โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกษตรกรเมืองน่าน “ปัทมพร พิชัย” เปิดสูตร ปลูกโกโก้ ให้ได้ผลผลิตดี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 11 มิ.ย. 2562 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2562 เวลา 03.48 น.

ความจริง โก้โก้ เป็นพืชที่เกษตรกรส่วนหนึ่งในบ้านเราปลูกกันมานานหลายสิบปีแล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะตลาดยังไม่กว้างขวาง และหน่วยงานภาครัฐยังไม่ได้ส่งเสริมอย่างจริงจัง ประกอบกับพืชเศรษฐกิจตัวอื่นๆ อย่างเช่น ยางพารา ได้ราคาดี เกษตรกรส่วนใหญ่จึงหันไปปลูกยางพารากัน จนกระทั่งยางพาราราคาตกต่ำต่อเนื่องกันมาหลายปี และยังไม่มีทีท่าว่าราคาจะดีเหมือนในอดีต เกษตรกรกลุ่มหนึ่งจึงหันเหมาปลูกโกโก้แทน ขณะเดียวกันมีบริษัทเอกชนหลายรายเข้ามาทำธุรกิจอย่างจริงจัง โดยนำต้นพันธุ์มาให้ปลูกและรับซื้อ

ชี้ตลาดกว้าง คนยังปลูกน้อย

“คุณปัทมพร พิชัย” อายุ 37 ปี เกษตรกรในตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน เป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจมาปลูกโกโก้ เพราะมองว่าเป็นพืชที่คนทุกเพศทุกวัยกินกัน ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ เป็นตลาดที่กว้างกว่ากาแฟเสียอีก แต่คนปลูกมีจำนวนไม่มากเท่าไร ขณะที่มีคนทำช็อกโกแลตเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่มักส่งมาจากเมืองนอก ไม่ได้ซื้อในบ้านเรา

นอกจากจะปลูกแล้ว คุณปัทมพรยังรับซื้อจากเกษตรกรในเครือข่ายด้วย เป็นการส่งเสริมเกษตรแบบครบวงจร โดยได้ใช้ความรู้และประสบการณ์ในอดีตที่เคยทำงานกับทางปิดทองหลังพระฯ น่าน และทำงานที่โครงการแม่ฟ้าหลวงมาก่อน ในเรื่องการรวมกลุ่ม เรื่องการตลาดและการจัดการแปลง ที่สำคัญคุณปัทมพรอยากทำ “เกษตรทฤษฎีใหม่” ให้ประสบความสำเร็จ และเป็นแบบอย่างให้กับคนในชุมชน โดยตอนนี้เธอเป็นรองประธานวิสาหกิจชุมชนโกโก้เกษตรบนดอยน่าน

แปลงโกโก้ของคุณปัทมพรอยู่ที่ตำบลยอด ในเนื้อที่ 10 ไร่ ประมาณ 800 กว่าต้น โดยปลูกแซมในพื้นที่ที่ปลูกมะม่วงโชคอนันต์ มะนาว และทุเรียน เพราะโกโก้เป็นไม้ร่มเงาเหมือนกาแฟอาราบิก้า ต้องการแสงประมาณ 50-80% (ต้นอ่อนต้องการแสงแดดน้อยกว่า) ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการปลูก ซึ่งเจ้าตัวมีแผนจะขยายพื้นที่ปลูกอีก พร้อมใช้พื้นที่บริเวณนั้นทำเป็นตลาดชุมชน เพื่อใช้เป็นแหล่งขายปลีก-ขายส่งด้วย

เกษตรกรสาวรายนี้เล่าที่มาที่ไปของการปลูกโกโก้ว่า เกษตรกรในจังหวัดน่านต่างนิยมปลูกข้าวโพดกัน จึงมีแนวคิดอยากหาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่มาทดแทน อยากพัฒนาบ้านเกิด ตลาดจะกว้างกว่าพืชตัวอื่น ก่อนหน้านี้ไม่มีความรู้เรื่องโกโก้เลย จึงได้ค้นหาตามเฟซบุ๊กและในอินเตอร์เน็ต ทำให้รู้ว่าเป็นพืชตัวใหม่ ตลาดจะกว้างกว่าพืชตัวอื่น โดยเฉพาะสายพันธุ์ชุมพร 1 จะออกลูกตลอดทั้งปี

“มองว่า โกโก้ เป็นพืชที่คนกินทั่วโลก ทำไมเราจะไม่ปลูก ที่สำคัญขายได้ทุกเดือน เป็นพืชที่สามารถตอบโจทย์ให้เกษตรกรได้ว่าพวกเขาสามารถมีรายได้จากรายเดือน โดยที่ไม่ต้องเป็นข้าราชการ และอาจจะได้เยอะกว่าด้วยซ้ำไป เพราะในการปลูก 1 ไร่ ใช้เวลา 3-5 ปี ก็จะได้ผลผลิตประมาณ 2-5 ตัน ต่อ 1 ไร่”

รับซื้อ กิโลกรัมละ 10 บาท

คุณปัทมพร บอกว่า ช่วงที่ทำงานอยู่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เมื่อหลายปีก่อน มีพี่ที่รู้จักส่งเมล็ดมาให้เพาะ เลยลองเพาะดู ครั้งแรกไม่งอก เพราะไม่รู้วิธี พอเพาะครั้งที่สอง แกะเมล็ดออกมา นำมาล้างน้ำแล้วบ่มไว้ 2-3 คืน จะมีตางอกออกมา แล้วค่อยนำไปลงถุงเพาะ ขึ้นประมาณ 600 กว่าต้น จากนั้นใช้วิธีเพาะเมล็ดเหมือนกาแฟ คือเอาไปโรยที่ขุยมะพร้าว แล้วใช้ขุยมะพร้าวทับไปอีกรอบ ประมาณ 3-7 วัน แล้วแต่สภาพอากาศ ซึ่งต้องใช้ความร้อนพอสมควรเมล็ดถึงจะงอก จากนั้นเขี่ยแล้วนำไปลงถุง

สำหรับการปลูก เริ่มแรกควรรองก้นหลุมด้วยขี้ไก่ แกลบ และปุ๋ยหมักทำเอง ไม่ใช้ขี้วัว เพราะถ้าใช้ขี้วัวสดไม่ผ่านการหมัก จะทำให้ต้นไหม้ และควรปลูกหน้าฝน ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม-กันยายน เพื่อให้ได้น้ำตามธรรมชาติ พร้อมให้ปุ๋ยอินทรีย์ตอนต้นฝน ปลายฝนให้อีกครั้งหนึ่ง และใส่ปุ๋ยยูเรีย เพื่อเร่งต้น จากนั้นใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง

ในส่วนหลุมปลูก ขุดให้ลึก 7-8 นิ้ว หรือ 15 เซนติเมตร กว้าง 4-5 นิ้ว ควรมีระยะห่าง 3×3 เมตร สาเหตุที่ใช้วิธีการเพาะเมล็ด เพราะจะทนทานกว่า ถ้าเป็นกิ่งตอน โดนลมก็จะล้ม อีกอย่างการปลูกเมล็ดไม่กลายพันธุ์ เนื่องจากใช้ต้นแม่จากชุมพรที่มีอายุประมาณ 42 ปี พันธุ์ชุมพร 1 เป็นพันธุ์โบราณของไทยที่ต่างชาติชื่นชอบ เพราะมีรสชาติดี ติดรสเปรี้ยว มีกลิ่นผลไม้ กินแล้วได้รสชาติดี

สำหรับโรคและศัตรูพืชนั้น คุณปัทมพรให้ข้อมูลว่า มีปัญหาหนอนกระทู้กินใบและเจาะลำต้นในช่วงฤดูฝน รวมถึงเพลี้ยแป้งด้วย ต้องใช้สารเคมีกำจัด แต่มีความปลอดภัย หลัง 7 วัน ก็ไม่มีสารตกค้าง นอกจากนี้ ใช้เชื้อราบิวเวอเรียตามที่ทางสำนักงานเกษตรมาสอนให้ทำ เป็นการปลูกแบบเกษตรปลอดภัย เพราะยังมีการใช้สารเคมีอยู่บ้าง โดยเฉพาะการกำจัดหญ้า ปีหนึ่งจะใช้ครั้งเดียวในช่วงก่อนฤดูฝน

คุณปัทมพร ให้ข้อมูลว่า ปลูกมาได้เกือบ 3 ปีแล้ว ซึ่งโกโก้จะให้ผลเต็มที่ใช้เวลาประมาณ 5 ปี แต่ช่วงระหว่าง 2-3 ปี ก็เริ่มให้ดอกให้ผล เริ่มติดดอก แต่มีดอกร่วงบ้าง บางต้นเริ่มติดๆ ให้ผลต้นละ 2-3 กิโลกรัม แล้วให้กลุ่มเกษตรกรที่สนใจมาดูงาน ตอนนี้มีเกษตรกรเป็นสมาชิกของกลุ่มประมาณ 200 กว่าราย ในเนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ ซึ่งมีการการันตีราคารับซื้อขั้นต่ำไว้ที่ กิโลกรัมละ 5 บาท เป็นเวลานานถึง 15 ปี แต่ตอนนี้รับซื้อกิโลกรัมละ 10 บาท ถือว่าแพงกว่าที่อื่น ซึ่งรับซื้อแค่กิโลกรัมละ 8 บาท เท่านั้น

คุณปัทมพร เล่าถึงเหตุผลที่รับซื้อโกโก้ กิโลกรัมละ 10 บาท ว่า เป็นเพราะมีตลาดเอง โดยทำสัญญากับต่างประเทศด้วย ประเทศหลักๆ ที่ส่งเมล็ดโกโก้แห้งไปขายคือ แคนาดา และสิงคโปร์

ต่างชาติชอบ โกโก้พันธุ์ชุมพร 1

ทั้งนี้ต้องใช้ โกโก้พันธุ์ชุมพร 1 เท่านั้น เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร เป็นต้นพันธุ์ที่มาจากจังหวัดชุมพร ที่มีอายุเกือบ 50 ปี โดยเมื่อรับซื้อผลผลิตมาจากเกษตรกรในกลุ่มแล้ว คุณปัทมพรจะนำมาหมักและตากเพื่อขายเมล็ดแห้ง ซึ่งเป็นการส่งเสริมแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่เกษตรกรรายไหนต้องการจะปลูก คุณปัทมพรจะไปดูแปลงให้ ว่าควรจะปลูกอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีการบำรุงรักษาต้น

ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนโกโก้เกษตรบนดอยน่านนั้น สามารถซื้อต้นกล้าจากคุณปัทมพรได้เลย  แต่ต้องสั่งจองไว้ล่วงหน้า เพราะจะทำตามออเดอร์เท่านั้น

อย่างที่คุณปัทมพรแจกแจงให้ฟังว่า จะให้สั่งต้นกล้าตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์จึงปิดการจอง จากนั้นเริ่มนำเมล็ดมาเพาะ และขายในราคาต้นละ 35 บาท ทั้งนี้เกษตรกรจะต้องรวมกลุ่มกันก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องการตลาดและการขนส่งผลผลิต และอย่างน้อยต้องมีพื้นที่ปลูกรวมกันไม่น้อยกว่า 20 ไร่ เพื่อประโยชน์ในการรับซื้อผลผลิต

คุณปัทมพร บอกว่า จากการศึกษาและทดลองปลูกมาเกือบ 3 ปี ทำให้เห็นว่า โกโก้ สามารถเป็นพืชรายเดือนให้เกษตรกร อย่างน้อยก็ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจิปาถะในครัวเรือนได้ เดือนหนึ่งคิดขั้นต่ำต่อไร่ จะมีรายได้ ไร่ละ 3,000 บาท ถ้าปลูก 2 ไร่ ก็ได้เงินเดือน 6,000 บาท นอกจากนี้ ก็ปลูกพืชหรือทำอย่างอื่นเสริมไปด้วย

ขายกล้าพริกไทย-มะแขว่น

ปีนี้เป็นปีแรกที่โกโก้ของคุณปัทมพรเพิ่งให้ผลผลิต ได้ประมาณ 200 กิโลกรัม คุณปัทมพรจึงนำมาหมักและตากแห้งก่อนส่งเมล็ดช็อกโกแลตแห้งไปยังร้านช็อกโกแลตในกรุงเทพฯ โดยขายกิโลกรัมละ 400 บาท อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้คุณปัทมพรก็เพาะต้นกล้าโกโก้พันธุ์ชุมพร 1 ขาย ตั้งแต่ ปี 2559 และได้เงินหลายแสนบาทแล้ว ส่วนใหญ่จะขายให้กับเกษตรกรในอำเภอแม่จริม นอกจากนี้ คุณปัทมพรยังเพาะต้นพริกไทยและต้นมะแขว่นขายด้วย

ในการปลูกของคุณปัทมพรและสมาชิกนั้น เจ้าตัวระบุว่า เป็นการปลูกแบบเกษตรปลอดภัย ยังใช้สารเคมีอยู่ โดยใช้ยาฆ่าหญ้า แต่เป็นแบบเผาไหม้ ใช้ก่อนฤดูฝน เพื่อไม่ให้หญ้าขึ้นเยอะ 1 ปี จะใช้ครั้งเดียว

คุณปัทมพร เล่าถึงขั้นตอนในการทำเป็นเมล็ดโกโก้แห้งว่า หลังรับซื้อผลสดก็นำมากะเทาะเปลือก แล้วหมัก คล้ายกับกาแฟ แต่ยากกว่า ถ้าหมักไม่ดีความร้อนไม่ได้ที่ จะขึ้นราดำ โดยต้องใช้ลังไม้ในการหมัก ใช้เวลา 7-8 วัน ในอุณหภูมิ 45-60 องศาเซลเซียส พอหมักเสร็จนำไปตากแดดอีก ใช้วิธีตากในตู้พลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ให้ความชื้นเกิน 5-7% ตากจนได้ที่จนแห้ง รวมเวลาประมาณ 15-20 วัน ถึงได้เมล็ดแห้ง เพื่อส่งขาย

ในส่วนของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกโกโก้กับคุณปัทมพรต่างแฮปปี้ เพราะขายได้ราคาดีกว่าข้าวโพด ที่ขายได้กิโลกรัมละ 7 บาท ที่สำคัญโกโก้ออกลูกได้ตลอดทั้งปี เฉลี่ยต้นละ 2-5 กิโลกรัม ในต้นที่มีอายุ 3-4 ปี แต่ถ้าอายุมากขึ้นจะให้ผลผลิตมากกว่านี้ ซึ่งถ้าเป็นผลใหญ่จะให้เมล็ดใหญ่และไม่ฝ่อ

สนใจศึกษาดูงานการปลูกโกโก้ของวิสาหกิจชุมชนโกโก้เกษตรบนดอยน่าน ติดต่อสอบถามได้ที่ 097-960-1926

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...