โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ทางหลวง’ จ่อเปิดเลนพิเศษ ระบายรถบนถนนระราม2 จุดเครนถล่ม

ไทยโพสต์

อัพเดต 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.03 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘กรมทางหลวง’ กางแผนเร่งคืนผิวจราจร ถ.พระราม2 ช่วง ‘สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน’หลังงานเทคอนกรีตเชื่อมสะพาน M82 แล้วเสร็จ ส่วนการรื้อถอนคานที่เสียหายยังเดินหน้าตามแผน ภายใต้มาตรการความปลอดภัยสูงสุด คาดเสร็จเร็วกว่ากำหนด

20 ก.พ. 2569-นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ตอนที่ 7 ว่า ขณะนี้การเทคอนกรีตเชื่อมสะพาน M82 ข้ามแม่น้ำท่าจีน เพื่อรื้อถอนนั่งร้านชั่วคราวและคืนผิวจราจรบนสะพาน ถ.พระราม 2 รวมทั้งการรื้อถอนคานโครงสร้างที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเครน LG ถล่ม กำลังดำเนินไปตามแผนงานและมาตรการความปลอดภัยตามหลักวิศวกรรมที่วางไว้อย่างเคร่งครัด โดยมีความคืบหน้าสำคัญ 2 ส่วน ดังนี้

1. งานโครงสร้างสะพาน M82 ข้ามแม่น้ำท่าจีน: ปัจจุบันได้ดำเนินการเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานแล้วเสร็จ และเริ่มทำการรื้อถอนนั่งร้านชั่วคราวขนาดใหญ่ออกจากพื้นที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จ "กลางเดือนมีนาคม 2569" โดยจะสามารถคืนพื้นผิวจราจรบนสะพานให้รถวิ่งข้ามแม่น้ำได้สะดวกมากขึ้น ช่วยระบายปริมาณรถสะสมและลดปัญหาการจราจรในจุดวิกฤตที่เป็นคอขวดนี้ได้

2. งานรื้อถอนโครงสร้างคานคอนกรีตอัดแรงที่เสียหายจากเหตุเครน LG ถล่ม: ปัจจุบันได้เคลื่อนย้าย LG มาติดตั้งบริเวณช่วง Span ที่จะรื้อถอนโครงสร้างคานที่เสียหายชุดแรก พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ชุดแขวนชิ้นส่วนคานรูปกล่องแต่ละก้อน รวมถึงติดตั้งระบบตรวจวัดพฤติกรรมโครงสร้างในระหว่างปฏิบัติงานแบบ Real-time (Structural Health Monitoring) แล้วเสร็จเรียบร้อย โดยจะเริ่มขั้นตอนการปลดแรงในลวดอัดแรง (Tendon) และถ่ายน้ำหนัก (Load Transfer) ของ Segment ไปยังชุดแขวนฯ ในคืนวันที่ 19 - 20 ก.พ. 2569 นี้ จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการตัดและยกชิ้นส่วนคานรูปกล่องทีละก้อนลงมา เพื่อขนย้ายออกจากพื้นที่ หลังจากนั้นจะเคลื่อนย้าย LG ไปติดตั้งบริเวณช่วง Span ถัดไปที่จะรื้อถอนโครงสร้างคานที่เสียหายชุดที่ 2 และดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกันจนแล้วเสร็จต่อไป โดยคาดว่าการรื้อถอนโครงสร้างคานที่เสียหายทั้ง 2 ชุดจะแล้วเสร็จในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 นี้ ซึ่ง "เร็วกว่าแผนเดิม" ที่กำหนดไว้ (27 มี.ค. 2569) ประมาณ 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ การรื้อถอนโครงสร้างคานคอนกรีตอัดแรง จำเป็นต้องใช้เทคนิคด้านวิศวกรรมขั้นสูง จึงได้วางแผนเตรียมการอย่างรอบคอบรัดกุมและกำหนดมาตรการความปลอดภัย ภายใต้การกำกับดูแลของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และได้รับความร่วมมือจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ในการตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Method Statement) รวมถึงรายการคำนวณอย่างละเอียดก่อนเริ่มงาน พร้อมทั้งมีผู้ตรวจสอบอิสระเข้าร่วมตรวจสอบซ้ำและสังเกตการณ์ตลอดกระบวนการ รวมถึงกำหนดให้มีการควบคุมการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีประสบการณ์ในการรื้อถอนโครงสร้างคานคอนกรีตอัดแรงในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว

สำหรับการบริหารจัดการจราจรบนถนนพระราม 2 ช่วง กม.ที่ 29 - กม.ที่ 32 (บริเวณที่เกิดเหตุ รวมช่วงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน) ซึ่งปัจจุบันเปิดช่องทางหลัก ขาเข้า-ขาออก ทิศทางละ 1 ช่องจราจร ช่วงเวลา 05.30 - 20.00 น. ส่วนทางคู่ขนาน ฝั่งละ 2 ช่องจราจร วิ่งได้ตามปกติตลอด 24 ชม. นั้น กรมทางหลวงได้วางแผนเตรียมปรับผังจราจรใหม่ เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาการจราจรให้ประชาชนสัญจรได้คล่องตัวขึ้น คาดว่าจะเริ่มในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 นี้ โดยจะปรับพื้นที่ช่องทางหลักฝั่งขาเข้า กทม. บริเวณจุดเกิดเหตุเครน LG ถล่ม เพื่อรองรับการเบี่ยงจราจรรูปแบบใหม่

ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ดังนี้ การจราจรทิศทางขาเข้า กทม. (Inbound): บริเวณช่วงทางลงสะพาน จะเปิดช่องทางหลัก (Main Road) เพิ่มจาก 1 ช่องจราจร เป็น 2 ช่องจราจร การจราจรทิศทางขาออก กทม. (Outbound): บริเวณช่วงก่อนขึ้นสะพาน จะเปิดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) เพิ่มอีก 1 ช่องจราจร รวมเป็น 2 ช่องจราจร โดยจัดให้รถวิ่งสวนเลนในทางหลัก

ขณะเดียวกัน ศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุของกรมทางหลวง (HTOC) กำลังวิเคราะห์ข้อมูลสถิติและวางแผนการบริหารจัดช่องจราจรของช่องทางหลักฝั่งขาเข้า กทม. ตามผังการจัดการจราจรแบบใหม่นี้ โดยอาจมีการปรับจำนวนช่องจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณรถของแต่ละทิศทาง ในแต่ละช่วงเวลา เช่น อาจปรับให้วิ่งทางหลักขาเข้า 3 ช่อง ขาออก 1 ช่อง เป็นต้น เพื่อช่วยให้การระบายรถในภาพรวมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กรมทางหลวงขอยืนยันว่า ทุกขั้นตอนการดำเนินงานได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบตามหลักวิชาการ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเรากำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อคืนผิวจราจรให้พี่น้องประชาชนเดินทางได้สะดวกขึ้นโดยเร็วที่สุด ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...