป็นวรรณกรรม ‘เจ้าชายน้อย’

เจ้าชายน้อยตีพิมพ์ครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา วรรณกรรมชิ้นนี้โจมตีโลกของผู้ใหญ่ที่หมกมุ่นอยู่กับอำนาจ ตัวเลข วัตถุ ตรงกันข้ามกับเจ้าชายน้อยผู้เห็นสิ่งสำคัญด้วยหัวใจไม่ใช่ดวงตา หลังจากได้อ่าน คนก็เข้าใจนักเขียนผู้นี้และกลับมายอมรับนับถือเขาอีกครั้ง

03

ความตาย และสิ่งที่ให้ความหมายในการมีชีวิตอยู่

1 ปีหลังจากเจ้าชายน้อยได้รับการตีพิมพ์ แซงเตก-ซูเปรี อายุ 44 เขาไม่ได้รับการอนุญาตให้ขับเครื่องบินต่อสู้แล้วเพราะกระดูกร้าวจากการประสบอุบัติเหตุหลายครั้ง แต่ก็พยายามวิ่งเต้นจนได้บินร่วมในหน่วยลาดตระเวน เขาพยายามออกบินอยู่เสมอเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 1944 ระหว่างที่บินเหนือน่านฟ้าตอนใต้ของฝรั่งเศส เขาก็ไม่กลับมาอีกเลย ไม่มีใครรู้ว่านักเขียนเจ้าชายน้อยประสบอุบัติเหตุ ถูกเครื่องบินขับไล่ของเยอรมันยิงตก หรือเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว

ความตายของแซงเตก-ซูเปรี เป็นปริศนา จนกระทั่งกว่า 50 ปีต่อมา ในปี 1998 ชาวประมงแถบตอนใต้ของเมืองมาร์แซย พบซากเครื่องบินของแซงเตก-ซูเปรี และสร้อยข้อมือสลักชื่อเขา,ภรรยา,สำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์งาน ช่วยยืนยันว่าเขาจบชีวิตลงที่นั่น

มีการค้นหาสาเหตุการเสียชีวิตนานนับสิบปี นักประวัติศาสตร์ชื่อ ลิโน ฟอน การ์ตเซิ่น พยายามติดต่ออดีตนักบินของกองทัพเยอรมันนับร้อยคนก่อนจะตีวงให้แคบเหลือเพียง 5 คน ในที่สุดก็ได้พบ ฮอร์สต์ ริปเพิร์ต ที่เป็นคนยิงเครื่องบินของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่

ในวันที่ 31 กรกฎาคม 1994 ขณะที่ริปเพิร์ตขับเครื่องบินลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสซึ่งเป็นเขตยึดครองของเยอรมนี เขาเห็นเครื่องบิน P-38 Lightning บินต่ำอยู่ลำเดียวเหนือท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นักบินขับโดยไม่ได้ระมัดระวังว่ามีเครื่องบินศัตรูอยู่ใกล้ ราวกับเขากำลังอยู่ในห้วงแห่งความรื่นรมย์

ริปเพิร์ตตัดสินใจยิงเครื่องบินลำนั้น กระสุนตรงเข้าที่ปีกและทำให้เจ้านกยักษ์ร่วงลงไปในทะเล ก่อนจมลับไป

นักบินกองทัพเยอรมันปฏิบัติภารกิจสำเร็จ โดยที่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ชายในเครื่องบินลำนั้นคือแซงเตก-ซูเปรี นักเขียนที่เขาชื่นชมมาตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน ริปเพิร์ตรู้สึกเจ็บปวด

“..งานของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราหลายคนฝันอยากเป็นนักบินมืออาชีพ พวกเขาบอกผมภายหลังว่านั่นคือแซงเตก-ซูเปรี…โอ มันเหมือนกับหายนะ

“ผมหวัง และยังหวังว่านั่นไม่ใช่เขา”

อย่างไรก็ตาม คนจำนวนไม่น้อยต่างสงสัยว่า ทำไมแซงเตก-ซูเปรี ถึงฝืนคำสั่งแพทย์เพื่อกลับไปขับเครื่องบิน ทั้งที่มันเต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตราย เขาไม่เห็นคุณค่าของชีวิตหรืออย่างไร

บางทีคำตอบนั้น อาจคือประโยคที่แซงเตก-ซูเปรีเคยเขียนไว้ในหนังสือ เที่ยวบินกลางคืน

“เราจะมีความสุขก็เมื่อเรารู้สำนึกถึงบทบาทแม้เพียงเล็กน้อยที่สุดของเรา เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจะมีชีวิตอยู่อย่างสันติ จะตายไปอย่างสันติสุข เพราะว่าสิ่งที่ให้ความหมายต่อชีวิต ก็ให้ความหมายต่อความตาย”

สิ่งที่ให้ความหมายกับชีวิตแซงเตก-ซูเปรี ก็คือการขับเครื่องบินนั่นเอง

ติดตามบทความใหม่ ๆ จาก เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา ได้บน LINE TODAY ทุกวันอาทิตย์

อ้างอิง

- หนังสือ เจ้าชายน้อย

- หนังสือ ไปรษณีย์ใต้

- หนังสือ แผ่นดินของเรา

- บทความ แซ็งเตกซูเปรี กับ เจ้าชายน้อย โดย วัลยา วิวัฒน์ศร

- บทความ อ็องตวน เดอ แซ็งแต็กซูว์เปรี ซารา บาร์ตแมน : การเดินทางสวนทิศของผิวขาวกับผิวดำ นิตยสารสารคดี

- บทความ ไขปริศนาการหายตัวไปอย่างลึกลับของผู้เขียนเจ้าชายน้อย นิตยสารสารคดี

- บทความ Saint-Exupery : the origin นิตยสาร a day

- Writer Magazine มกราคม 2541

ภาพจาก

- thelittleprince.com

- antoinedesaintexupery.com

ไขปริศนาการหายตัวไปอย่างลึกลับของผู้เขียน เจ้าชายน้อย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...