โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"บิ๊กป้อม" เร่งเติมน้ำ 3 จังหวัด EEC งัด 17 โครงการ-ผลิตน้ำเค็มเป็นน้ำจืด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. 2563 เวลา 02.36 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 05.51 น.

ชง “ประวิตร” เร่งเครื่องโปรเจ็กต์แหล่งน้ำอีอีซี 7 กลุ่มใหญ่ กว่า 17 โครงการ เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงการผันน้ำ พร้อมเตรียมพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลป้อนตะวันออกขอเวลาศึกษา 2 ปี ดึง ปตท.-อีสท์วอเตอร์รวบรวมข้อมูลด้านเทคโนโลยีและวิเคราะห์ราคาค่าน้ำ

ปัญหาสถานการณ์น้ำภาคตะวันออกถือว่ารุนแรงมากในช่วงที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้นจากความต้องการใช้น้ำเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเกิดปัญหาฝนตกลงมาน้อย ทำให้ปริมาณน้ำใน 5 อ่าง

เก็บน้ำหลัก คือ ดอกกราย หนองปลาไหลคลองใหญ่ ประแสร์ และคลองระโอกมีปริมาณน้ำรวมกันเพียง 67.7 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 11-12% ของความจุอ่าง ล่าสุดแม้ว่าจะมีปริมาณฝนตกลงมาช่วยแต่ก็ยังทำให้ทุกภาคส่วนกังวลถึงการรับมือภาวะขาดแคลนน้ำในระยะยาว

รายงานข่าวระบุว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้หารือถึง 17 โครงการ ใน 7 กลุ่มโครงการใหญ่ โดยมีการทบทวนเป้าหมายขับเคลื่อนโครงการสำคัญ รวมถึงการปรับปรุงเร่งรัดแผนงานก่อสร้างภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำภาคตะวันออกรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ทั้งนี้ 17 โครงการประกอบไปด้วย 1.โครงการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล กำหนดแผนงานเริ่มก่อสร้างปี 2565-2566 ซึ่ง สทนช.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เร่งขับเคลื่อนโครงการ โดยมอบหมาย ปตท.และอีสท์วอเตอร์รวบรวมข้อมูลด้านเทคโนโลยีและวิเคราะห์ราคาค่าน้ำที่เหมาะสม คุ้มค่า ให้เป็นรูปธรรมภายในปี 2564

2.โครงการพัฒนากลุ่มบ่อน้ำบาดาลสำหรับอุตสาหกรรม12 ล้าน ลบ.ม. ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นการพัฒนาน้ำบาดาลระดับลึก ใช้งบประมาณจากกองทุนน้ำบาดาลปี 2563 ศึกษาสำรวจและประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์พื้นที่ EEC เมื่อศึกษาแล้วเสร็จให้เสนอผลการศึกษาต่อ สทนช.ในปี 2564และให้ทำแผนที่ศักยภาพน้ำบาดาลระดับลึกครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดในระยะต่อไป

3.กลุ่มโครงการอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำบางปะกง 2 โครงการ ของกรมชลประทาน ประกอบด้วยโครงการอ่างเก็บน้ำหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา ความจุ 15 ล้าน ลบ.ม. กำหนดแผนงานเริ่มก่อสร้างปี 2565-2568 และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะพง จ.ฉะเชิงเทรา ความจุ 27.5 ล้าน ลบ.ม. กำหนดแผนงานเริ่มก่อสร้างปี 2566-2568

4.กลุ่มโครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จ.ระยอง 2 โครงการของกรมชลประทาน ประกอบด้วยโครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ และโครงการเครือข่ายน้ำอ่างเก็บน้ำคลองโพล้-ประแสร์เพื่อสามารถผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ไปอ่างเก็บน้ำประแสร์ได้เร็วขึ้น 3 ปี

5.กลุ่มโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำของแหล่งน้ำเดิม 4 โครงการ ของกรมชลประทาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำของอ่างเก็บน้ำเดิมในเขตพื้นที่EEC ได้แก่ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเก็บกักน้ำอ่างเก็บน้ำมาบประชัน จ.ชลบุรี ได้น้ำ 0.6 ล้าน ลบ.ม. ก่อสร้างปี 2564 โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเก็บกักน้ำอ่างเก็บน้ำคลองประแกด จ.จันทบุรีได้น้ำ 19.74 ล้าน ลบ.ม. ก่อสร้างปี 2564 โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเก็บกักน้ำอ่างเก็บน้ำบ้านบึง จ.ชลบุรี ได้น้ำ 2.4 ล้าน ลบ.ม. ก่อสร้างปี 2565 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพเก็บกักน้ำอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง จ.สระแก้ว ได้น้ำ17.5 ล้าน ลบ.ม. ก่อสร้างปี 2565

6.กลุ่มโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสียัดจ.ฉะเชิงเทรา 2 โครงการ ของกรมชลประทาน ประกอบด้วยโครงการอุโมงค์ส่งน้ำอ่างเก็บน้ำพระสะทึง-คลองสียัด ความจุ 60 ล้าน ลบ.ม.

และ 7.กลุ่มโครงการเชื่อมโยงอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง และปรับปรุงขยายเขตการประปาส่วนภูมิภาค จ.ชลบุรี 5 โครงการ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะต้องพิจารณาทบทวนตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดด้วย

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลได้กำหนดแผนงานเริ่มแล้ว โดยจะเริ่มก่อสร้างปี 2565-2566 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้วางรูปแบบการลงทุนไว้2 แบบ โดยรัฐกับเอกชน (PPP) หรือเอกชนสามารถลงทุนได้เพียงผู้เดียวจากนั้นจะได้จัดทำมาตรการสิทธิประโยชน์สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนบำบัดน้ำเสียและขายน้ำให้ภาคอุตสาหกรรม เพื่อเป็นน้ำสำรองในอนาคตสำหรับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

“โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างออกแบบ พื้นที่เป้าหมายคือพัทยา จ.ชลบุรี และมาบตาพุด จ.ระยอง จากการศึกษาพบว่ามีนักลงทุนจีนสนใจ ซึ่งแนวทางมี2 แบบ PPP และสัมปทาน และประเมินว่าแบบไหนดีที่สุด ขายให้รัฐเท่าไร” นายสมเกียรติกล่าว

รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้ ปตท.อยู่ระหว่างศึกษาแผนและพร้อมเข้าร่วมทุนโครงการผลิตน้ำอุตสาหกรรมจากน้ำทะเล หรือนำน้ำทะเลมาทำเป็นน้ำจืดโดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนจัดเตรียมงบฯลงทุนภาครัฐเพื่ออุตสาหกรรมในภาคตะวันออก

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการปรับปรุงเร่งรัดแผนงานก่อสร้างภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำภาคตะวันออกรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดังกล่าว ก่อนให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...