อ่านแล้วปลง! แพรรี่ แชร์สัจจะธรรมของชีวิต ผ่านเรื่องราว หมอกฤตไท สู้ดิวะ
แพรรี่ ไพรวัลย์ แชร์สัจจะธรรมของชีวิต ผ่านเรื่องราว หมอกฤตไท เรื่องราวของคุณหมอวัย 28 ปีจบจากคณะแพทศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ออกมาแชร์เรื่องราวเป็นโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายผ่านเพจ สู้ดิวะ
เป็นอีกเรื่องราวที่หลายคนอ่านแล้วน้ำตาไหลไปตามๆกันสำหรับเรื่องราวของคุณหมอวัย 28 ปีจบจากคณะแพทศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ออกมาแชร์เรื่องราวเป็นโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายผ่านเพจ สู้ดิวะ ท่ามกลางโลกออนไลน์ที่ส่งกำลังใจให้ไม่น้อย ซึ่งชีวิตของหมอท่านนี้กำลังไปได้ด้วยดีทั้งการงาน ความรัก และรวมถึงการใช้ชีวิตที่กำลังมีความสุข และไปได้สวย วางแพลนในอนาคตไว้เรียบร้อย แต่สุดท้ายทุกอย่างต้องหยุดชะงัก เพราะต้องวางมือมาต่อสู้กับโรคร้ายที่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง
จากพี่หมอถึงน้องหมอ! ริท เดอะสตาร์ ส่งกำลังใจ ให้หมอหนุ่มป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
หนุ่ม กรรชัย โผล่ให้กำลังใจ หมออายุ 28 ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย สู้ดิวะ
หมอกฤตไท สู้ดิวะ ขอบคุณทุกกำลังใจ พร้อมขอพื้นที่ หลังสื่อขอสัมภาษณ์
ล่าสุดแพรรี่ หรือไพรวัลย์ ได้มีการยกเรื่องราวจากคุณหมอมาโพสต์ พร้อมกับแชร์ข้อคิดผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก โดยระบุข้อความว่า ในความเป็นจริงทุกคนล้วนมีเวลาในชีวิตจำกัดเหมือนกันค่ะ เพียงทว่าในความจำกัดที่พูดถึงนี้ ระยะย่อมสั้นยาวต่างกันไป แต่จะสั้นหรือยาวอย่างเราใช้เกณฑ์ของกาลเวลาเป็นตัวกำหนด ความหมายของการมีชีวิตแท้จริงแล้วอาจไม่ได้ตัดสินกันที่ตรงนั้นนะคะ
ในทางพระศาสนา พระบาลีสอนไว้ชัดเลยว่า เวลาแม้เพียงวันเดียวของคนที่มองเห็นและเข้าใจในสัจธรรมของชีวิต ย่อมประเสริฐกว่าเวลาแม้ยาวนานถึง 100 ปีของคนที่ไม่เคยได้เรียนรู้อะไรเลย
ทุกคนที่มีชีวิตแทบทั้งหมด ล้วนต้องการที่จะดำรงชีวิตอยู่นะคะ เราพยายามต่อสู้ พยายามสร้างทุกอย่างเพื่อสิ่งที่เรียกว่าความมั่นคงสำหรับชีวิต เราศึกษา หาเงิน ทำงาน ดูแลสุขภาพ เราซื้อบ้านและสร้างครอบครัว เพราะเราเข้าใจว่า มันคือความมั่นคงสำหรับชีวิต (เท่าที่เราจะทำได้)
ซึ่งก็คิดถูกแล้วนะคะ แต่เพราะคำที่ว่า ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง และชีวิตก็เป็นส่วนหนึ่งของความอนิจจัง ดังนั้น ถ้ามองเห็นแต่ความมั่นคงจากปัจจัยภายนอก ชีวิตก็ให้ความรับประกันอย่างใจเราหวังจริงๆ ไม่ได้หรอกค่ะ
ชีวิตคือธรรมชาติ ตัวเราเป็นความเปลี่ยนแปลงตามกฎของธรรมชาติ เริ่มต้น เติบโต แล้วก็โรยราไปในวันหนึ่ง โรคนิทฺธํ ปภงฺคุณํ ร่างกายเป็นความเสื่อมลงและเป็นบ่อเกิดของโรคภัยค่ะ พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนั้น
พระพุทธเจ้าบอกว่า ชีวิตไม่ต่างจากภาชนะดินเผา เพียงถูกกระทบกระแทกเข้าเล็กน้อย ก็พร้อมที่จะแตกสลายลงได้ในตลอดเวลา ดิฉันอ่านเรื่องราวของพี่หมอท่านนี้แล้วดิฉันได้แง่คิดเยอะเลยค่ะ พี่หมอทำให้เราตระหนักว่า ชีวิตนั้น แท้จริงแล้วเปราะบางกว่าที่พวกเราคิด ความมั่นคงอื่นที่เราสั่งสม สุดท้ายก็ไม่จีรังเท่าความมั่นคงทางจิตใจที่เรามีอยู่ (ความเข้มแข็ง กำลังใจ และทัศนคติดีๆ ภายในตัวของเราเอง)
ความสุขในข้างวันหน้า ไม่มีความหมายเท่ากับความจริงที่เราเป็นในตอนนี้นะคะ ที่สำคัญ ถ้าเราเต็มที่กับทุกอย่างที่ผ่านมา เราจะไม่รู้สึกว่าเราต้องเสียดายอะไรเลย ดิฉันเข้าใจเลยว่าทำไมศาสนาถึงสอนให้เรามองว่า มีแค่ปัจจุบันเท่านั้นที่เป็นของเรา ก็เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ถ้าเราไม่เต็มที่กับตอนนี้ มีความสุขอยู่ตรงนี้ ทำสิ่งที่ควรต้องทำตอนที่ยังทำมันได้ บางทีแค่พรุ่งนี้มันก็ช้าเกินไปจริงๆ
อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น มันเป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่ว่าเราจะพร้อมหรือไม่พร้อม เต็มใจที่จะรับหรือไม่เต็มใจ นี่คือความจริงนะคะ ตราบใดที่เราหายใจอยู่โลกที่หมุนรอบตัวของมันเองและไม่ได้หมุนรอบตัวเราอย่างที่เราคิด อะไรเป็นไปได้ทั้งนั้นค่ะ
เต็มที่ไปเถอะค่ะ ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ทำสิ่งที่ใจรัก และส่งต่อพลังบวกให้คนอื่น เรียนรู้ความจริง เข้าใจโลกเข้าใจสัจธรรม หนึ่งวันก็มีความหมายมากนะคะ ถ้าเราหายใจอยู่ด้วยความรู้สึกว่ายอมรับได้กับทุกอย่างหรือไม่รู้สึกติดค้างอะไร ด้วยความรู้สึกว่าได้เต็มที่กับทุกเรื่องที่ควรเต็มที่แล้ว หนึ่งวันก็ประเสริฐและมีความหมายมากค่ะ
ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่น ๆ
Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY