โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ORI กางแผนปี 69 รุก 5 ธุรกิจหลัก ชูกลยุทธ์ Portfolio Evolution ดันยอดขายโตแกร่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2026 ว่ามีแนวโน้มเติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เติบโตในระดับต่ำ ปัญหาสงครามการค้า รวมถึงวิกฤตการณ์ระดับโลกที่สร้างสภาวะ Never Normal ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายนี้ยังมี "สัญญาณบวก" จากทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกระบวนการช่วยเหลือลูกหนี้ตามนโยบายการรวมหนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกู้ยืมและลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าได้มากขึ้น

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นจุดหมายสำคัญของการย้ายฐานการผลิตและการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติในฐานะ "Global Safe Zone" และ "Second Home" ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันดีมานด์ความต้องการที่อยู่อาศัย นับเป็นโอกาสทองของภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยกลุ่มบริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายจากโอกาสดังกล่าวในทำเลยุทธศาสตร์ ทั้งในพื้นที่ภูเก็ต (Phuket), พัทยา (Pattaya) และศูนย์กลางธุรกิจกรุงเทพฯ (Bangkok CBD) ซึ่งกวาดยอดขายจากลูกค้าต่างชาติไปแล้วกว่า 6,300 ล้านบาท จากลูกค้ากว่า 30 ประเทศ อาทิ รัสเซีย, ไต้หวัน, เมียนมา, จีน และโปแลนด์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยและแบรนด์ออริจิ้น นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเน้นจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งที่ใกล้แหล่งงานและนิคมอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากบริษัทต่างชาติที่ซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับพนักงาน Expat ในระยะยาว พร้อมทั้งขยายโอกาสไปยังธุรกิจคลังสินค้าในเครือภายใต้ Alpha Industrial Solutions และธุรกิจโรงแรมภายใต้ Origin Hotel ที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการลงทุนและการพักอาศัยระยะยาว

ขณะเดียวกัน เทรนด์ Pet Humanization ยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่ผลักดันให้ดีมานด์คอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ มองเห็นโอกาสและได้พัฒนาโครงการเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว จนปัจจุบันก้าวขึ้นเป็นเจ้าตลาดคอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly Condominium) โดยมีโครงการที่รองรับมากกว่า 25 โครงการ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงและคว้าโอกาสในโลกที่เปลี่ยนแปลง ภายใต้วิสัยทัศน์ปี 2026 กลุ่มบริษัทฯ จึงไม่ได้จำกัดตัวเองเป็นเพียงผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายเพียงอย่างเดียว แต่เลือกดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง (Diversify) ให้ครอบคลุมธุรกิจใหม่ๆ อย่างมีกลยุทธ์ ผ่านแผนธุรกิจ "ORIGIN Portfolio Evolution 2026" เพื่อสร้างการเติบโตในหลากหลายธุรกิจ สร้างความมั่นคง และพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงในทุกมิติผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก

สำหรับเป้าหมายและแผนการดำเนินงานของ 5 กลุ่มธุรกิจหลักของ ORIGIN GROUP ในปี 2026 มีรายละเอียดดังนี้:

1.บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL (กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม): ในปี 2026 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 3 โครงการ บนทำเลกรุงเทพฯ, พัทยา และภูเก็ต มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 20,000 ล้านบาท รายได้ 4,500 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 12,000 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาและโครงการร่วมทุน) ปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) จากโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าในปี 2026 มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 70 ของมูลค่าโครงการรวมจาก 7 โครงการ พร้อมกันนี้ ยังคงตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำอันดับ 1 ตลาดคอนโดฯ Pet Friendly ด้วยจำนวน 25 โครงการ (4,966 ยูนิต) และยังเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property หรือ IP Program) ที่ตอบโจทย์นักลงทุนภายใต้แนวคิด “รายได้สม่ำเสมอ ไม่ต้องบริหารเอง” โดยมีทีมงานมืออาชีพจาก HHR (Hampton Hotel & Residence Management) คอยดูแล ปัจจุบันมีจำนวน 1,737 ยูนิต จาก 14 โครงการ และยังมีพอร์ตลูกค้าต่างชาติรอโอนรับรู้รายได้มูลค่ารวมอีก 6,300 ล้านบาท

2.บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI (กลุ่มธุรกิจบ้านจัดสรร): เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการในปี 2026 มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท รายได้ 3,400 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 4,000 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาและโครงการร่วมทุน) โดยยึดมั่นในจุดเด่นด้านทำเลศักยภาพ ล่าสุดได้เปิดตัวโปรเจกต์ Brilliant Business Park ซึ่งเป็นพื้นที่ธุรกิจอัจฉริยะแบบมัลติฟังก์ชัน (Multi-functional) ที่ผสานโชว์รูม, สตูดิโอ, ออฟฟิศ และที่อยู่อาศัยไว้ในพื้นที่เดียวกัน นำร่องใน 5 ทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง มูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท และเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์เจาะกลุ่ม Lifestyle การใช้ชีวิตแบบเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้

3.บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI (กลุ่มธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร): วางเป้าหมายรายได้ปี 2026 ที่ระดับ 2,000 ล้านบาท พร้อมเปิดศักราชใหม่ “PRIMO TRANSFORMATION ERA” ก้าวสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกเจเนอเรชัน นำโดย 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. ยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับพรีเมียม (Elevating Service Standards to Premium Level) 2. ขยายตลาดสู่กลุ่มศักยภาพสูง (Expanding into High-Value Segments) 3. สร้างระบบนิเวศชุมชน (Building Community Ecosystem) ผ่านแพลตฟอร์ม Happy Maker 4. บูรณาการเทคโนโลยีและข้อมูล (Technology & Data Integration) ผ่าน Primo Plus Application และ 5. ผลักดัน ESG เป็นแกนหลักองค์กรผ่านแนวคิด PRIMO CARE ครอบคลุม People, Pet และ Planet เพื่อสร้างความยั่งยืนพร้อมรับอนาคต

4.บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) หรือ ORIGIN HOTEL (กลุ่มธุรกิจสร้างรายได้ประจำ): ครอบคลุมธุรกิจโรงแรม, อาคารสำนักงานให้เช่า และพื้นที่เชิงพาณิชย์ เดินหน้าแผนธุรกิจปี 2026 ด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอควบคู่กับการบริหารสินทรัพย์ตามโมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest โดยภายในปี 2026 มีแผนเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 4 แห่ง มูลค่า 5,915 ล้านบาท และอาคารสำนักงานรวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์ 4 แห่ง มูลค่ารวม 3,100 ล้านบาท นอกจากนี้ ในปีปัจจุบันยังมีแผนขายสินทรัพย์ (Divestment) โรงแรมอีก 4 แห่ง รวม 1,011 ห้อง มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดพิเศษได้มากกว่า 1,300 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตโรงแรมในระยะยาวตามโมเดลธุรกิจ

5.บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA (กลุ่มธุรกิจอินดัสเทรียล พร็อพเพอร์ตี้): ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้ารวมทั้งสิ้น 403,859 ตารางเมตร โดยเปิดดำเนินการแล้ว 382,000 ตารางเมตร มีอัตราการเช่าสูงถึงร้อยละ 95 สำหรับปีนี้มีแผนเปิดดำเนินการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มอีก 5 โครงการ พื้นที่กว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท พร้อมทั้งมีแผนนำสินทรัพย์ 4 โครงการ พื้นที่ 211,682 ตารางเมตร เข้าจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในชื่อ “ALPHA REIT”

ถึงเวลาที่ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการกระจายพอร์ตธุรกิจและการลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) ทั้งจากแผนการขายธุรกิจทำกำไร หรือการนำสินทรัพย์เข้ากอง REIT ได้อย่าง "ถูกที่ ถูกเวลา" ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเปิดรับพันธมิตรทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเข้าร่วมพัฒนาโครงการที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...