โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ-อิหร่าน” ตึงเครียด ทำไมโลกต้องจับตาช่องแคบฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ช่องแคบฮอร์มุซ" เส้นเลือดใหญ่พลังงานโลกที่รองรับน้ำมันราว 1 ใน 4 ของการค้าทางทะเล ความตึงเครียด "สหรัฐ-อิหร่าน" จึงไม่ใช่แค่เกมการเมือง แต่เสี่ยงกระทบราคาน้ำมัน เศรษฐกิจโลก และความมั่นคงพลังงานทันที

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลอิหร่านประกาศว่าจะปกป้องตนเองและตอบโต้ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เดินหน้าตามคำขู่โจมตีอิหร่าน กรณีไม่สามารถบรรลุข้อตกลงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ หนึ่งในมาตรการตอบโต้ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ ความพยายามปิดหรือขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)

ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางเดินเรือแคบ ๆ บริเวณปากอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งรองรับน้ำมันทางทะเลราว 1 ใน 4 ของการค้าทั่วโลก หากอิหร่านปฏิเสธการผ่านทางของเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซขนาดใหญ่ที่ขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลางไปยังจีน ยุโรป สหรัฐฯ และประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่รายอื่น การหยุดชะงักเพียงเล็กน้อยก็อาจผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก

แม้สหรัฐและอิหร่านกลับมาเปิดการเจรจานิวเคลียร์อีกครั้ง แต่ความตึงเครียดยังคงอยู่ในระดับสูง สหรัฐได้เสริมกำลังทางทหารในตะวันออกกลาง ขณะที่อิหร่านจัดการซ้อมรบทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ อิหร่านอ้างว่ามีการปิดบางส่วนของช่องแคบระหว่างการซ้อมรบ อย่างไรก็ตามตลาดน้ำมันแทบไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวชั่วคราวดังกล่าว

ช่องแคบฮอร์มุซ สำคัญต่อโลกอย่างไร

ช่องแคบฮอร์มุซตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านทางเหนือกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และโอมานทางใต้ เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับมหาสมุทรอินเดีย เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าพลังงานโลก ข้อมูลของบลูมเบิร์กระบุว่า ในปี 2568 มีน้ำมันดิบและคอนเดนเสทราว 16.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถูกลำเลียงผ่านช่องแคบแห่งนี้ ประเทศผู้ส่งออกหลักอย่างซาอุดีอาระเบีย อิรัก คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิหร่าน ต่างพึ่งพาเส้นทางนี้ โดยปลายทางส่วนใหญ่คือเอเชีย

นอกจากน้ำมัน ช่องแคบฮอร์มุซยังมีบทบาทสำคัญต่อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เกือบ 1 ใน 5 ของอุปทาน LNG โลก ส่วนใหญ่จากกาตาร์ ต้องผ่านเส้นทางนี้

ช่องแคบมีความยาวเกือบ 100 ไมล์ หรือประมาณ 161 กิโลเมตร และแคบที่สุดเพียง 21 ไมล์ โดยช่องเดินเรือในแต่ละทิศมีความกว้างเพียงราว 2 ไมล์ ความตื้นของน้ำทำให้เรือมีความเสี่ยงต่อทุ่นระเบิด ขณะที่ระยะใกล้ฝั่ง โดยเฉพาะฝั่งอิหร่าน ทำให้เรือพาณิชย์เสี่ยงต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากชายฝั่ง โดรน หรือเรือตรวจการณ์ความเร็วสูง

อิหร่านสามารถปิดช่องแคบได้จริงหรือไม่

ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ประเทศต่าง ๆ มีสิทธิอธิปไตยเหนือพื้นที่ทางทะเล 12 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง และต้องอนุญาตให้เรือต่างชาติผ่านทางอย่างสันติ อย่างไรก็ตาม แม้อิหร่านลงนามในอนุสัญญาดังกล่าวตั้งแต่ปี 1982 แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน

ที่ผ่านมา อิหร่านเคยขู่ปิดช่องแคบในช่วงที่ความตึงเครียดพุ่งสูง แต่ไม่เคยดำเนินการจริง เพราะการปิดอย่างสมบูรณ์มีแนวโน้มจะเผชิญการตอบโต้รุนแรงจากกองทัพเรือตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐ

อย่างไรก็ตามอิหร่านไม่จำเป็นต้องปิดช่องแคบทั้งหมดเพื่อสร้างผลกระทบ การคุกคามเรือพาณิชย์ด้วยเรือลาดตระเวนขนาดเล็ก การยิงขีปนาวุธหรือโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน หรือการวางทุ่นระเบิด ล้วนสามารถสร้างความหวาดกลัวและทำให้การเดินเรือชะลอตัวได้ แม้กระทั่งการรบกวนสัญญาณ GPS ซึ่งถูกใช้บ่อยขึ้นทั่วโลก ก็สามารถทำให้เรือสูญเสียความแม่นยำในการนำทาง

หากช่องแคบถูกรบกวน ราคาน้ำมันจะพุ่งแค่ไหน

หากเรือเดินสมุทรต้องเคลื่อนตัวเป็นขบวนภายใต้การคุ้มกันของกองทัพเรือ อาจทำให้การขนส่งล่าช้าแต่ไม่ถึงขั้นกระทบอุปทานโลกอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตามการปิดช่องแคบเต็มรูปแบบแม้เพียงไม่กี่วัน อาจกลายเป็นฝันร้ายของตลาดพลังงาน นักวิเคราะห์ของ Kpler ประเมินว่าหากอิหร่านปิดช่องแคบเพียงวันเดียว ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 120–150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยอยู่ราว 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นปี

อย่างไรก็ดีการปิดช่องแคบจะกระทบเศรษฐกิจอิหร่านเอง เนื่องจากประเทศต้องพึ่งพาเส้นทางนี้ในการส่งออกน้ำมัน อีกทั้งยังเสี่ยงสร้างความไม่พอใจแก่จีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด

ใครพึ่งพาฮอร์มุซมากที่สุด

ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบมากที่สุด แต่มีทางเลือกสำรองผ่านท่อส่ง East-West Pipeline ไปยังทะเลแดง ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถใช้ท่อ Habshan-Fujairah ไปยังอ่าวโอมานได้บางส่วน

ในทางกลับกัน อิรัก คูเวต กาตาร์ และบาห์เรน แทบไม่มีทางเลือกอื่น โดยเฉพาะอิรักที่ต้องส่งออกน้ำมันส่วนใหญ่ผ่านท่าเรือบัสรา ซึ่งต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

การตอบสนองของสหรัฐฯ และพันธมิตร

ในช่วงสงครามอิหร่าน–อิรักทศวรรษ 1980 สหรัฐเคยส่งกองเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันคูเวต ต่อมาในปี 2019 มีการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตร International Maritime Security Construct เพื่อคุ้มครองเส้นทางเดินเรือ

ล่าสุดเรือพาณิชย์เพิ่มความเร็วขณะผ่านช่องแคบเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่สหรัฐแนะนำเรือสัญชาติอเมริกันให้หลีกเลี่ยงเข้าใกล้น่านน้ำอิหร่าน และมีรายงานว่าเครื่องบินรบ F-35C ของสหรัฐฯ ยิงโดรนอิหร่านตกใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์

ทั้งนี้ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่เพียงเส้นทางเดินเรือธรรมดา แต่คือจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงเสถียรภาพพลังงานโลกกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การข่มขู่ปิดช่องแคบอาจเป็นเครื่องมือกดดันเชิงการเมือง แต่หากเกิดขึ้นจริง ผลกระทบจะไม่จำกัดอยู่เพียงตะวันออกกลาง หากแต่อาจสั่นคลอนตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...