โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทีทีบี จบโครงการซื้อหุ้นคืน ครั้งที่2 ซื้อได้ 71%ของวงเงิน เตรียมโครงการถัดไป เพื่อบรรลุเป้าหมาย 21,000 ล้านบาท

PPTV HD 36

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทีทีบี จบโครงการซื้อหุ้นคืน ครั้งที่2 ใน10วัน สามารถซื้อหุ้นคืนได้ 71% ของวงเงิน เตรียมโครงการถัดไปให้บรรลุเป้าหมาย วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท

จากที่ ทีทีบี ได้ประกาศปรับแผนการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 ให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม พร้อมเพิ่มวงเงินซื้อคืนขึ้นเป็น 8,900 ล้านบาท โดยใช้วิธีการเสนอซื้อเป็นการทั่วไป (General Offer) ในราคา 2.03 บาทต่อหุ้น ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2569 ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2569 ภายหลังสิ้นสุดโครงการ ธนาคารได้รายงานการซื้อหุ้นคืนเป็นจำนวน 6,283 ล้านบาท หรือคิดเป็น 71% ของวงเงินซื้อคืนที่กำหนดไว้

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า สำหรับเป้าหมายของทีทีบีในปี 2569 นี้ นอกเหนือจากการช่วยเหลือลูกค้าแก้หนี้อย่างยั่งยืน ธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะบริหารผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นผ่านการทำ Capital Management ซึ่งหนึ่งในแผนงาน ได้แก่ โครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี (ปี 2568-2570) วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง

ทั้งนี้ การซื้อหุ้นคืนเป็นเป็นกลไกที่ธนาคารใช้คืนเงินทุนส่วนเกินให้กับผู้ถือหุ้นที่ต้องการสภาพคล่องและผลตอบแทนในรูปแบบ Capital Gain จากการขายหุ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นปัจจุบัน (Existing Shareholder) เพราะการซื้อหุ้นคืนจะทำให้จำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์ลดลง และส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนั้นการซื้อหุ้นคืนก็ช่วยหนุนให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงมากขึ้นเช่นกัน

สำหรับความคืบหน้าของโครงการซื้อหุ้นคืนของทีทีบี ในภาพรวมธนาคารดำเนินการซื้อหุ้นคืนไปแล้ว 2 ครั้ง มีมูลค่ารวม 11,386 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนหุ้นซื้อคืน 5,783 ล้านหุ้น หรือ 5.9% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ซึ่งหากใช้ระดับกำไร ณ สิ้นปี 2568 ที่ 20,639 ล้านบาท มาเป็นตัวอย่างในการประเมินผลประโยชน์จากการซื้อหุ้นคืน 2 ครั้งที่ผ่านมา พบว่า EPS และ ROE ของปี 2568 หลังการซื้อหุ้นคืนมีระดับที่ดีกว่ากรณีที่ไม่มีโครงการซื้อหุ้นคืนประมาณ 5% และ 40 basis points ตามลำดับ สะท้อนผลจากการบริหารส่วนทุนอย่างมีประสิทธิภาพโดยการลดสภาพคล่องส่วนเกินให้มีความเหมาะสม

ภายหลังการซื้อหุ้นคืน ธนาคารยังคงมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนเงินกองทุนยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 19% สะท้อนความพร้อมในการรองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตและการบริหารผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการจ่ายเงินปันผล

ในด้านการจ่ายเงินปันผลนั้น ธนาคารได้ยกระดับการจ่ายเงินปันผลจากอัตรา 30-35% ในช่วงก่อนรวมกิจการ มาอยู่ที่อัตรา 60% (อัตราเงินปันผลระหว่างกาล ในปี 2568) ซึ่งคิดเป็น Dividend Yield ที่ราว 6-7% ถือได้ว่าทีทีบีเป็นหนึ่งในธนาคารที่ส่งมอบผลตอบแทนให้กับ Existing Shareholder ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายซื้อหุ้นคืนวงเงินรวม 21,000 ล้านบาท โดยยังมีวงเงินซื้อหุ้นคืนคงเหลือประมาณ 9,600 ล้านบาท ซึ่งจากการที่ธนาคารสามารถดำเนินโครงการที่ 2 ได้เร็วกว่ากำหนดเดิม จึงทำให้มีความยืดหยุ่นในแง่ของกรอบเวลาและสามารถดำเนินโครงการถัดไปได้เร็วขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ดี ธนาคารจะพิจารณากำหนดรูปแบบและวิธีการซื้อหุ้นคืนให้เหมาะสมกับแนวโน้มภาวะตลาดทุน เพื่อให้การซื้อหุ้นคืนในแต่ละครั้งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดไทม์ไลน์การ "ขอซื้อหุ้นคืน" ของธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb)

ทีทีบี ปักธงกลยุทธ์ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้ “ผ่อนดี.. มีรางวัล”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทีทีบี จบโครงการซื้อหุ้นคืน ครั้งที่2 ซื้อได้ 71%ของวงเงิน เตรียมโครงการถัดไป เพื่อบรรลุเป้าหมาย 21,000 ล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...