ได้กำลังใจดี
ช่วงนี้ลุยหาเสียงหนักกันทุกพรรค รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่นำทัพโดย “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 ที่ล่าสุดเพิ่งปล่อยขบวนคาราวาน "ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้" เพื่อหาเสียง 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี
รอบนี้จึงได้ปล่อยขบวนคาราวานไปในพื้นที่ปักษ์ใต้ โดยบวนรถเริ่มเคลื่อนจากสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพฯ เข้าสู่จังหวัดชุมพร และกระจายตัวไปทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้ จนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569
และนอกจากเดินสายหาเสียงทั้งต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีเวทีดีเบตและเวทีแสดงวิสัยทัศน์ต่างๆ ที่ รทสช.ร่วมขึ้นเวทีจ้อวิสัยทัศน์ด้วยเช่นกัน งานนี้นำทัพโดยแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 ของพรรคอย่าง
“เอ๋-อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกฯ ที่ล่าสุดเป็นตัวแทน รทสช. ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ในหัวข้อ “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ที่เจ้าตัวย้ำนโยบายของพรรคที่ว่า ถึงเวลาเลิกเกรงใจ ทุนผูกขาด หยุดนักการเมืองปอดแหก! เราต้องใช้ความเด็ดขาดแก้วิกฤตชาติ
รวมไทยสร้างชาติยกเลิก MOU 43-44 ทันที สร้างรั้วชายแดน เพื่อปกป้องเอกราชและแนวเขตแดนไม่ให้ใครมาเอาเปรียบ พร้อมเพิ่มโทษประหารชีวิต ต้องนำมาใช้กับพวกนักการเมือง ข้าราชการคอร์รัปชัน พวกสแกมเมอร์ที่โกงเงินคนจนหมดเนื้อหมดตัว คนพวกนี้ต้องไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป
พร้อมชนนายทุนผูกขาด! พรรคยอมเสีย สส. แต่ไม่ยอมเสียผลประโยชน์ประชาชน 2 ปีที่ผ่านมา นายพีระพันธุ์ลดค่าไฟลงมาได้ถึง 16% ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าประชาชนไปแล้วกว่า 2.7 แสนล้านบาท ท้ายสุดเลิกเถียงเรื่องเกณฑ์ทหาร รอบนี้ใครสมัครใจเป็นทหารรับ 30,000 บาททันที ออกรบรับรอบละ 200,000 บาท
การแสดงวิสัยทัศน์ของ “เอ๋ อรรถวิชช์” เรียกเสียงเฮจากบรรดากองเชียร์ที่ขนกันมาให้กำลังใจกันคึกคัก
หลังจบเวทีแสดงวิสัยทัศน์ เจ้าตัวถึงกับบอกว่า “กองเชียร์ส่งพลังบวกมาขนาดนี้ ดีเบตกำลังใจดีเป็นพิเศษครับ ได้เล่านโยบายที่เขียนเอง..มีความเชื่อนำทาง ขอบคุณทุกท่านครับ”
แหม่..กำลังใจดีเป็นพิเศษแบบนี้ เชื่อว่าจะให้ดีเบตอีกสักกี่เวที เจ้าตัวก็พร้อมเสมอ.
บรรจง