TASCO ขอซื้อน้ำมันเวเนฯ ลุ้นฉลุยก่อนสิ้นปีดันกำไร
#TASCO #ทันหุ้น – TASCO ปรี่ติดต่อซื้อน้ำมันดิบเวเนซุเอลา คาดรู้ผลอนุญาตในปีนี้ ชูประสิทธิผลในการผลิตยางมะตอยสูงกว่าน้ำมันดิบแหล่งอื่นหนุนกำไรเข้มขึ้น ส่วนเป้าขายยางมะตอยปี 2569 คาดทรงตัวที่ 1.15 ล้านตัน มุ่งกลยุทธ์ดันขายเกรดพรีเมียม มองราคากำลังปรับตัวดี หมดห่วงขาดทุนด้อยค่า ด้านก่อสร้างยังแน่นกำแบ็กล็อก 6.8 พันล้านบาทกินยาว 2 ปี
นายชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากในเดือนมกราคม 2569 จากการที่สหรัฐอเมริกา อนุมัติให้ซื้อและขายน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาได้ สอดคล้องกับเจตนาและยุทธศาสตร์การจัดหาวัตถุดิบ บริษัทกำลังติดตามการขอใบอนุญาต (General License) จากสหรัฐอเมริกาเพื่อกลับไปซื้อน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาอีกครั้ง หลังจากที่ต้องหยุดไปตั้งแต่ปลายปี 2563 เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตร
@รอข่าวดีไม่เกินสิ้นปี
ปัจจุบันบริษัทกำลังติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิดเพื่อบรรลุ 2 ขั้นตอนสำคัญคือ 1. ต้องได้รับอนุญาตจากสหรัฐ ก่อน และ 2. บริษัทต้องกลับไปติดต่อเจรจาซื้อขายกับทางเวเนซุเอลาโดยตรง บริษัทหวังว่าจะมีความคืบหน้าภายในปีนี้
น้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาเป็นวัตถุดิบที่ให้Yield (ผลผลิตยางมะตอย) สูงที่สุดถึงกว่า 70% ซึ่งสูงกว่าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น เช่น โคลอมเบีย บราซิล ที่ให้ผลผลิตเพียง 50-65% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากมีการอนุญาตให้ซื้อขายได้มากขึ้น ราคาน้ำมันดิบในตลาดก็อาจปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นด้วย
“บริษัทเองก็กำลังติดตามเรื่องอยู่ และก็ได้ทำเรื่องไปที่กระทรวงต่างประเทศอีกครั้งหนึ่งแล้ว เรื่องของเราที่เคยร้องขอกลับมาซื้อขายน้ำดิบจากเวเนซุเอลา ถ้าเมื่อไหร่ทางประเทศสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้เราสามารถซื้อขายจากประเทศเวเนซุเอลาได้เราก็จะชี้แจงต่อไป ก็หวังว่าจะมีข่าวเพื่อจะเรียนให้ทุกๆ ท่านทราบภายในปีนี้” นายชัยวัฒน์ กล่าว
@แนวโน้มธุรกิจยางมะตอย
สำหรับแนวโน้มธุรกิจยางมะตอยปี 2569 น่าจะยังคงเป็นปีที่ดีสำหรับการขายในประเทศโดยมีปัจจัยสนัยสนุนจากการที่งบประมาณภาครัฐบาลได้รับการจัดสรรเรียบร้อยแล้ว และโดยปกติในช่วงไตรมาสที่ 1 เป็นช่วง High Season ของการขายในประเทศ ซึ่งปีนี้มีแนวโน้มยังดีต่อไปถึงช่วงไตรมาส 2/2569 พร้อมกับคาดหวังจะได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น
สำหรับยอดขายในต่างประเทศมีทั้งโอกาสและความท้าทาย เช่น เวียดนาม เป็นตลาดที่ยังคงมียอดขายที่ดีมากอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสสูงในการขยายตลาดสินค้าเกรดพรีเมียม, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นตลาดที่บริษัทสามารถทำยอดขายได้ดีและมีส่วนแบ่งการตลาดที่สม่ำเสมอในระดับสูง เช่นเดียวกับ ลาว ที่น่าจะยังคงรักษาระดับยอดขายที่ดีไว้ได้
ทว่าบางตลาดคือ อินโดนีเซีย ยอดขายในปีที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามเป้าหมายเนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันปรับเปลี่ยนนโยบาย โดยลดงบประมาณสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนและโครงการเมืองหลวงใหม่ ส่วนจีนเกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากในตลาด และกัมพูชา ปัจจุบันบริษัทต้องหยุดการขายชั่วคราวเนื่องจากปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นต้น
@เป้าหมายและกลยุทธ์
ภาพรวมเป้าหมายปริมาณการขายยางมะตอยรวมทั้งในและต่างประเทศปีนี้อาจทรงตัวเทียบกับปี 2568 ไว้ที่ประมาณ 1.15 ล้านตัน เนื่องจากในประเทศมีฐานสูงเป็นประวัติการณ์จากงบประมาณภาครัฐบาลที่ออกมามาก ส่วนต่างประเทศคาดยอดขายจะเริ่มเข้ามาอย่างชัดเจนหลังจากพ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นต้นไปและบริษัทจะมุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายสินค้ากลุ่มพรีเมียมเพื่อเพิ่มอัตรากำไร
ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้ซื้อยางมะตอยสำเร็จรูปจากโรงกลั่นอื่นมาจำหน่ายแทนการผลิตเองในปริมาณสูง ทำให้บริษัทมีอำนาจต่อรองด้านราคา ก่อผลดีให้มีต้นทุนที่สามารถแข่งขันในตลาด อีกทั้งบริษัทยังมีนโยบายผลักดันการขายยางมะตอยเกรดพรีเมียม(Premium Grade) ให้มีสัดส่วนประมาณ 20-25% ของพอร์ตการขายรวม เนื่องจากเป็นสินค้าที่ทำกำไรได้สูงกว่าเกรดปกติตั้งแต่ 10% ถึง 60%
@ความเสี่ยงขาดทุนลดลง
ด้านแนวโน้มราคาราคายางมะตอยในภูมิภาคกำลังปรับตัวดีขึ้นตามกลไกตลาดหลังจากเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลทำงาน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดทุนปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ หรือ (NRV Loss) ที่เคยเกิดขึ้นรุนแรงในปีที่ผ่านมาเพราะสภาวะราคาผิดปกติ ซึ่งทิศทางราคาเป็นปัจจัยที่คาดคะเนให้แม่นยำได้ยากมาก แต่ก็มั่นใจปีนี้สถานการณ์จะดีขึ้น ความเสี่ยงเรื่อง NRV ลดลงแล้วจึงไม่น่าจะมีการขาดทุนส่วนนี้หรือขาดทุนไม่มากแล้ว
นายสรนารถ นันทมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจประเทศไทยTASCO เปิดเผยเพิ่มเติมถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นฐานรายได้ราว 7-8% ของรายได้รวมว่า รายได้จากงานก่อสร้างถือเป็นส่วนสำคัญที่สร้างรายได้ที่แน่นอน โดยปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 6,800 ล้านบาท คาดการณ์ว่าจะสามารถรับรู้รายได้ระหว่างปี 2569-2570 ได้ประมาณ5,000 ล้านบาท จากทั้งปี 2568 มีรายได้รับเหมาก่อสร้างเท่ากับ2,167 ล้านบาท