โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาณิชย์เร่งเจรจา FTA แคนาดา ปิดดีลปีนี้ หวังเชื่อมการค้าอเมริกาเหนือ ลดอุปสรรคภาษีและไม่ใช่ภาษี

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
พาณิชย์เร่งเจรจา FTA แคนาดา ปิดดีลปีนี้ หวังเชื่อมการค้าอเมริกาเหนือ ลดอุปสรรคภาษีและไม่ใช่ภาษี

‘พาณิชย์’ เร่งเดินหน้าเจรจา FTA ‘อาเซียน-แคนาดา’ เผยคืบหน้ากว่า 50% ตั้งเป้าสรุปผลภายในปี 2569 รวมถึงไทย-แคนาดา ‘ศุภจี’ ชี้หากไทยสามารถเจรจากับแคนาดาได้สำเร็จจะเป็น FTA แรกที่ไทยทำกับประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ช่วยลดอุปสรรคทางการค้าทั้งภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี เปิดประตูการค้าภูมิภาค พร้อมเตรียมเปิดเที่ยวบินตรง “แวนคูเวอร์-กรุงเทพฯ” หนุนส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร

โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า แคนาดาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-แคนาดา (ACAFTA TNC) รอบที่ 17 ระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อเร่งขับเคลื่อนการเจรจาความตกลง ACAFTA ให้สามารถสรุปผลการเจรจาภายในปี 2569 ตามที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-แคนาดาได้ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกันของทั้งสองภูมิภาค โดยเฉพาะด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ท่ามกลาง การค้าโลกที่มีความไม่แน่นอนและความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์

ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมุ่งเน้นการติดตามและประเมินความคืบหน้า การเจรจาของคณะทำงานภายใต้ ACAFTA ตามแผนงานการเจรจาที่กำหนดไว้ ซึ่งปัจจุบันการเจรจามีความคืบหน้ามากกว่า 50% ของการเจรจาทั้งหมด โดยได้ข้อสรุปแล้ว 10 บท

แม้ว่าการเจรจา ACAFTA จะมีความคืบหน้าที่ดี แต่ยังคงมีประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นที่แตกต่างในหลายประเด็น อาทิ การค้าสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิคและกระบวนการตรวจสอบและรับรอง พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การลงทุน และการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยเชื่อว่าการเจรจาในรอบที่เหลืออยู่ในเดือนเมษายนและกรกฎาคม 2569 จะมีความเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากทั้งอาเซียนและแคนาดาจะต้อง พยายามเร่งรัดเพื่อให้ได้ข้อสรุปตามเป้าหมายที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม ไทยให้ความสำคัญกับการเจรจา FTA อาเซียน-แคนาดา ให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว ซึ่งจะเป็น FTA แรกของไทยกับประเทศในภูมิภาคอเมริกาเหนือ

ทั้งนี้ ในปี 2568 การค้าระหว่างไทยและแคนาดา มีมูลค่า 3,915.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 อยู่ที่ 21.44% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ได้พบหารือ มานินเดอร์ ซิดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ ในช่วงการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหารือความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยและแคนาดา

ความสัมพันธ์ ไทย-แคนาดามีพลวัตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้จะครบรอบ 65 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ไทยพร้อมร่วมมือกับแคนาดาในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างกันทั้งในระดับภูมิภาค คือ อาเซียน-แคนาดา และระดับทวิภาคี คือ ไทย-แคนาดา โดยอยากให้การเจรจาแล้วเสร็จภายในปีนี้หากเป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้เพิ่มสูงขึ้น

“หากไทยสามารถเจรจากับแคนาดาได้สำเร็จจะเป็น FTA แรกที่ไทยทำกับประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ และจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดอุปสรรคทางการค้าทั้งภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี และยังช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างกัน ส่งเสริมการเป็นประตูการค้าระหว่างภูมิภาคซึ่งกันและกันอีกด้วย”

ศุภจี กล่าวว่า นอกจากแคนาดาจะเห็นถึงความสำคัญของไทยในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเห็นถึงความสำคัญของไทยที่มีทำเลที่ตั้งที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาค จึงได้มีการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างแวนคูเวอร์-กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงที่จะทำให้การเดินทางระหว่างกันสะดวกมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ แคนาดายังสนใจที่จะขยายการค้ากับไทย โดยเฉพาะในเรื่องสินค้าเกษตรและเนื้อสัตว์ด้วย ซึ่งไทยเองก็พร้อมที่จะส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารให้กับแคนาดา อาทิ ข้าว ไก่ปรุงสุก อาหารสัตว์เลี้ยง ซอส และอาหารทะเลแปรรูป

แคนาดายังให้ความสนใจเรื่องความร่วมมือภายใต้กรอบ ความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ที่จะช่วยสร้างมาตรฐานและการเชื่อมโยง เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน จะช่วยสนับสนุน SMEs อีกทั้งจะส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (sustainability) อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...