โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดแผนจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน 2” เม.ย.ตั้งลำบริหารประเทศ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การเมืองไทยกำลังเดินเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ภายหลัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตล็อตแรก 369 คน ถือเป็นการเริ่ม “นับหนึ่ง” กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ด้วยสูตร “รัฐบาลอนุทิน 2”

ด่านแรกรับรองสส.เกิน 95%

กกต.ให้ผู้ได้รับเลือกตั้งเข้ารับหนังสือรับรองระหว่างวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ และ 2-6 มีนาคม ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พร้อมย้ำหลักเกณฑ์ว่า หากพบหลักฐานทุจริตเลือกตั้ง สามารถยื่นศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครหรือสิทธิเลือกตั้งได้

อย่างไรก็ตาม ยังมี สส.เขตอีก 4 เขตที่ยังไม่รับรอง ขณะเดียวกัน กกต.ยังมีมติให้นับคะแนนใหม่ 9 หน่วย ใน 5 จังหวัด 8 เขตเลือกตั้ง จากข้อร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย เช่น การอ่านคะแนนไม่เปิดเผย หรือการขีดคะแนนไม่ชัดเจน โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 1 มีนาคม 2569

หากการนับคะแนนใหม่ไม่กระทบภาพรวม คาดว่าต้นเดือนมีนาคม กกต.จะประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อครบ 100 คน ทำให้จำนวน สส.รวมเกิน 95% หรืออย่างน้อย 475 คน จากทั้งหมด 500 คน ตามกรอบรัฐธรรมนูญ เปิดทางสู่การเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก

ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาล เม.ย.

ตามไทม์ไลน์ เมื่อ กกต.รับรอง สส.ครบตามเกณฑ์ ภายใน 15 วัน จะต้องมีการเปิดประชุมสภานัดแรก เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

จากนั้นช่วงกลางมีนาคมถึงต้นเมษายน จะเข้าสู่กระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งแน่นอนว่า อนุทิน ชาญวีรกูล จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัย 2 แน่นอน

หลังได้ตัวนายกฯ ขั้นตอนต่อไปคือ การจัดสรรโควตารัฐมนตรี ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี นำรายชื่อรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว จะเป็นขั้นตอนถวายสัตย์ปฏิญาณ

ก่อนที่จะมีการประชุม ครม.นัดแรก เพื่อจัดทำนโยบาลรัฐบาล และคาดว่าภายในเดือนเมษายน จะมีการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา (สส.+สว.)

คาดว่าภายในเดือนเมษายน หรือ อย่างช้าที่สุดต้นเดือนพฤษภาคม “รัฐบาลอนุทิน 2” จะสามารถลุยบริหารประเทศได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เบื้องต้นปิดดีล 292 เสียง

ในอีกฟากหนึ่งของสมการการเมือง พรรคภูมิใจไทย(ภท.) เร่งเดินเกมจัดตั้งรัฐบาล โดยเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 แกนนำพรรคเปิดตัวจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และ พรรคโอกาสใหม่ หนุน อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี

การเปิดตัวสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ทำให้ตัวเลขเสียงรัฐบาลขยับไปที่ 292 เสียง ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร (251 เสียง) อย่างมีนัยสำคัญ แต่ในทางการเมือง “เสียงข้างมาก” ไม่ได้วัดเพียงตัวเลขในกระดาษ หากยังต้องประเมินเสถียรภาพระยะยาว

แหล่งข่าวการเมืองประเมินว่า พรรคภูมิใจไทยจะพยายาม “ปิดดีล” ที่ 292 เสียงก่อน แล้วค่อยขยายแนวร่วมเพิ่มเติมในลักษณะ “ดึงเป็นกลุ่ม” มากกว่าดึงรายบุคคล โดยเฉพาะที่ถูกจับตามองตอนนี้คือกลุ่มของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ที่สังกัดพรรคกล้าธรรม

คำถามสำคัญอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม จะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งต้องรอความชัดเจนหลังการสัมมนาพรรคภูมิใจไทย วันที่ 8 มี.ค.นี้

เสถียรภาพรัฐบาลใหม่

แม้ตัวเลข 292 เสียงจะดูมั่นคงในระยะสั้น แต่โจทย์ท้าทายของ “รัฐบาลอนุทิน 2” ไม่ได้อยู่ที่การจัดตั้ง หากอยู่ที่การบริหารภายใต้บริบทเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และแรงกดดันจากนโยบายเร่งด่วน

นอกจากนี้ การบริหารสมดุลระหว่างพรรคแกนนำกับพรรคร่วม รวมถึงการจัดสรรตำแหน่งสำคัญอย่างเป็นธรรม จะเป็นตัวชี้วัดเสถียรภาพรัฐบาลในระยะกลาง

เม.ย.จุดเริ่มใหม่การเมืองไทย

หากทุกขั้นตอนเป็นไปตามกรอบเวลา เดือนเมษายน 2569 จะเป็นจุดเริ่มต้นของ“ครม.อนุทิน 2” อย่างเป็นทางการ

จากการรับรอง สส. สู่การโหวตนายกฯ จากการต่อรองจัดตั้งรัฐบาล สู่การบริหารประเทศเต็มรูปแบบ ไทม์ไลน์การเมืองรอบนี้อาจดูราบรื่นในเชิงขั้นตอน แต่เนื้อแท้แล้วเต็มไปด้วยสมการซับซ้อน

คำถามจึงไม่ใช่เพียง “ใครได้เป็นนายกฯ”

แต่คือ “รัฐบาลใหม่จะยืนระยะได้แค่ไหน” ภายใต้ความคาดหวังทางเศรษฐกิจและแรงกดดันทางการเมืองที่รออยู่เบื้องหน้า…

“ภูมิใจไทย”คุม 14 กระทรวง “เพื่อไทย” 4

ภายหลัง กกต. ประกาศรับรองสส.เขต 396 คน ได้มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

ในส่วนโควตาของพรรคภูมิใจไทย ได้รับการจัดสรรรวม 19 ตำแหน่ง ดูแล 14 กระทรวงหลัก ได้แก่ มหาดไทย, การคลัง, พาณิชย์, การต่างประเทศ, คมนาคม, พลังงาน, การท่องเที่ยวและกีฬา, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, อุตสาหกรรม, สาธารณสุข, วัฒนธรรม, ยุติธรรม, ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โดยมีการจัดสรรตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี 5 คน ควบกระทรวงหลัก ได้แก่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์, บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ
ส่วนกระทรวงกลาโหม และกระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างการพิจารณาบุคคลที่เหมาะสม

สำหรับภูมิใจไทยคุม 19 เก้าอี้ 14 กระทรวง รายชื่อบุคคลสำคัญตามโผ คือ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ควบ รมว.มหาดไทย, ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย, ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม, ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ, พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม

สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรฯ, สุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม, รมต.ประจำสำนักนายกฯ 3 คน ได้แก้ ภราดร ปริศนานันทกุล, ศุภมาส อิศรภักดี และ นภินทร ศรีสรรพางค์

นอกจากนี้ มีชื่อของ วราวุธ ศิลปอาชา ที่ย้ายเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยรอจัดสรรตำแหน่งหลังเจรจาโควตาเสร็จสิ้น

ด้านพรรคเพื่อไทย(พท.) คาดว่าจะได้ดูแล 4 กระทรวงหลัก ได้แก่เกษตรและสหกรณ์, การอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม, ศึกษาธิการ และ แรงงาน

โดยมีชื่อของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและรมว.เกษตรฯ, ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.การอุดมศึกษาฯ, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ, สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล หรือ พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน

ส่วนอีก 3 ตำแหน่งที่เหลือ คาดเป็นโควตาของ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคขนาดเล็ก โดยมีแนวโน้มได้ดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...