กมธ.ทหารฯ ไม่ปล่อย พม่าบินล้ำแดน เรียก 'ผบ.ทบ.-ผบ.ทอ.' ชี้แจง ลั่นเรื่องนี้เรื่องใหญ่
ตาก – ส.ส.เต้ลุยบ้านวาเล่ย์ เก็บข้อมูลเพื่อเชิญ ผบ.ทบ.และ ผบ.ทอ. แม่ทัพภาค 3 ไปชี้แจง ซัดอย่าทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก เพื่อไปเก็บข้อมูล กรณีกองทัพเมียนมาส่งเครื่องบิน MiG-29 ล้ำน่านฟ้าไทย ในพื้นที่บ้านวาเล่ย์เหนือ และวาเล่ย์ใต้ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมี นายสมพงษ์ ฟุ้งทวีวงศ์ นายอำเภอพบพระนางอมรรัตน์ พรหมขัติแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนให้การต้อนรับ โดยนายมงคลกิตติ์ได้สอบถามข้อมูลเรื่องราวที่เกิดขึ้น และความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ต่างๆ จากนั้นได้แจกไอศกรีมให้กับนักเรียน พร้อมกับให้กำลังใจทุกคน
นายมงคลกิตติ์กล่าวต่อว่า ในส่วนกองทัพภาคที่ 3 ได้จับเรดาร์ว่ามีเครื่องบินสัญชาติเมียนมาล้ำน่านฟ้าไทยกี่โมง มีการบันทึกไว้หรือไม่ หลังการบันทึกแล้วมีการรายงานตามระบบการบังคับบัญชาในส่วนของกองทัพบกอย่างไร และระหว่างกองทัพบก กับกองทัพอากาศมีการรายงานเป็นอย่างไร มีการสั่งไปที่กองบินตาคลี กองบิน 6 มีการบังคับให้บินอนุมัติกี่โมง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เรื่องอธิปไตยเหนือดินแดนถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ระหว่างผู้นำไทยกับผู้นำเมียนมานั้นเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าเป็นรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเมียนมาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องการทหารในฝั่งของเมียนมา ไทยต้องวางตัวเป็นกลาง ถ้าเข้าข้างฝ่ายใดก็ต้องรบกับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งไทยต้องวางตัวกลางเพื่อปกป้องประชาชนไทย
นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า ต้องขอความกรุณาเชิญผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการทหารบก และแม่ทัพภาคที่ 3 ไปชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับคณะกรรมาธิการการทหาร เพื่อจะได้รู้ข้อบกพร่องจุดไหน อย่างไร และหาคนรับผิดชอบ ส่วนสถานการณ์สู้รบน่าจะอีกยาวนาน ซึ่งจะเกิดผลกระทบกับฝ่ายไทย จึงอยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการโดย สพฐ.ดูแลเรื่องบประมาณในการสร้างหลุมหลบภัยมาตรฐานให้นักเรียนด้วย เพราะการที่มี MiG-29 ล้ำน่านฟ้าไทยมาได้ถือว่าไม่ปลอดภัย จึงฝากไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถ้าสามารถแก้ไขแปรญัตติงบประมาณในวาระ 2 ได้ก็อยากจะให้สร้างหลุมหลบภัยในพื้นที่โรงเรียนตามแนวชายแดน อ.พบพระ ทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายมงคลกิตติ์ พร้อมคณะได้พบปะคณะครูและนักเรียนแล้ว ได้เดินทางต่อไปดูผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ ณ พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวในพื้นที่บ้านวาเล่ย์ และไปบ้านเรือนราษฎรไทยที่ถูกสะเก็ดระเบิด 3 หลัง ที่บ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ ก่อนที่จะเดินทางกลับ