ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนในมาดากัสการ์เพิ่มขึ้นเป็น 35 ราย
พายุไซโคลนได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 35 ราย และสร้างความเสียหายอย่างหนักในเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของมาดากัสการ์
ภาพรวมของเมืองโตมาสินาบนชายฝั่งตะวันออกของมาดากัสการ์ ซึ่งถูกพายุไซโคลนเขตร้อนเกซานี (Gezani) พัดถล่ม เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ (Photo by Tsiky Sikonina / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 กล่าวว่า พายุไซโคลนสร้างความเสียหายอย่างหนักในเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของมาดากัสการ์ในมหาสมุทรอินเดีย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 35 ราย
ไซโคลนเกซานี (Gezani) ขึ้นฝั่งเมื่อวันอังคาร และพัดถล่มเมืองโตมาสินาทางชายฝั่งตะวันออก ด้วยความเร็วลมสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สำนักงานบริหารความเสี่ยงและภัยพิบัติแห่งชาติ (BNRGC) กล่าวล่าสุดว่า นอกจากยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีอีก 6 คนสูญหาย และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 374 คน รวมทั้งผู้พลัดถิ่นอีกมากกว่า 8,800 คน
ไมเคิล รันเดรียนิรินา ผู้นำคนใหม่ของมาดากัสการ์ เรียกร้องความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังจากพายุไซโคลนทำลายล้างโตมาสินาและพื้นที่โดยรอบไปถึง 75%
ภาพจากสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพุธ แสดงให้เห็นเมืองที่มีประชากร 400,000 คน ถูกถล่มด้วยต้นไม้หลายร้อยต้นที่ล้มลงจากลมแรง, หลังคาอาคารพังทลาย และประชาชนเดินลุยน้ำท่วมตามถนน
เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมทำงานจนดึกดื่นเพื่อเคลียร์ถนนที่ถูกปิดกั้นด้วยเศษซากต่างๆ
ตามรายงานของ BNRGC บ้านเรือนกว่า 18,000 หลังถูกทำลายจากพายุไซโคลน และอีก 50,000 หลังได้รับความเสียหายหรือถูกน้ำท่วม
ทางการระบุว่า พายุยังสร้างความเสียหายอย่างหนักในภูมิภาคอัตสินานาที่อยู่รอบๆ เมือง และกำลังอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายหลังภัยพิบัติ
ขณะที่ศูนย์พยากรณ์พายุไซโคลน CMRS บนเกาะเรอูนียงของฝรั่งเศสยืนยันเมื่อวันอังคารว่า เมืองโตมาสินาถูกพัดถล่มโดยตรงจากส่วนที่รุนแรงที่สุดของพายุ
การขึ้นฝั่งของพายุไซโคลนครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในครั้งที่รุนแรงที่สุดที่บันทึกไว้ในภูมิภาคนี้ในยุคดาวเทียม เทียบเท่ากับพายุเจรัลดาในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1994 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 200 ราย และได้รับผลกระทบอีกกว่าครึ่งล้านคน
พายุเกซานีอ่อนกำลังลงหลังจากขึ้นฝั่ง แต่ยังคงพัดผ่านเกาะในฐานะพายุโซนร้อนจนถึงคืนวันพุธ
ศูนย์พยากรณ์อากาศแห่งชาติคาดการณ์ว่า พายุจะกลับมาทวีความรุนแรงเป็นพายุไซโคลนอีกครั้งเมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่ช่องแคบโมซัมบิก และอาจพัดถล่มทางตอนใต้ของโมซัมบิกตั้งแต่เย็นวันศุกร์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเผชิญกับอุทกภัยร้ายแรงมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว
ทั้งนี้ ฤดูพายุไซโคลนในมหาสมุทรอินเดียตะวันตกเฉียงใต้โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน และมีพายุเกิดขึ้นประมาณ 12 ลูกในแต่ละปี.