“นรเศรษฐ์” เปิดเวที นายจ้าง–ผู้ประกันตน ถก ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม สอบปมทำประชาพิจารณ์ ล่าช้า
“นรเศรษฐ์” เปิดเวที นายจ้าง–ผู้ประกันตน ถก ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม สอบปมทำประชาพิจารณ์ ล่าช้า–ข้อกังขาใช้บอทแทรกแซง ด้าน “ษัษฐรัมย์” ซัด ระเบียบผี เลือกตั้งบอร์ดใหม่สร้างขึ้นมาเพื่อขัดขวางประกันสังคมก้าวหน้า
วันที่ 20 ก.พ.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัญชากร สว. เป็นประธานกมธ. วาระพิจารณา ศึกษารูปแบบการเลือกคณะคณะกรรมการประกันสังคม อันเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในกระบวนการ กำหนดทิศทางและกำกับดูแลการบริหารกองทุนประกันสังคม โดยมีการเชิญ 1. ปลัดกระทรวงแรงงาน 2. ประธานคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564 3. พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ 4. ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง 5. นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อดีตบอร์ดประกันสังคมก้าวหน้า
นายนรเศรษฐ์ เปิดเผยก่อนการประชุม ว่า เนื่องจากมีข้อสับสนและข้อถกเถียงในสังคม เราจึงเชิญทั้ง 2 ฝั่งในตัวแทนของผู้ประกันตนและฝั่งนายจ้าง รวมถึงปลัดกระทรวงแรงงานตัวแทนของปลัดกระทรวงแรงงาน เข้ามาร่วมการประชุมด้วย จะได้ศึกษาและสอบถามข้อมูลเจตนารมย์ในการศึกษาข้อเสนอในการเปลี่ยนกติกาการเลือกตัวแทนของบอร์ดผู้ประกันตนด้วย ด้วยเหตุนี้ตนจึงคิดว่าหลายประเด็นที่ทางสังคมมีข้อซักถามและสงสัยทั้งข้อมูลต่างๆที่ผู้ประกันตน อาจจะได้รับทราบน้อยมาก รวมถึงสาเหตุหลักจริงๆที่มีการเปลี่ยนกติกา เปลี่ยนด้วยเหตุผลใด และทางผู้ประกันตนจะได้ประโยชน์ใดจากการเปลี่ยนกติกาในครั้งนี้ จึงอยากจะพยายามหาคำตอบรวมถึงผู้มีความเห็นต่างว่าการเปลี่ยนกติกาครั้งนี้จะไม่ได้เป็นประโยชน์กับผู้ประกันตนด้วย จึงเป็นพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยน และแสดงเหตุผลกันในกมธ.
เมื่อถามว่าจะมีการสอบถามเรื่องการทำประชาพิจารณ์มีการใช้บอททำ เพื่อให้การทำประชาพิจารณ์ล่ม หรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า วันนี้เรามีการเชิญทางสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำประชาพิจารณ์ ฉะนั้น ในข้อสงสัยและข้อสังเกตที่อาจจะมีการทำบอทหรือไม่ ก็จะมีโอกาสได้สอบถาม
เมื่อถามต่อว่าจะมีการสอบถามถึงผลการทำประชาพิจารณ์ด้วยหรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า มีการสอบถามแน่นอนว่าได้ทราบผลการทำประชาพิจารณ์แล้วหรือไม่ และเพราะเหตุใด ผ่านการทำประชาพิจารณ์ไปแล้วหลายวันแต่ผลก็ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
เมื่อถามว่าส่วนตัวมองเรื่องการเปลี่ยนกติกาครั้งนี้อย่างไร นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวได้ข้อมูลในส่วนของกติกาและเนื้อหารวมถึงวัตถุประสงค์ในการเปลี่ยนยังไม่เต็มที่ ชัดเจนเท่าไหร่ แต่หวังว่าในวันนี้จะรับฟังและรับทราบถึงเจตนารมย์พร้อมกับทุกคน รวมถึงผู้ประกันตนด้วย ส่วนหลังจากนี้จะเห็นด้วยหรือไม่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการเปลี่ยนกติกาอย่างไร ทางสังคมหรือผู้ที่สนใจ รวมถึงผู้ประกันตนด้วยจะนำไปถกเถียง แลกเปลี่ยนกันพบในสังคม
ขณะที่นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า คำร้องที่ตนได้ยื่นให้ทางกมธ.ตรวจสอบ เป็นคำร้องให้ตรวจสอบขั้นตอนการได้มาซึ่งการทำประชาพิจารณ์ตัวระเบียบเลือกตั้งใหม่ของประกันสังคมซึ่งเห็นว่ามีกระบวนการที่มีปัญหาตั้งแต่ในแง่ของกระบวนการได้มาซึ่งการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้ทักท้วงไปแล้วตั้งแต่การประชุมบอร์ดประกันสังคม รวมถึงเนื้อหาในกติกาเลือกตั้งใหม่ซึ่งเป็นข้อสังเกตสำคัญที่ว่าเป็นการลดทอนอำนาจของผู้ประกันตนและการมีส่วนร่วมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพยายามมีจุดมุ่งหมายที่จำเพาะชัดเจน
นายษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนจะมีการเปิดเผยรายงานการประชุมในคณะกรรมการประกันสังคม 2 ครั้งรวมถึงข้อมูลที่มีอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องที่ได้ให้มาว่ากระบวนการได้มาซึ่งระเบียบเลือกตั้งตัวนี้มีข้อสงสัยมีจุดมุ่งหมายเฉพาะที่จะมุ่งเป้าต่อทีมประกันสังคมก้าวหน้าจนถึงวันนี้ แม้จะสิ้นสุดผลการทำ ประชาพิจารณ์ ไปแล้วแต่ ยังมีข้อสงสัยว่ายังไม่ได้มีการเปิดผลการทำประชาพิจารณ์จากประกันสังคมรวมถึงข้อสังเกตที่ช่วงท้าย ของการทำประชาพิจารณ์มีกระบวนการยิงบอท เว็บล่ม ทั้งนี้ มีการเปิดเผยผลประชาพิจารณ์จากสำนักงานที่น่าเชื่อถืออย่างสำนักงานกฤษฎีกา แต่ขณะเดียวกันก็มีผลการทำประชาพิจารณ์ ที่แฝงออกมาของสำนักงานอีกกว่า 4 แสนความเห็น ซึ่งจุดมุ่งหมายสำคัญคือ ป้องกัน การทำรัฐประหารประกันสังคม
ซึ่งวันนี้ตัวแทนทางสำนักงานเองก็มีคำตอบที่ตายตัวอยู่แล้ว แต่ประเด็นหลัก ที่อยากให้สังคมสนใจเรื่องนี้มากขึ้นไปอีก นั่นคือระเบียบเลือกตั้งตัวนี้เป็นระเบียบเลือกตั้งที่ไม่มีเจ้าภาพ เป็นระเบียบเลือกตั้งผี เพราะเมื่อมีการนำเสนอในบอร์ดก็มี ก็มีคำอธิบายว่าบอร์ดไม่มีอำนาจในการตั้งคำถาม สิ่งที่ตนตั้งคำถามต่อบอร์ดประกันสังคมง่ายๆแต่ไม่ได้รับคำตอบ คือต้องการให้มีคำชี้แจง ต่อข้อคำถาม 4 หน้ากระดาษ A4 แต่ทางตัวแทนสำนักงานบอกว่าบอร์ดไม่มีอำนาจ ในการตั้งคำถาม ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีหน้าที่ในการตอบข้อสงสัยของตนเอง ที่เป็นข้อสงสัยที่ว่าลดอำนาจ ของผู้ประกันตนและข้อจำกัดที่ขัดต่อสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่มีคำตอบใดๆ ตนเชื่อว่าวันนี้ในการที่ให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการจะมีตัวแทนของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีความเกี่ยวข้องตรงนี้น่าจะให้ข้อมูลวินิจฉัยและสามารถ จะเป็นดิจิตอลฟุตปริ้น ต่อไปได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของระเบียบเลือกตั้งตัวนี้
ทั้งนี้นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า การพยายามผลักดันระเบียบเลือกตั้งทั้งๆที่มีการเลือกตั้งไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วและการเลือกตั้งครั้งนั้นก็สร้างผล การเปลี่ยนแปลงมากมายต่อประกันสังคม ทั้งแง่สิทธิประโยชน์การตรวจสอบความโปร่งใส อยู่ๆ ระเบียบเลือกตั้งนี้ถูกกีดขวางไม่ให้เอามาใช้ซ้ำ การปรับปรุงระเบียบเลือกตั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับประสิทธิภาพของการดำเนินงาน แต่เป็นการจำกัด และกำจัดกลุ่มการเมือง โดยเฉพาะประกันสังคมก้าวหน้า ออกจากวิธีการตรวจสอบและการผลักดันสิทธิประโยชน์ พวกเรามาเพียงแค่ 2 ปี ขณะนี้เป็นเพียงบอร์ดรักษาการ หลายคนอยู่ประมาณ 30 ปี คำกล่าวอ้างของประธานอนุกรรมการ ร่างระเบียบเลือกตั้งบอกว่า ให้พวกเราแบ่งปันความรักของประกันสังคมให้คนอื่นบ้าง แต่ตลอดระยะเวลา 24 เดือนเป็นระยะเวลาที่สั้นวันนี้เราต้องยืนยันว่าอำนาจประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมคือจุดสำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่ประกันสังคมได้
“ชินโชติ” เดือดหลุด ‘ทุเรศ’ หลังถูกยัดเยียดระเบียบเลือกบอร์ดประกันสังคมเป็นของวุฒิสภา ยัน สูตรใหม่ไม่ได้มาจาก สว. ขณะที่ ฝั่งประกันสังคม แจง สูตรใหม่นี้ใช้หลักคิดเหมือนเลือก สส.-สว เหตุ เจอปัญหาผู้ลงคะแนนจำเลขผู้สมัคร 7 คนไม่ได้ “ษัษฐรัมย์” ฟาด แก้ระเบียบเลือกบอร์ดใหม่ เหมือนหมุนเข็มนาฬิกากลับสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์ ร้องใช้กฎเดิม
วันที่ 20 ก.พ. 69 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค สมาชิกวุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร เป็นประธาน พิจารณาวาระพิจารณาศึกษารูปแบบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม อันเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตน มีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดทิศทางและกำกับดูแลการบริหารกองทุนประกันสังคม โดยเชิญปลัดกระทรวงแรงงาน พลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีตประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายอาศิส อัญญะโพธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เข้าชี้แจง
โดยตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคมที่เดินทางมาคือ นางสาว มาลากาลัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรมสำนักงานประกันสังคม , นายไมตรี ขุนทอง ผู้อำนวยการกองกฎหมายสำนักงานประกันสังคม ,นายธนิศร คงสง นิติกรปฏิบัติการสำนักงานประกันสังคม ,นางสาวรชตภรณ์ กุลแพทย์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษสำนักงานประกันสังคม , นายนิพิฐพนธ์ พวงไธสง นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการสำนักงานประกันสังคม แต่ทางด้าน พลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีต สว.(ประชุมผ่านZoom ไม่ได้เดินทางมา)
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่ากรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง 2 คน คือ นายทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ กรรมการ และนางสาวเพชรรัตน์ เอกแสงกุล กรรมการ ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ได้แจ้งกับทางฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการก่อนการประชุมเริ่มว่าติดธุระด่วนจึงมาไม่ได้ สำหรับบรรยากาศในที่ประชุมได้ทางประกันสังคมก้าวหน้าพูดถึงคำร้องที่ต้องการชี้แจง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องระเบียบการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่และเปิดเผยผลการทำประชาพิจารณ์ล่าสุด
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน กล่าวช่วงหนึ่งของการประชุม โดยระบุว่า ขณะนี้เราอยู่ในสภาวะบอร์ดรักษาการ ตลอดระยะเวลา 24 เดือนที่เราเข้ามา หัวใจสำคัญไม่ได้หมายความว่าพวกเราเป็นคนที่เก่งหรือมีความสามารถ แต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.66 เป็นการเปลี่ยนหมุดหมายใหม่จากระบบที่ปิดมากว่า 30 ปี สู่การเป็นระบบเปิด ทำให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมผลักดันนโยบายต่าง ๆ นำผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นตัวตั้ง เห็นถึงความก้าวหน้าของสิทธิประโยชน์และการปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร
สำหรับระเบียบเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมใหม่ สร้างความหวาดกลัวให้กับกลุ่มบุคคลเพราะถูกผลักดันภายใต้เงื่อนไขที่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นเจ้าภาพ ไม่เคยผ่านการพิจารณาของบอร์ด ทุกครั้งที่นำเสนอเป็นการนำเสนอเพื่อรับทราบ แม้ขณะคณะกรรมการประกันสังคมก้าวหน้าทั้ง 6 คน จะไม่ขอรับทราบ แต่ยังมีความพยายามดึงดันผลักดัน เมื่อสื่อมวลชนไปถามรัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงานก็ไม่ได้รับคำตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นดำริของท่านหรือไม่ สุดท้ายระเบียบนี้จึงมีความสับสนว่าถูกผลักดันผ่านใคร
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวถึงระเบียบเลือกตั้งถูกนำเสนอในคณะกรรมการประกันสังคม ข้ออ้างของคณะอนุกรรมการด้านระเบียบเลือกตั้งพยามจะบอกว่าเราในฐานะประกันสังคมมีหน้าที่เพียงแค่รับทราบเท่านั้น ไม่สามารถให้ความเห็นต่าง ๆ ได้ สะท้อนว่าระเบียบเลือกตั้งนี้มีปัญหาตั้งแต่กระบวนการได้มาซึ่งระเบียบ พบว่าความบังเอิญพ้องกันจากข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ของวุฒิสภา ซึ่งมี 4 โมเดลล้อกับระเบียบเลือกตั้งที่สำนักงานประกันสังคมพยายามผลักดัน อีกทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเป็นระบบปิดมาโดยตลอด ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าจะเป็นบอร์ดฝั่งผู้ประกันตน บอร์ดฝั่งนายจ้างไม่สามารถให้ความเห็นได้ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นกระบวนการที่ใช้คำอธิบายว่า “เป็นการบายพาสซ่อนเร้นข้อมูล”
โดยคณะกรรมการประกันสังคมจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า เคยแสดงความเห็นว่ากระบวนการเข้าสู่ประชาพิจารณ์จำเป็นต้องตอบข้อสงสัยของบอร์ด ได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ย้อนกลับไปกรณีการเสนอบำนาญสูตรใหม่หรือสูตร Care กว่าจะเข้าสู่การพิจารณาทำประชาพิจารณ์ต้องเข้าสู่หลายกระบวนการ ซึ่งต่างจากระเบียบเลือกตั้งครั้งนี้ หากพิจารณาตามมาตรฐานการทำประชาพิจารณ์เรื่องอื่น ๆ พบว่าไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
หากย้อนกลับไปเมื่อการเลือกตั้งปี 66 ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับคะแนนเสียง 70,000 คะแนนจากผู้ที่มาใช้สิทธิ์ 150,000 คน โดยไม่ได้มีการแบ่งมาตราของผู้ประกันตน โดยที่ผู้ประกันตน 1 คนสามารถเลือกบอร์ดได้สูงสุด 7 คน โดยไม่ได้มีข้อบังคับ คนที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งจึงเป็นภาพสะท้อนตัวแทนความต้องการของกลุ่มคนส่วนใหญ่ในประเทศ
อย่างไรก็แล้วแต่ระเบียบเลือกตั้งมีเงื่อนไขสำคัญคือ ความพยายามจำกัดให้คนที่ผู้ประกันตน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถเลือกตั้งได้เพียงแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งเป็นการลดทอนอำนาจให้ผู้ประกันตนที่เคยมีสิทธิ์ 100% เหลือสิทธิ์เพียงแค่ 14% ในการเข้ามามีส่วนร่วม เป็นการหมุนเข็มนาฬิกาให้ประกันสังคมเข้าไปสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์แบบที่เคยเป็นมาแล้วและยังคงเป็นอยู่ในคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าความพยายามในการสลายทีมประกันสังคมก้าวหน้า
ช่วงหนึ่ง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ อย่างกล่าวถึงการประชุมของคณะอนุกรรมการฯ สว.ชุดหนึ่ง โดยระบุว่ามีการบันทึกคำพูดของประธานคณะอนุกรรมการฯ ที่ว่าแม้แต่การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็อาจจะเข้าข่ายความไม่เป็นกลางทางการเมือง โดยกรณีที่มี สส.ช่วยผลักดันประเด็นประกันสังคมอาจจะถือว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเป็นความพยายามตัดขาดอำนาจนิติบัญญัติ
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้คือ ความพยายามผลักดันระบบเลือกตั้งใหม่เป็นห้วงเวลาของปลายสมัยคณะกรรมการประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง ระเบียบเลือกตั้งใหม่นี้ ไม่ได้มีแต่เจตนาที่จะทำให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ แต่เป็นการวางกลไกระเบียบเลือกตั้งที่จะจำกัดอำนาจของผู้ประกันตน จำกัดอำนาจของการมีส่วนร่วมของประชาชน และที่สำคัญจะนำไปสู่การจำกัดอำนาจในการตรวจสอบและผลักดันกองทุนประกันสังคม จึงเสนอให้มีการใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิมที่มีการใช้แค่ 2 ปีหรือเพียง 1 ครั้ง เดินหน้าเลือกตั้งภายใน 45 วันนับตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.69 ซึ่งจะเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับผู้ประกันตนมากที่สุด
“คืนอำนาจให้กับผู้ประกันตนเพื่อป้องกันเงื่อนไขที่มีความพยายามใช้ระเบียบเลือกตั้งใหม่ ช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านไม่ต่างอะไรกับความพยายามทำลายหรือรัฐประหารลดทอนอำนาจของผู้ประกันตนมากกว่าแสนคนในระบบประกันสังคม ”
นายชินโชติ แสงสังข์ สว. ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่าตนเองสงสัยเหมือนกับผู้ร้องว่ากติกาใหม่เอามาจากไหน ที่มาที่ไปมาอย่างไร ประกันสังคมถึงเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง และที่เลือกกันไปเมื่อปี 66 มีปัญหาอย่างไร
นาวสาวมาลากัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนการได้มาซึ่งตัวแทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมีที่มาจากมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ โดยให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมาจากการเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
โดยเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.66 มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ผลการเลือกตั้งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วน ลักษณะการเลือกตั้งคือเป็นทั้งโดยตรงและโดยลับ จากนั้นสำนักงานประกันสังคมมีการถอดบทเรียนจะทำอย่างไรให้นายจ้างและผู้ประกันตนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนและเข้ามาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทุกคน ทำอย่างไรให้ให้ได้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนเข้ามาเป็นกรรมการประกันสังคมเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ มีประสบการณ์ด้านงานประกันสังคม มีอิสระเสรี เป็นธรรม และถือปฏิบัติตามหลักที่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อต้นปี 68 จึงมีการเสนอคณะกรรมการประกันสังคมในชุดที่เพิ่งครบวาระไป ซึ่งเห็นชอบให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงร่างระเบียบเลือกตั้ง มีการรับฟังความคิดเห็นในระบบกลางของกฎหมาย จากนั้นจึงพิจารณาว่าควรปรับปรุงประเด็นใดบ้าง ทั้งกรณีจำนวนผู้ประกันตน มาตรา 33 จำนวน 7 คน นายจ้าง 7 คน มีการตั้งคำถามว่าผู้ประกันตนของประกันสังคมมีมาตรตรา 33 39 และ 40 ทำอย่างไรให้ทุกคนมีโอกาสเข้ามาในระบบประกันสังคม ประกอบกับการรับฟังความคิดเห็น มีข้อเรียกร้องมาว่าอยากให้ผู้แทนของแต่ละมาตรามีโอกาสเข้ามานั่งในกองทุนประกันสังคม จึงคิดว่าควรจะกำหนดสัดส่วน 5:1:1 แบ่งเป็น
มาตรา 33 จำนวน 5 คน มาตรา 39 จำนวน 1 คน และมาตรา 40 จำนวน 1 คน ทั้งนี้การลงคะแนน 1 คน 7 เบอร์ อาจจะสับสนเนื่องจากมีเสียงสะท้อนว่าเข้าไปแล้วจำไม่ค่อยได้ มีความยุ่งยากในการนับคะแนน ดังนั้นจึงคิดถึงการเลือกตั้งการเลือก สส.และ สว.ที่ 1 คน 1 สิทธิ์ 1 เสียง
นายชินโชติ กล่าวว่าฟังแล้วไม่มีประโยคใดที่สุดการเลือกตั้งใหม่มาจากคณะกรรมาธิการแรงงาน วุฒิสภา หรืออนุกรรมมาธิการด้านประกันสังคม หรือมาจากนายชินโชติแม้แต่คำเดียว สูตรดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับวุฒิสภา สูตรของประกันสังคมมีคนนำเรื่องนี้มาเสนอในคณะอนุกรรมธิการที่ตนเองนั่งอยู่ โดยระบุถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ว่าน้อยเกินไป
การพูดในสภาฯ ข้อดีคือโกหกไม่ได้ กะล่อนไม่ได้ สูตรของคณะอนุกกรรมาธิการที่ตนเองเป็นประธานพิจารณากันในเวลาเดือนเศษ คิดมาได้ 4 สูตร เป็นเพียงดราฟหยาบ ๆ ไม่มีรายละเอียดอะไร ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมาธิการแรงงาน จากนั้น 4 สูตรก็ไปอยู่ในมือนักข่าว ทั้งหมดเป็นเพียงรายงานในคณะกรรมาธิการ ก่อนจะตีกลับมาเพื่อเสนอต่อสภาฯ ไปยัง ครม.จะเอาหรือไม่เอาก็เรื่องของเขา โดยกำชับว่าต้องทำให้ทันเดือน ก.ค.69 กำชับให้ชินโชติสกัด 4 สูตรให้เหลือ 1 สูตร
สิ่งที่ผมเจ็บปวดทุเรศที่สุดคือ ใน 4 สูตรที่ไปรับฟังความคิดเห็นเหนือใต้ออกตก ก่อนจะเสนอสภาฯ ใหญ่ แต่สูตรของอนุกรรมาธิการของตนเอง ยังไม่ได้ไปไหนเลย ยังฟังความเห็นและวนอยู่ในสภาฯ แต่สังคมและพรรคการเมืองหนึ่ง รวมทั้งบอร์ดที่มาชี้แจง พยายามยัดเยียดตลอดว่าสูตรที่ประกันสังคมกำลังทำมาจากไหน มาจากอนุกรรมมาธิการด้านประกันสังคมและวุฒิสภาทุเรศมาก ไม่ได้เกี่ยวกันเลย
“ผมมีอิทธิพลขนาดนั้นหรือ ที่จะยัดเยียดเปลี่ยนแปลงประกันสังคมได้ ขอให้บันทึกไว้ว่าการเปลี่ยนสูตรประกันสังคม ไม่ได้เกี่ยวกับผม วุฒิสภา และกรรมาธิการแรงงานวุฒิสภา”
ทั้งนี้ รศ.ดร.ษัฐรัมย์ จึงกล่าวว่าสิ่งที่นายชินโชติอ้างถึง เอกสารคือ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.68 โดยยืนยันว่าตนเองตั้งคำถามเพียงแค่ให้ สว.ยืนยัน ตนเองเป็นบอร์ดไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน ก.ค.นี้ หากจะทำให้สังคมสิ้นข้อเคลือบแคลงใจ ต้องมีการเปิดเผยรายงานการประชุมในวันดังกล่าว เพราะมีบันทึกในระดับชวเลข