สรุปไทม์ไลน์ โจรชิงทอง 198 บาท
เปิดไทม์ไลน์ "โจรหมวกฟาง" ชิงทอง 198 บาท ย่านสุขุมวิท ประวัติโชกโชน ถูกจับตั้งแต่เป็นเยาวชน
หลังจากชุดสืบสวนสามารถแกะรอยคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ได้ทองคำน้ำหนักไปประมาณ 198 บาท และเงินสดประมาณ 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10 ล้านบาท ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท พื้นที่ของ สน.พระโขนง เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา โดยตำรวจใช้เวลาในตามหาตัวคนร้ายเกือบ 1 เดือน เพราะคนร้ายรายนี้ มีวิธีการหลบหนีอย่างแยบยล เลือกใช้เส้นทางไปตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด และมีการนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปทิ้งในคลอง ก่อนจะหลบหนีไปตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิดอีก
แต่การทำงานของตำรวจยังเดินหน้า ไล่กล้องวงจรปิดทุกจุดอย่างละเอียดและทุกระยะ ทำงานกันอย่างหนัก กระทั่งรู้ตัวคนร้ายทราบชื่อ นายจะลอ กุ่ยแก้ว หรือ "ทิว" อายุ 29 ปี ฉายาโจรหมวกฟาง ซึ่งเก็บหมวกมาจากศาลพระภูมิคลองปลัดเปรียง รวมถึงวิคผม เชื่อว่าเจ้าตัวเตรียมการมาอย่างดีจากบ้านที่ จ.เชียงราย แม้กระทั่งน้ำที่ใช้ข่มขู่พนักงาน ยังเป็นน้ำเปล่าใส่ขวดที่เก็บมาจากข้างทางเช่นเดียวกัน
สำหรับจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้ นายจะลอ เข้าไปลักรถจักรยานยนต์ ที่บริเวณวัดสระเกศเมื่อวันที่ 30-31 ธันวาคม 2568 จากนั้นวันที่ 1-6 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นายจะลอ นำรถจักรยานยนต์ไปพ่นสีสเปรย์ บริเวณใต้สะพานข้ามคลองปลัดเปรียง / ต่อมาวันที่ 7 มกราคม นายจะลอ -ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ขโมยมา ไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง สาขาซอยมิตรอนันต์ ก่อนเอาหมวกกันน็อกและเป้ไปซ่อนไว้ที่บริเวณใต้ทางด่วนข้างทางรถไฟถนนกำแพงเพชร 5 แล้วนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง มาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และนั่งรถโดยสารประจำทางกลับไปที่พัก
จากนั้นวันที่ 26 มกราคม ออกจากแมนชั่น ซอยเปรมฤทัย 20 มาบริเวณปากซอยสุขุมวิท 101 และได้ขึ้นรถไฟฟ้าไปที่สถานีปุณวิถี มาลงที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และได้ขึ้นรถประจำทาง ไปลงฝั่งตรงข้ามซอยราชวิถี 30 ก่อนจะเดินมาบริเวณแยกอุภัยเจษทิศ ขึ้นรถจากจักรยานยนต์รับจ้างไปบริเวณแยกเทิดดำริ เพื่อเปลี่ยนชุดเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีดำ เป็นเสื้อสีดำ กางเกงสีขาวและถือหมวกกันน็อคออกมา เอารถจักรยานยนต์บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ
กระทั่งวันที่ 29 มกราคม เวลา ประมาณ 20.32 น. นายจะลอ ไปสำรวจเส้นทางบริเวณห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุ จนกระทั่งเวลา 22.00 น. นายจะลออยู่บริเวณใต้สะพานอ่อนนุช 21 และในเวลา 05.01 ของวันที่ 30 มกราคม ได้ออกจากบริเวณดังกล่าว กลับมาจอดรถที่ใต้สะพานข้ามโครงการฟอเรสเทียร์ริมคลองปลัดเปรียงในเวลา 06.25 น. และมุดเมทัลชีท บริเวณลานจอดรถบ้านสี่พระยาไปหลบซ่อนอยู่ที่ป่าต้นตะขบ
กระทั่งคืนวันก่อเหตุ เวลา 19.16 น. นายจะลอ ออกจาก บริเวณใต้สะพานข้ามโครงการพอเรสเทียร์ ริมคลองปลัดเปรียง ไปสำรวจเส้นทางต่อที่บริเวณห้างที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 19.43 น. จากนั้นก็วนเวียนอยู่บริเวณใกล้เคียงและกลับมาก่อเหตุในช่วงเวลา 23.35 น.
โดยนายจะลอ มีวิธีการที่แยบยล ขึ้นสลับทั้งรถแท็กซี่ รถเมล์ ตลอดจนรถจักรยานยนต์ และเลือกหลบหนีไปตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนจะมีการนำรถจักรยานยนต์ของกลาง ไปทิ้งในคลองประเวศ และทิ้งชุดที่ใช้ก่อเหตุในคลองด้วย จากนั้นกลับที่พัก จนกระทั่งเวลา 01.12 น. วันที่ 31 มกราคม นายจะลอ ผ่านซอยพัฒนาการ 69 โดยมีลักษณะแต่งกายเป็นหญิงสวมวิก และได้เดินทางขึ้นรถแท็กซี่คันที่ 1 จากซอยพัฒนาการ 69 ไปลงที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางนา และเรียกแท็กซี่คันที่ 2 ไปลงสะพานแดงในซอยโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านถนนบางนาตราด
จากนั้นเดินเท้าไปขึ้นรถแท็กซี่คันที่ 3 กลับที่พักของตัวเอง ถึงเวลา 04.00 น. ซึ่งเป็นอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง อยู่ภายในซอยอุดมสุข 51 และนอนที่นั้น 1 คืน พอรุ่งเช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก็เดินทางไปที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อซื้อตั๋วรถไฟธรรมดา ปลายทางไปที่ จ.เชียงใหม่ ถึงเชียงใหม่ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ได้ไปนอนอยู่โรงแรมใกล้สถานีรถไฟที่เชียงใหม่ 1 คืน จนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก็กลับบ้านที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย
ต่อมา ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นายจะลอ นัดเพื่อนชื่อ "นายดิว" ไปเจอกันที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยนายจะลอ ให้การว่าได้เดินทางไปหา "นายดิว" โดยรถสองแถวสีฟ้าที่ขนส่ง อ.แม่สาย ซึ่ง "นายดิว" มากับชายชุดดำ 1 คน ขับขี่รถจักรยายนต์ มารอรับ ก่อนจะรับนายจะลอ มาส่งตรงป่าบริเวณชายเขา แล้วก็ต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อเอาทองทั้งหมดไปให้ "นายดิว" ในป่า จุดนี้ "นายดิว" ให้เงินนายจะลอ
ก้อนแรก 200,000 บาท จากนั้น "นายดิว" บอกว่าจะเอาทองที่เหลือไปขายอีก ถ้าได้เงินจะนัดมอบเงินให้ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นก็แยกย้าย นายจะลอ กลับบ้าน ระหว่างนี้ตำรวจได้สะกดรอยตาม นายจะลอ จนกระทั่งวันที่ 19 ก.พ. ตำรวจสามารถเข้าจับกุมตัว นายจะลอ ได้ที่ซุ้มชายชุดดำ เขื่อนแม่สรวย อ.สรวย จ.เชียงราย
โดยเจ้าตัวพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่สุดท้ายก็จนมุม ยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ ในข้อหา "ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มคุ้มครองบุคลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยประการใดๆ โดยมีอาวุธ ใช้ในยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป"
สำหรับ ประวัติ นายจะลอ นั้นไม่ธรรมดา มีประวัติก่อเหตุตั้งแต่เป็นเยาวชน มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย ก่อเหตุลักทรัพย์มาโดยตลอด และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตั้งแต่อายุไม่ถึง 18 ปี จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดอย่างละเอียด พบว่ามีประวัติการกระทำความผิดจำนวน 7 คดี ได้แก่
ปี 2559 ในพื้นที่ สน. คลองตัน ความผิดฐาน "ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน"
ปี 2556 สน.คลองตัน ความผิดฐาน "ลักทรัพย์"
ปี 2563 ในพื้นที่ สภ.สารภี ก่อเหตุ "ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ถึง 5 คดี ก่อนจะถูกจำคุกและพ้นโทษออกมา เมื่อปี 2568 แต่นายจะลอ กลับไม่สำนึก ย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง โดยการชิงทอง 198 บาท และเงินสดอีก 170,000 บาท ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท พื้นที่ของ สน.พระโขนง
ส่วนที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า นายจะลอ จะเกี่ยวข้องกับเคส "แจ๊คกี้" โจรชิงทองเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนร้ายชื่อแจ็คกี้ ก่อเหตุชิงทองคำ น้ำหนักกว่า 200 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท หรือไม่ เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
โดยวันนี้ พนักงานสอบสวน สน.พระโขนง จะคุมตัวนายจะลอ ไปขออำนาจศาล เพื่อทำการฝากขัง ต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews