โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

นายก อบต.แม่สามแลบ วอนรัฐเห็นใจชาวบ้าน ปมถนนในป่าแม่ฮ่องสอน

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายก อบต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เผยชาวบ้านให้ความร่วมมือกับรัฐด้วยดีมาโดยตลอด แต่หากทางรัฐไม่เห็นความสำคัญของถนนที่ชาวบ้านต้องการถ้าเป็นแบบนี้อีกต่อไปเขาก็ไม่อยากให้ความร่วมมือ ทั้งเรื่องการดับไฟป่าที่กำลังจะมาถึง และเรื่องอื่นๆ ที่ทางการมักขอความร่วมมือจากชาวบ้าน

วันที่ 24 ก.พ.69 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า กรณีการตัดถนนผ่านเขตอุทยาน ระหว่างบ้านห้วยกองเป๊าะ อ.แม่ลาน้อย – บ้านวาทู อ.แม่สะเรียง ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่หลังจากมีการปูดข่าวจากอดีตข้าราชการของกรมอุทยาน จนนำไปสู่การจับกุมคนทำผิดปรับปรุงผิวถนน ทั้งที่ได้มีการทำประชาพิจารณ์และชาวบ้านต่างเห็นชอบไปแล้วนั้น ข้อเท็จจริงหากเจ้าหน้าที่รัฐไม่ชี้นำการการปรับปรุงผิวถนน ชาวบ้านก็ไม่เข้าร่วมประชุมและเห็นชอบให้มีการปรับปรุงผิวถนน แต่เนื่องด้วยเส้นทางดังกล่าว เป็นเส้นทางที่มีมานานมากแล้วและเมื่อถึงฤดูฝนจะเป็นเส้นทางที่สำคัญในการสัญจรระหว่าง บ้านเสาหิน ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง กับ บ้านห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย ที่ร่นระยะทางได้มาก โดยเส้นทางแม่สะเรียงเสาหินระยะทาง 90 กว่า กม. ใช้เวลาเดินทางกว่า 5 ชั่วโมง ขณะที่เส้นทางห้วยกองเป๊าะ - บ้านวาทู ระทางเพียง ไม่ถึง 10 กม. การเอาระเบียบและข้อกฎหมายมาจัดการปิดถนน เป็นการสร้างความกระทบต่อราษฎรในพื้นที่โดยตรง

ชาวบ้านไม่ได้ขู่หรือเอาเรื่องไฟป่ามาต่อรองเจรจาใดๆ เพียงแต่ต้องการสะท้อนให้เกิดความเข้าใจในความต้องการ และความเดือดร้อน-ความยากลำบากของชาวบ้านในพื้นที่ ที่ชุมชนถูกประกาศทับด้วยเขตป่า และอยากให้สังคมเข้าใจว่า ถนนเส้นนี้มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพวกเขา ทั้งเรื่องการเดินทาง การรักษาพยาบาลในส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน การศึกษา และการขนส่งผลผลิตต่างๆ รวมถึงส่วนงานราชการ สัญจร สะดวกปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินในการสัญจร

จึงขอให้หน่วยงานภายใต้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเพื่อหาแนวทางสร้างความร่วมมือมากกว่าก่อให้เกิดความขัดแย้งจนบานปลาย เพราะพวกเราอยู่ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มายาวนาน มีความผูกพันกับป่า พวกเขาไม่ได้ต้องการทำลายป่า แต่ต้องการอยู่ร่วมกับป่า อย่างสมดุล พึ่งพาซึ่งกันและกัน คนอยู่ได้ ป่าและสัตว์ อยู่ร่วมกันได้ ดังนั้น อยากเสนอให้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ หน่วยงานท้องถิ่น และตัวแทนชุมชน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับถนนเส้นนี้ และหาทางออกร่วมกัน มากว่าจะมาบังคับใช้กฎระเบียบหรือขั้นตอนของกฎหมายที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อชุมชนในเขตป่า จนกลายเป็นจำเลยของสังคม จนบานปลายสู่ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงาน ชาวบ้านกับชาวบ้าน จนไม่สามารถจะแก้ไขได้

ส่วนไหน ขั้นตอนใด ทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ว่ากันไป ที่ผ่านมาชาวบ้านสะท้อนว่า เขาได้ให้ความร่วมมือในการป้องกันไฟป่า และดูแลทรัพยากรธรรมชาติ อย่างเต็มที่มาโดยตลอด และหวังว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะรับฟังเสียงของชุมชนด้วยความเป็นธรรม พวกเขาไม่ได้เอาไฟป่ามาเป็นตัวประกัน หรือต่อรองแต่อย่างใด เป็นเพียงเสียงสะท้อนจากชาวบ้านว่าถ้าเป็นแบบ ต่อไปเขาก็ไม่อยากให้ความร่วมมือ ทั้งเรื่องการดับไฟป่าที่กำลังจะมาถึง และเรื่องอื่นๆ ที่ทางการมักขอความร่วมมือจากชาวบ้าน

ที่ผ่านมาชาวบ้านให้ความร่วมมือในการปกป้องดูผืนป่า ป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติมาโดยตลอด แต่หากขอความเห็นใจจากเหตุผล ที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้ ต่อไปเขาก็ไม่อยากให้ความร่วมมือเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องไฟป่าที่ใกล้มาถึง ซึ่งชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่ได้ช่วยกันให้ความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่และแลกด้วยชีวิต บางพื้นที่เกิดเหตุชาวบ้านไปดับไฟจนเกิดถูกไฟคลอกจนเสียชีวิตก็เกิดมาแล้ว

ยังมีบาดแผลอีกหลายเรื่องในการปกป้องทรัพยากร ดูแลป่า ในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องที่จะต้องสร้างความเข้าใจ เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในการแก้ปัญหาร่วมกัน มากกว่าจะสร้างความขัดแย้งในสังคม ระหว่างสังคมเมืองและชนบท ก่อความหมักหมมของปัญหา จนลุกลาม กลายเป็นไฟในใจของผู้คนชายขอบที่อาศัยในผืนป่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...