ผลงานของ The Prodigy ได้กลับมาขึ้นชาร์ตที่อเมริกาอีกครั้ง หลังการจากไปของนักร้องนำ Keith Flint
เพลงของ The Prodigy ยอดวงอิเลกทรอนิก้าระดับไอคอนสัญชาติอังกฤษ ได้กลับมาขึ้นอันดับบนชาร์ตของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง หลังจากที่นักร้องนำ Keith Flint ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา โดยต่อมา ทางกรมตำรวจได้ยืนยันสาเหตุการตายของเขาว่าเป็นการแขวนคอฆ่าตัวตายภายในบ้านพักของตนเองที่เมืองเอสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ ด้วยวัยเพียง 49 ปี อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของเขาได้รับการยืนยันว่าไม่มีความน่าสงสัยแต่อย่างใด และเรื่องนี้จะยังคงอยู่ในระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังรอผลการรายงานทางพิษวิทยาต่อไป
หลังการจากไปของ Flint ดูเหมือนว่าแฟนๆจะให้ความสนใจกับผลงานของ The Prodigy อย่างไม่ขาดสายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนสามารถกลับมาขึ้นอันดับบนชาร์ต Billboard ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีกครั้งถึงสามเพลง ทั้ง “Firestarter”, “Breathe” และ “Smack My Bitch Up” โดยเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “Firestarter” ยังกลับมาขึ้นอันดับที่ 13 บนชาร์ต Hot Dance/Electronic Song Sale ได้อีกด้วย อีกทั้งอัลบั้ม ‘The Fat of the Land’ ซึ่งเป็นอัลบั้มสุดเปรี้ยงที่เคยเดบิวต์อันดับหนึ่งทั้งในอเมริกาและสหราชอาณาจักรเมื่อปี 1997 ก็ได้กลับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 13 บนชาร์ต Top Dance/Electronic Albums ด้วยยอดขายในสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 3,000 ยูนิต
นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญที่จะดันเพลง “Firestarter” ให้สามารถกลับมาขึ้นอันดับต้นๆบนชาร์ตของสหราชอาณาจักรอีกด้วย โดยทางบริษัท The Official Charts Company ได้รายงานว่าตอนนี้เพลงของพวกเขาได้กลับมาอยู่บนชาร์ตแล้ว แต่ยังไม่สามารถขึ้นไปอยู่อันดับสูงๆได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแฟนๆกว่าหลายพันชีวิตที่ได้ลงนามเสนอให้มีการสร้างรูปปั้นของ Keith Flint ที่เมืองเอสเซกส์เพื่อเป็นการรำลึกถึงไอคอนคนสำคัญของเมืองอีกด้วย
ที่มา NME
เรียบเรียงโดย RadRadio Team
ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ผลงานของ The Prodigy ได้กลับมาขึ้นชาร์ตที่อเมริกาอีกครั้ง หลังการจากไปของนักร้อง
สาเหตุการเสียชีวิตของ Keith Flint นักร้องนำ The Prodigy ได้รับการยืนยันแล้ว
รำลึกถึง Keith Flint นักร้องนำจากเจ้าแห่งวงอิเลกทรอนิก้าอังกฤษ The Prodigy ด้วย
ติดตามเราได้ที่นี่
website : http://www.radradio.fm
facebook : https://www.facebook.com/RadRadioFM
instagram : https://www.instagram.com/radradiofm
twitter : https://twitter.com/RadRadioFM