โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สูตร 3 แทงค์ พลิกวิกฤติชีวิต สู่ระบบการเงินที่มั่นคง” คุณปิง ประกิต

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สูตร 3 แทงค์ พลิกวิกฤติชีวิต สู่ระบบการเงินที่มั่นคง” คุณปิง ประกิต

ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ Wealth Idol คุณปิง ประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้บริหารจากบริษัทหลักทรัพย์เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ถ่ายทอดเส้นทางการบริหารเงินส่วนบุคคลที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความสมบูรณ์แบบ แต่เริ่มจาก “บทเรียนจริงของชีวิต” ในวัย 20 กว่า เขาให้ความสำคัญกับการสั่งสมประสบการณ์ทำงานมากกว่าการออม เงินเดือน 16,000 บาทในยุคนั้นมอบให้คุณแม่ทั้งหมด ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนตัวมาจากการสอนพิเศษ ทำให้ไม่มีเงินเก็บในช่วงแรก จนกระทั่งเข้าสู่วัย 30 ปี เมื่อมีรายได้สูงขึ้นและได้รับคำแนะนำจากแฟน เขาจึงเริ่มเปิดบัญชีเงินออมจริงจังครั้งแรกด้วยเงิน 2,000 บาท พร้อมปรับวินัยทางการเงินใหม่ แบ่งเงินเดือนครึ่งหนึ่งให้ครอบครัว อีกครึ่งหนึ่งเก็บไว้ และยังคงใช้รายได้เสริมเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวเพื่อลดพฤติกรรมใช้เงินเกินตัว

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงอายุ 35-36 ปี เมื่อชีวิตเผชิญ “วิกฤติซ้อนวิกฤติ” ทั้งค่าแต่งงาน ค่ารักษาพยาบาลอดีตภรรยา ค่าคลอดบุตร ค่าบ้าน และภาระทางกฎหมายจากการหย่าร้าง ภาระเหล่านี้ทำให้เขาต้องตัดสินใจย้ายงานไปสู่ตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นแต่ค่าตอบแทนมากขึ้น ทำงานหนัก ประหยัดทุกบาททุกสตางค์ และใช้เวลาเพียง 2-3 ปีในการปลดภาระหนี้บ้านได้สำเร็จ บทเรียนครั้งนั้นทำให้เขาตระหนักว่า “ชีวิตไม่แน่นอนเหมือนราคาหุ้น” หากไม่เตรียมพร้อม วันหนึ่งค่าใช้จ่ายที่เคยปกติจะกลายเป็นภาระมหาศาล

ปรัชญาการเงินของคุณปิงจึงตั้งอยู่บนหลัก “ไม่ประมาท” เขาไม่ได้วัดการออมเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ แต่ให้ความสำคัญกับ “ยอดเงินคงเหลือจริง” หลังหักค่าใช้จ่าย โดยมองว่าค่าใช้จ่ายประจำต้องไม่สูงเกินไป เพราะหากวันหนึ่งรายได้สะดุด ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นจะกลายเป็นแรงกดดันทันที เขาควบคุมงบประมาณอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ใช้ของเท่าที่จำเป็น มองเงินทุกบาทคือแรงงานและเวลาชีวิตที่แลกมา จึงต้องเก็บไว้เผื่อวันที่ไม่มีแรงทำงาน

เพื่อสร้างระบบที่ชัดเจน เขาเสนอแนวคิด “สูตรบริหารเงิน 3 แทงค์” ได้แก่ แทงค์ที่ 1 บัญชีเงินหมุนเวียนประจำวัน ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกระแสเงินเข้าออก ใช้รับรายได้และจ่ายค่าใช้จ่ายทั่วไป แทงค์ที่ 2 บัญชีเงินเก็บและเงินสำรองฉุกเฉิน รับโอนเงินส่วนเกินจากแทงค์แรก เก็บไว้สำหรับเหตุฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายรายปี เบี้ยประกัน และการลงทุนลดหย่อนภาษี เช่น RMF หรือ Thai ESG และแทงค์ที่ 3 บัญชีการลงทุนระยะยาว เป็นพื้นที่ของการต่อยอดเงินผ่านการฝากประจำ กองทุน หรือหุ้น โดยใช้กลยุทธ์ “Small Win” ลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป กระจายความเสี่ยง และที่สำคัญคือ “ห้ามแตะต้อง” เพื่อสร้างวินัยและให้เงินเติบโตอย่างแท้จริง

ตลอดการสัมภาษณ์ เขาย้ำว่า วัยทำงานคือวัยแห่งการสั่งสม ต้องออมก่อนใช้ ลงทุนให้หลากหลาย เริ่มจากจำนวนน้อยแต่ทำอย่างสม่ำเสมอ และวางแผนระยะยาวอย่างมีสติ เพราะการใช้เงินตามสัญชาตญาณอาจสร้างความลำบากในอนาคตได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...