โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลุ่ม SCBX ผงาดเวทีความยั่งยืนระดับโลกติดระดับคะแนนสูงสุด 10% (Top 10) ในหมวดธนาคาร

The Momentum

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ล่าสุดบนเวทีความยั่งยืนระดับสากล โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนระดับโลกดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) ทั้งในกลุ่มดัชนีโลก (World Index) และดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets Index) ประจำปี 2568 หมวดธุรกิจธนาคาร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 อีกทั้งยังได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เป็นผลจากบริษัทได้รับคะแนน 88/100 จากการประเมินของ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นระดับคะแนนสูงสุด 10% ของหมวดธุรกิจธนาคารทั่วโลก และสูงสุดในอุตสาหกรรมธนาคารในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569)

อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX กล่าวว่า “เราเชื่อว่านวัตกรรมเทคโนโลยีและการเงินต้องเดินเคียงคู่ไปกับความรับผิดชอบ การที่กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ได้รับการจัดอันดับใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 รวมถึงคะแนนที่เพิ่มสูงขึ้นติดอันดับโลก เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการบูรณาการประเด็นด้านความยั่งยืนเข้าไปในการดำเนินธุรกิจ โดยเดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Economy) และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้แก่สังคมและโลกในระยะยาว”

ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์: ผลลัพธ์ที่จับต้องและวัดผลได้

• การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเงินที่ยั่งยืน

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์เดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low‑carbon Economy) ผ่าน การเงินเพื่อความยั่งยืน รวมกว่า 223,487 ล้านบาท ในช่วงเวลา 3 ปี (2566–2568) ซึ่ง สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ สะท้อนบทบาทของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ในการเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความผันผวนในบริบทโลก

ขณะเดียวกัน กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (Scope 1 และ Scope 2) ได้ร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 ผ่านมาตรการต่างๆ ได้แก่ การจัดหาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน การปรับเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศ การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากการดำเนินงาน (Operational Net Zero) ภายในปี 2573

• การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์มุ่งพัฒนาบริการสินเชื่อดิจิทัลที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Underserved) เข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเหมาะสม โปร่งใส และรับผิดชอบ โดยมีผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มหลักภายใต้กลุ่ม ดังนี้

• ‘เงินไชโย’ โดย บริษัท ออโต้ เอกซ์ จำกัด (AutoX) – สินเชื่อมีหลักประกัน ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก ประชาชนในชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล ผู้มีภาวะสุขภาพหรือความบกพร่องทางร่างกาย และลูกค้าผู้สูงอายุ เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส ปี 2568 มีลูกค้าทั้งหมด 344,500 ราย ยอดสินเชื่อรวม 7 พันล้านบาท

• แพลตฟอร์มสินเชื่อออนไลน์ ‘มันนี่ทันเดอร์ (MoneyThunder)’ โดย บริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด (ABACUS digital) – นำเทคโนโลยี AI และโมเดล Machine Learning รวมถึงการวิเคราะห์ Alternative Data มาช่วยพิจารณาอนุมัติสินเชื่อแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขสินเชื่อจากธนาคารทั่วไปและมักพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ ปี 2568 มีฐานลูกค้ารวม 7 ล้านคน ยอดสินเชื่อคงค้างรวม 7.3 พันล้านบาท

• บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ผ่านแอป ‘ฟินนิกซ์ (FINNIX)’ โดย บริษัท มันนิกซ์ จำกัด (MONIX) – ฟินเทคสตาร์ทอัปร่วมทุนระดับสากลระหว่างกลุ่มเอสซีบีเอกซ์และ Abakus Group จากประเทศจีน ช่วยให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงระบบการเงิน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยหรือไม่มีเอกสารทางการเงิน สามารถเข้าถึงสินเชื่อที่ถูกกฎหมายอย่างรับผิดชอบ ปี 2568 มีฐานลูกค้ารวม 1,093,902 คน และยอดสินเชื่อรวมกว่า 3 พันล้านบาท

• การยกระดับการกำกับดูแลเทคโนโลยี ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และความปลอดภัยทางไซเบอร์

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ระบบดิจิทัลขององค์กรมีความมั่นคง เสถียร และรองรับการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ การรั่วไหลของข้อมูล และการหยุดชะงักของระบบ โดยกำหนด โครงสร้างการกำกับดูแลตามแนวทาง Three Lines of Defense ระบุบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกับระดับการกำกับดูแล เพื่อให้การดำเนินงานตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียต่อระบบเทคโนโลยีขององค์กร

ผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิดด้านความยั่งยืนในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่มีนัยสำคัญดังกล่าวข้างต้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนองค์กรอย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการปรับเพิ่มขึ้นของคะแนนสำหรับรอบการประเมินในปีล่าสุด และนำไปสู่การได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 และการเป็นสมาชิก DJSI อย่างต่อเนื่อง

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ยังคงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการเงินของไทยสู่ระดับสากล ผ่านการผนึกกำลังด้านเทคโนโลยีและแนวทาง ESG เพื่อส่งมอบโซลูชันการเงินที่โปร่งใส ครอบคลุม และรับผิดชอบต่อสังคม ลูกค้า และสิ่งแวดล้อม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...