โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BBIK พุ่ง 9% รับกำไรปี 68 นิวไฮ 340 ลบ. อานิสงส์ลงทุน Digital-AI หนุนแบ็กล็อกแตะพันล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 04.44 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ณ เวลา 11:03 น. อยู่ที่ระดับ 22 บาท บวก 1.80 บาท หรือ 8.91% ราคาสูงสุด 22.20 บาท ราคาต่ำสุด 20.70 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 120.83 ล้านบาท

บริษัทเผยผลประกอบการปี 2568 นิวไฮ กำไรสุทธิอยู่ที่ 347 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 341 ล้านบาท เติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 301 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,545 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 1,506 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในหลายอุตสาหกรรม อาทิ การเงิน ประกันภัย พลังงาน การผลิต และกลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร รวมถึงการขยายฐานลูกค้าภาครัฐที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2567 มั่นใจผลการดำเนินงานปีนี้ยังโตแกร่ง

บลูบิค ยังได้ทำการเปิดตัวบริษัทลูก ‘บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด’ ซึ่งเป็นการรวมตัวของทีมงาน บริษัท บลูบิค วัลแคน จำกัด และหน่วยธุรกิจ Digital Excellence & Delivery หรือ DX ของบลูบิค เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการด้าน DX (พัฒนาระบบดิจิทัล แอปพลิเคชันและโซลูชัน) รองรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง รับดีมานด์การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันและการปรับใช้เทคโนโลยีในระดับองค์กรขาขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ของบริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 127 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อยู่ที่ 451 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและการใช้โมเดลธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจตลอดปี 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของทั้งปีเพิ่มขึ้นจาก 48% ในปี 2567 เป็น 50% ในปี 2568 ในส่วนของมูลค่างานคงเหลือ (Backlog) ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ของบริษัทฯ (รวมแบ็กล็อกของกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมทุน) อยู่ที่ 952 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้มากกว่า 777 ล้านบาทภายในปีนี้ และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2570 - 2573

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BBIK กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่ให้บลูบิคขับเคลื่อนโครงการสำคัญระดับ กลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการทำธุรกิจยุคใหม่ ที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวชี้วัดขีดความสามารถทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุด

ส่งผลให้ความต้องการขององค์กรธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น และการส่งมอบงานที่รวดเร็วแม่นยำกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ ‘บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด’ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างการทำงาน (Structure Transformation) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้าน Digital Excellence & Delivery ให้พร้อมรองรับเทรนด์เทคโนโลยีในทุกมิติ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระดับองค์กร และ AI Transformation ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการส่งมอบนวัตกรรมที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

“บริษัทฯ มองเห็นโอกาสการขยายตัวจากกระแสการปรับใช้เทคโนโลยีในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งแต่ละองค์กรมีความต้องการที่แตกต่างกันไปตามบริบทของตนเอง ดังนั้นทิศทางการดำเนินงานในระยะถัดไป บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการขยายการให้บริการที่ครอบคลุมและลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Digital Ecosystem ของลูกค้า ในระยะยาวด้วยนวัตกรรมและกลยุทธ์ที่แม่นยำ เพื่อปลดล็อกศักยภาพและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรลูกค้า” นายพชร กล่าว

นายปัญญา พรขจรกิจกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า การบริหารจัดการกำลังพลภายใต้ บลูบิค ดิจิทัล มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากกว่าเดิม เนื่องจากการทำงานแบบรวมศูนย์ (Centralization) ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำ Research & Development รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ (Innovation) จากเดิมที่เคยกระจัดกระจาย ให้มีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้น อีกทั้งการทำงานภายใต้แนวคิด “We don't deliver systems. We deliver outcomes.” ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพงานและกรอบเวลาการส่งมอบ จะทำให้บริษัทสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด และส่งมอบคุณค่าทางธุรกิจให้กับลูกค้า ได้อย่างแท้จริง

“ปัจจุบัน บลูบิค กรุ๊ป มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคฯ มากกว่า 1,000 คน ขณะที่ บลูบิค ดิจิทัล มีกว่า 500 ราย และมีแผนเพิ่มกำลังพล 10% ภายในปีนี้ เพื่อรองรับแผนการเติบโตและโครงการขนาดใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนยกระดับสู่การเป็น Strategic Tech Enabler ผ่านการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และ โซลูชันใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) และโอกาสในการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพ รวมถึงการดึงดูดพันธมิตรระดับโลก และบรรลุเป้าหมายการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ในอนาคตอีกด้วย” นายปัญญา กล่าวปิดท้าย

ด้านฝ่ายนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยบทวิเคราะห์หุ้น BBIK ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 126.7 ล้านบาท สูงกว่าที่ฝ่ายนักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ราว 18% และ 21% ตามลำดับ โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่กำไรเติบโต 25% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 87% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการใช้ทรัพยากรได้เต็มประสิทธิภาพ หลังบริษัทกลับมาเร่งรับงานในช่วงปลายปีเพื่อทดแทนการพลาดงานขนาดใหญ่ในไตรมาส 3/2568 ส่งผลให้รายได้เติบโต 10% เมื่อเทียบรายปี และ 18% เมื่อเทียบรายไตรมาส

สำหรับผลการดำเนินงานทั้งปี มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 340 ล้านบาท เติบโต 13% โดยมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ สิ้นปี 2568 ของ BBIK และบริษัทร่วมทุนอยู่ในกรอบ 950–1,000 ล้านบาท ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมา และยังอยู่ในระดับที่ดี แม้มีการส่งมอบงานจำนวนมากในช่วงไตรมาส 3/2568

ฝ่ายนักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–2570 ขึ้นเฉลี่ย 6.2% และปรับเพิ่มอีกเฉลี่ย 6.4% จากมุมมองเชิงบวกต่ออัตรากำไรที่ดีกว่าคาด โดยคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องจากทั้งรายได้และมาร์จิ้น จากแรงส่งของงานที่กลับมาหนาแน่น สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจมหภาคที่การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 4/2568 กลับมาสูงสุดตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 และแนวโน้มที่โลกและไทยกำลังเข้าสู่รอบการลงทุน (CAPEX Cycle) เพื่อยกระดับด้านดิจิทัลอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ความต้องการบริการของ BBIK ยังอยู่ในระดับสูงจากกลุ่มลูกค้าธนาคาร การเงิน ประกัน โทรคมนาคม Virtual Bank และภาครัฐ ซึ่งสอดรับกับ Backlog ที่มีอยู่และรองรับเป้าหมายรายได้ปี 2569 ของ KSS แล้วกว่า 40% ประกอบกับความสำเร็จของแผนบริหารทรัพยากรที่บริษัทตั้งเป้าไว้

ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปี 2569 และ 2570 จะเติบโตเชิงรุกที่ 14.1% และ 7.6% ตามลำดับ โดยระบุว่าความเสี่ยงจากการพัฒนา AI ที่รวดเร็วอาจกระทบรายได้ธุรกิจที่ปรึกษาและตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์ในระยะกลางถึงยาว แต่ในทางกลับกัน หากบริษัทสามารถใช้จุดแข็งด้านการบูรณาการความสามารถด้านที่ปรึกษาและ Digital Transformation ก็อาจช่วยลดผลกระทบและเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจรูปแบบใหม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวนมูลค่าเหมาะสมในอนาคต

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2569 ที่ 24.30 บาท และมองว่า BBIK เป็นหนึ่งในหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์สูงจากการเติบโตของรอบการลงทุนใหม่ โดยยังมีอัพไซด์เพียงพอสำหรับการลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...