“หมอเจด” แชร์ประสบการณ์ติด CGM 21 วัน แนะกินผักก่อนข้าว ช่วยคุมกราฟน้ำตาลได้
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผยผ่าน Facebook หมอเจด ว่า ในฐานะที่เคยเป็น "อดีตสมาชิกสมาคมเบาหวาน" ที่ตอนนี้โบกมือลาเข็มฉีดยามาใช้ชีวิตชิลล์ ๆ ได้แล้ว วันนี้หมออยากมาแชรประสบการณ์ตอนติดเครื่อง CGM (Continuous Glucose Monitor) หรือเจ้าเครื่องติดตามน้ำตาลอัจฉริยะที่แปะแขนเราเหมือนเป็นไซบอร์ก บอกเลยว่า 21วั นที่อยู่กับมันเนี่ย "ตาสว่าง" ยิ่งกว่าดื่มกาแฟสิบแก้ว! นี่คือ 10 ข้อคิดแบบสนุก ๆ (แต่ห่วงใย) ที่หมออยากเล่าให้ฟัง
เครื่อง CGM ตัวช่วยผู้ป่วยเบาหวานวัดระดับน้ำตาลเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
วินาทีแรกที่แปะ: "น้องมดกัด" ในตำนาน
หลายคนกลัวเข็ม หมอก็เคยกลัว! แต่เจ้า CGM นี่มันใช้เครื่องกดยิงปึกเดียว ความเจ็บระดับ 0.5/10 เท่านั้น เหมือนโดนมดกัดแบบมดตกใจอ่ะ พอแปะปุ๊บ เรารู้สึกเหมือนเป็น Iron Man ทันที มีเซนเซอร์คอยรายงานผลสุขภาพเข้ามือถือตลอดเวลา เท่สุด ๆ ! โดยเชื่อมกับไอโฟนได้เลย
ช็อกกับ "ขนมปังขาว หรือ น้ำจิ้มกับซุปชาบู
หมอเคยคิดว่ากินขนมปังแผ่นเดียวไม่เป็นไรหรอก… ที่ไหนได้! พอกินเสร็จปุ๊บ กราฟในมือถือพุ่งปรี๊ดเหมือนรถไฟเหาะตีลังกาที่สวนสนุกเลย ทำให้รู้เลยว่าแป้งขัดขาวเนี่ยแหละคือ "ตัวตึง" ที่ทำให้น้ำตาลสวิงจนเราเพลียระหว่างวัน ยังไม่รวมน้ำจิ๋มกับชาบู
คาถา "ใยอาหาร-โปรตีน-คาร์บ" (Sequence is King!)
ลองมากับตัวแล้ว! มื้อหนึ่งกินข้าวประเดิมก่อนเลย น้ำตาลพุ่งกระฉูด แต่อีกมื้อลองกิน "ผัก" ตามด้วย "เนื้อสัตว์" แล้วค่อยตบด้วย "ข้าว" ปรากฏว่ากราฟนิ่งเรียบเป็นทางด่วนตอนตีสามเลย การสลับลำดับการกินช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้จริง ๆ นะเพื่อน ๆ ข้อดีคือไม่เคยเกิน140เลย
การเดิน 15 นาทีหรือนั่งเขย่งน่อง = เวทมนตร์สลายน้ำตาล
หลังกินมื้อใหญ่ ถ้าหมอนั่งแช่ กราฟจะค้างเติ่งอยู่ข้างบนนานมาก แต่ถ้าลองลุกไป "เดินแกว่งแขน" หรือเดินย่อยสัก 15-20 นาที กราฟที่กำลังพุ่งจะค่อย ๆ หักหัวลงทันที เหมือนเราเปิดก๊อกระบายน้ำตาลทิ้งเลย การออกกำลังกายเบา ๆ หลังมื้ออาหารคือของขวัญที่ดีที่สุดของร่างกาย
ความเครียด… น้ำตาลก็ขึ้นได้แม้ไม่ได้กิน!
มีอยู่วันหนึ่งหมอโดนตามเคสด่วน เครียดมาก! ไม่ได้กินอะไรเลยนะ แต่น้ำตาลพุ่งเฉยเลย เพราะร่างกายหลั่งคอร์ติซอลออกมาสั่งให้ตับปล่อยน้ำตาลเข้ากระแสเลือด เครื่อง CGM สอนให้หมอรู้ว่า "ใจที่เป็นสุข" สำคัญพอ ๆ กับ "ปากที่ระวัง" เลย
พลังของการนอน (Sleep is Medicine)
คืนไหนหมอพักผ่อนน้อย วันรุ่งขึ้นน้ำตาลจะคุมยากมาก กินอะไรนิดหน่อยก็พุ่งสูง เครื่องนี้ฟ้องเลยว่า ถ้าอยากเผาผลาญดี อยากน้ำตาลนิ่ง ต้องนอนให้ถึง 7 ชม. เพื่อให้ฮอร์โมนอินซูลินทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
น้ำหวาน "สายสุขภาพ" ที่ไม่ค่อยสุขภาพ
บางทีเราสั่งชานม "หวาน 25%" แต่พอดูใน CGM… โอ้โห น้ำตาลยังพุ่งสูงกว่ากินข้าวขาหมูอีก! มันทำให้เราเลิกหลอกตัวเอง และฉลาดเลือกเครื่องดื่มที่เป็นมิตรกับหลอดเลือดเราจริง ๆ
กล้ามเนื้อคือ "ฟองน้ำซับน้ำตาล"
หมอสังเกตว่าช่วงไหนที่หมอเล่นเวทหรือมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น น้ำตาลจะนิ่งขึ้นมาก เพราะกล้ามเนื้อเราคือเตาเผาพลังงานชั้นยอด ใครอยากกินของอร่อยได้แบบไม่รู้สึกผิด ต้องขยันสร้างกล้ามเนื้อไว้นะ
การเพิ่มการเผาผลาญแบบ "Biohack"
ลองอาบน้ำเย็นหรือออกไปรับลมเย็น ๆ ดูบ้าง ร่างกายจะพยายามสร้างความร้อน และนั่นคือการดึงน้ำตาลมาเผาผลาญ (Brown Fat activation) หมอลองแล้ว กราฟขยับลงนิด ๆ สนุกดีเหมือนกันนะ
เป้าหมายสูงสุด: "การปิดเครื่องนี้ทิ้งไปซะ!"
ข้อนี้สำคัญที่สุด เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยว่าทำไมหมอถึงอยากให้ทุกคนปิดเครื่องนี้? นั่นก็เพราะว่า… เครื่อง CGM คือ "ครู" เราติดมันเพื่อเรียนรู้ว่าร่างกายเราตอบสนองต่ออะไรบ้าง พอเราเก่งแล้ว รู้จังหวะการกิน การเดิน การนอน จนกลายเป็นนิสัยที่ยั่งยืน เราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งเซนเซอร์ตลอดไป แต่เอาจริงๆ มีไว้เตือนสติตลอดก็ดีเหมือนกัน
การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อครับ มันคือการสำรวจตัวเอง วันหนึ่งเมื่อเพื่อน ๆ เข้าใจร่างกายตัวเองดีพอจน "กราฟในใจ" มันนิ่งและสุขภาพดีแล้ว วันนั้นแหละคือวันที่เราจะถอดเครื่องนี้ออกแล้วไปใช้ชีวิตที่แข็งแรงอย่างมีความสุขด้วยกัน!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แพทย์เตือน ความดันสูงคุมไม่อยู่ เสี่ยงหัวใจวาย – สโตรก ไม่ทันตั้งตัว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หมอเจด” แชร์ประสบการณ์ติด CGM 21 วัน แนะกินผักก่อนข้าว ช่วยคุมกราฟน้ำตาลได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com