"จรีพร" ปังธงรายได้ WHA ปี 69 ทะยาน 2 หมื่นล้าน เนื้อหอมต่างชาติจ่อซื้อที่กว่าพันไร่
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทเป้าหมายรายได้และส่วนแบ่งกำไรปี 2569 ที่ 20,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายในการรักษาระดับ EBITDA Margin เฉลี่ยทั้งปีให้ได้มากกว่า 45% และอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำกว่า 1.2 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงินและการเติบโตอย่างยั่งยืน
โดยในปี 2569 WHA Group ดำเนินงานภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ในระยะยาว สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลกและโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ประกอบด้วย
- Extend Leadership: ต่อยอดความเป็นผู้นำในประเทศและขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาค
- Embrace Technology: ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อต่อยอดธุรกิจ และสร้างธุรกิจ S-Curve ใหม่ๆ
- Highlight Green Commitment: มุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593
- Power Up Organization: พลิกโฉมด้วย Digital Transformation สู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง
1. ธุรกิจโลจิสติกส์ - ปี 2568 WHA มีพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานรวม 3,241,949 ตร.ม. พร้อมลงนามสัญญาเช่าเพิ่มอีก 204,437 ตร.ม. โดยโครงการใหม่ ได้แก่ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม.23 และ เทพารักษ์ กม.21 ได้รับการตอบรับดี มีผู้เช่าแล้วเกือบเต็มทั้งโครงการ ขณะที่ศูนย์โลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนาม ณ นิคมฯ มินห์กวาง จังหวัดฮึงเอียน มีอัตราเช่าแล้วกว่า 60%
ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นประมาณ 3,437,000 ตร.ม. โดยมีโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่ประมาณ 200,000 ตร.ม. ผ่านการพัฒนาเฟสใหม่ของ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 (เฟส 3) และชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2
รวมถึงเปิดโครงการใหม่ในทำเลยุทธศาสตร์อย่าง WHA Manufacturing Park 331 พร้อมกันนี้ มีแผนขายทรัพย์สินและ/หรือสิทธิการเช่าเข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวม 193,000 ตร.ม. มูลค่าราว 4,700 ล้านบาท
2. ธุรกิจโมบิลิตี้ ภายใต้แบรนด์ โมบิลิกส์ (Mobilix) - ในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวม 387 คัน สำหรับกลยุทธ์ปี 2569 เน้นสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมการให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ การให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า บริการเครือข่ายสถานีชาร์จ และ Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลกรีนโลจิสติกส์อัจฉริยะสำหรับจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่โดยปี 2569 บริษัทตั้งเป้าให้บริการเช่ารถ EV สะสม 637 คัน
3. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม - บริษัทบริหารนิคมอุตสาหกรรม 17 แห่งในประเทศไทยและเวียดนาม บนพื้นที่รวม 88,900 ไร่ ในปี 2568 มียอดขายที่ดิน 1,340 ไร่ ยอดโอน 2,074 ไร่ และ ยอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) อีกกว่า 770 ไร่
พร้อมยอด LOI/MOU รอเซ็นสัญญาอีกกว่า 1,632 ไร่ และล่าสุด ในไตรมาส 1/2569 สัญญา LOI/MOU ได้แปลงเป็นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้วกับลูกค้ารายหนึ่ง พื้นที่กว่า 900 ไร่
ปัจจุบันเรายังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มบริษัทรายใหญ่ต่างประเทศที่อยู่ระหว่างการเจราอีกประมาณ 2-3 ราย เบื้องต้นมีความต้องการที่ดินแปลงใหญ่ไม่น้อยกว่า 200-300 ไร่ต่อดีล ที่คาดว่าจะทยอยได้ข้อสรุปภายในปีนี้
พร้อมกันนี้ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่ต่างชาติที่ดำเนินธูรกิจเกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ ซึ่งมีความต้องการใช้พื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมากกว่า 400 ไร่ คาดว่าภายในช่วงครึ่งแรกปี 2569 นี้จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
ปี 2569 เดินหน้าพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ โดยเฉพาะ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE5) พื้นที่ 6,490 ไร่ ซึ่งคาดว่าเริ่มโอนได้ในไตรมาส 1/2569
ด้านประเทศเวียดนาม บริษัทมุ่งขยายเขตอุตสาหกรรมเพิ่มในจังหวัดเหงะอานและทัญฮว้า โดยเฉพาะ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 and 2 – Thanh Hoa พื้นที่ 2,210 ไร่ รวมถึงจังหวัดใหม่อย่างฮึงเอียนและดานัง เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิต บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 รวม 2,500 ไร่ แบ่งเป็นไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่
4. ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) - ปี 2568 WHAUP มียอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวม 160 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นประเทศไทย 122 ล้านลูกบาศก์เมตร และเวียดนาม 38 ล้านลูกบาศก์เมตร
ปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 170 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Smart Water เพื่อยกระดับการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขยายระบบสาธารณูปโภคและพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของกลุ่มลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ที่สูงกว่าปกติถึง 12-16 เท่า อีกทั้งยังผลักดันโซลูชัน Water Reclamation การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการฟื้นฟูและการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ เสริมความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในระยะยาว
ธุรกิจไฟฟ้า - ปี 2568 มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 1,026 เมกะวัตต์ ซึ่งดำเนินการแล้ว 715 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 311 เมกะวัตต์
ปี 2569 เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในไทยและเวียดนาม รองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของภาคอุตสาหกรรมและแรงกดดันด้าน Decarbonization โดยตั้งเป้าหมายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ลงนามสะสม 1,124 เมกะวัตต์ พร้อมพัฒนาโครงการ Solar Private PPA, Feed-in-Tariff และ Direct PPA ควบคู่ การพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียน
5. ธุรกิจดิจิทัล – ในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการยกระดับไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
6. (Technology-driven Organization) ผ่านโครงการ Digital Transformation และ AI Transformation พร้อมเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัล และต่อยอดการขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ Intelligent Enterprise Ecosystem ภายใต้ โรดแมพ “Flight of the Future” ในปี 2571
สำหรับปี 2569 WHA Digital ยังมุ่งเน้นการพัฒนา Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ เพื่อสนับสนุนธุรกิจโมบิลิตี้ และการพัฒนา WHASApp แอปพลิเคชันการสื่อสารระหว่างลูกค้าและทีมงาน WHA ที่พร้อมด้วยฟีเจอร์ครบครัน ตั้งแต่แพลตฟอร์ม CO2ZERO ช่วยบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตลอดจนการจัดการขยะรีไซเคิลผ่านโครงการ WeCYCLE
สำหรับแผนการลงทุนในปี 2569 บริษัทตั้งงบลงทุนรวม 16,500 ล้านบาท แบ่งเป็นเพื่อใช้รองรับการต่อยอดธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 9,000 ล้านบาท โลจิสติกส์ 3,700 ล้านบาท สาธารณูปโภคและพลังงาน 2,900 ล้านบาท โมบิลิตี้ 600 ล้านบาท และดิจิทัล 300 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าในปี 2569 เป็นปีแห่งความท้าทายรอบด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน และการเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์ พลวัตการค้าโลกที่ผันผวน เทคโนโลยี AI และดาต้าที่เปลี่ยนอุตสาหกรรม รวมถึงแนวโน้มด้าน ESG ที่เป็นมาตรฐานบังคับและมาตรการการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น
แต่ในมุมกลับกัน WHA มองว่านี่คือโอกาสของประเทศไทยในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร เพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) โดยเฉพาะกลุ่ม EV เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และพลังงานหมุนเวียน
ภายใต้พันธกิจ “WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND” บริษัทมุ่งยกระดับประสิทธิภาพทั้งองค์กร ผ่านการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มเข้าสู่ระบบนิเวศเดียว ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
พร้อมกันนี้ ล่าสุดคณธกรรมการบริหาร (บอร์ด) มีมติอนุมัติจ่ายปันผลรวมทั้งปี หุ้นละ 0.2107 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 10.5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยจะขึ้น XD วันที่ 11 พ.ค. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผล 28 พ.ค.2569 ตามลำดับ
เดินหน้า 'กรีนต้องกินได้'
WHA Group พร้อมประกาศทิศทางขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุม 5 มิติหลัก ได้แก่
1. ความรับผิดชอบในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Environmental Stewardship)
2. การเสริมสร้างโอกาสให้สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Social Empowerment)
3. ธรรมาภิบาลที่ดีและการส่งเสริมการใช้นวัตกรรม (Responsible Governance and Innovation) 4. ความเป็นผู้นำในธุรกิจสีเขียว (Leadership in Green Economy)
5. การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน (Enabler for Sustainable Thailand)
โดยยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ “กรีนต้องกินได้” ที่มองเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือ โอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้ ซึ่งสามารถสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจ และการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านความสำเร็จในปี 2568 โดยบริษัทได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับโลก อาทิ รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สาขา Leadership Excellence จาก TMA คะแนนสูงสุดติดอันดับ Top 1% จาก S&P Global CSA รางวัล Best Innovative Company และ SET Awards of Honor ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence จาก SET Awards 2025
พร้อมรักษาระดับ SET ESG Ratings ที่ ‘AAA’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึง AMCHAM Corporate Impact Awards ระดับ Platinum ปีที่ 16 และ EIA Monitoring Awards ระดับดีเด่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมโซลูชันอุตสาหกรรมแบบองค์รวม
ภายใต้พันธกิจ “WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND” บริษัทมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมดิจิทัลที่ยั่งยืน เสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และสร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างมั่นคงในระยะยาว