โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Secret Service ยิงชายติดอาวุธเสียชีวิต หลังบุก ‘ที่พักทรัมป์’ ยังไม่ทราบแรงจูงใจ

THE STANDARD

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
Secret Service ยิงชายติดอาวุธเสียชีวิต หลังบุก ‘ที่พักทรัมป์’ ยังไม่ทราบแรงจูงใจ

หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (Secret Service) ยิงชายติดอาวุธเสียชีวิต หลังขับรถฝ่า ‘แนวรักษาความปลอดภัย’ เข้าไปในพื้นที่ด้านในของมาร์อาลาโก ที่พำนักของ โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแรงจูงใจผู้ก่อเหตุ

เมื่อคืนนี้ (23 กุมภาพันธ์) เวลา 01.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสังหาร ออสติน ทักเกอร์ มาร์ติน ชายผิวขาววัย 21 ปี ที่พยายามบุกเข้าไปในมาร์อาลาโก โดยมีอาวุธติดมือ คือ ปืนลูกซองและแกลลอนน้ำมัน รวมถึงมีกล้องติดตัว

ทั้งนี้ ริก แบรดชอว์ นายอำเภอเขตปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เปิดเผยรายละเอียดเหตุการณ์ว่า หน่วยอารักขาประธานาธิบดี 2 นาย และรองนายอำเภอ 1 นายได้รับแจ้งว่า มีบุคคลภายนอกเข้าไปในเขตรักษาความปลอดภัยบริเวณประตูทางทิศเหนือของมาร์อาลาโก โดยเมื่อไปถึงก็พบว่า ชายผิวขาวแปลกหน้าถือปืนลูกซองและแกลลอนน้ำมัน แม้จะสั่งให้วางสิ่งของลง แต่ก็ยกปืนขึ้นเล็งในท่ายิง

“ในจังหวะนั้น รองนายอำเภอและเจ้าหน้าที่อารักขาความปลอดภัยทั้งสองนาย จึงใช้อาวุธปืนและทำให้ภัยคุกคามยุติลง” แบรดชอว์ยืนยันว่า ชายคนดังกล่าวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ขณะนี้ สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ ขณะที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ปืนของผู้ต้องสงสัยบรรจุกระสุนหรือไม่ ขณะที่ทรัมป์อยู่ทำเนียบขาว ไม่ได้อยู่ด้านในบ้านพัก

ในช่วงแรกของเหตุการณ์ยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนผู้เสียชีวิต แต่ต่อมาสำนักข่าว AP รายงาน โดยอ้างแหล่งข่าวที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากไม่มีอำนาจให้รายละเอียดต่อสาธารณะ

ปัจจุบัน ยังไม่มีใครทราบแรงจูงใจของมาร์ติน และกำลังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบปูมหลังและสภาพจิตใจของผู้เสียชีวิต โดยข้อมูลที่ปรากฏในหน้าสื่อระบุว่า ผู้เสียชีวิตมาจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา ครอบครัวเพิ่งแจ้งความคนหายไม่กี่วันก่อนหน้า และอาจจัดหาปืนลูกซองระหว่างเดินทาง

ขณะที่ประเด็นการถกเถียงเรื่อง ‘ความรุนแรงทางการเมือง’ ที่กลับมาเป็นวาระอีกครั้ง หลังทรัมป์เผชิญเหตุรุนแรงใน 1-2 ปีที่ผ่านมา เช่น เหตุลอบสังหารในระหว่างหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย และสนามกอล์ฟในรัฐฟลอริดา

อนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนี้คล้ายคลึงกับสถานการณ์ปี 2019 เมื่อหญิงชาวจีนคนหนึ่งสามารถหลบเลี่ยงมาตรรักษาความปลอดภัยเข้าไปถึงล็อบบี้หลักมาร์อาลาโก พร้อมโทรศัพท์หลายเครื่องและอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่มีมัลแวร์ ทำให้มีเสียงวิจารณ์มาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยแรก

ภาพ: Marco Bello / Reuters

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...