โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ผู้นำสูงสุดอิหร่านชี้ สหรัฐฯ-อิสราเอล อยู่เบื้องหลังเหตุประท้วง ทำคนตายนับพัน

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ผู้นำสูงสุดอิหร่านชี้ สหรัฐฯ-อิสราเอล อยู่เบื้องหลังเหตุประท้วง ทำคนตายนับพัน

อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ระบุว่า ตัวแทนที่เชื่อมโยงกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตนับพันคน และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล

คาเมเนอี ยังได้ประณาม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเป็น ‘อาชญากร’ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในแผนการต่อต้านอิหร่านครั้งนี้ ซึ่งต่างจากการประท้วงในอดีตที่สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงในระดับที่น้อยกว่า

ประเด็นที่น่าจับตามองคือ นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านระบุยอดผู้เสียชีวิตในระดับ ‘หลายพันคน’ ซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่เจ้าหน้าที่ทางการยอมรับตัวเลขเพียงหลักร้อย แม้จะยังไม่มีตัวเลขยืนยันที่แน่ชัด แต่คำกล่าวอ้างนี้สอดคล้องกับข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชน HRANA ที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 3,000 คน

ทางการอิหร่านมองว่า แม้การประท้วงจะเริ่มต้นจากความไม่พอใจเรื่องเศรษฐกิจ แต่ภายหลังได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ โดยกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรงที่ได้รับคำสั่ง การฝึกฝน และเงินทุนจากต่างชาติ คาเมเนอียังกล่าวหาว่าผู้ประท้วงได้ทำลายทรัพย์สินและเผามัสยิดรวมถึงสถานพยาบาลไปกว่า 250 แห่ง

คาเมเนอียังประกาศเตือนว่า เราจะไม่ลากประเทศเข้าสู่สงคราม แต่เราจะไม่ปล่อยให้อาชญากรทั้งในและต่างประเทศลอยนวลโดยไม่ถูกลงโทษ

ทางด้านทรัมป์ที่ก่อนหน้านี้ประกาศกร้าวจะพิจารณาการใช้กำลังทางทหาร เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่ถูกรัฐบาลอิหร่านปราบปรามอย่างหนัก ก่อนจะปรับท่าทีว่า การสังหารกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยุติลงแล้ว แต่ยังคงไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน และจะยังคงติดตามสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิดต่อไป

แฟ้มภาพ: Iranian Leader Press Office / Anadolu via Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...