ผบ.ตร.สั่งล่าด่วน! ระดมมือปราบ ภ.7 - กองปราบ ล่ามือฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรมหัวหิน ย้ำไม่ปล่อยลอยนวล
ผบ.ตร.สั่งล่าด่วน! ระดมมือปราบ ภ.7 - กองปราบ ล่ามือฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรมหัวหิน ย้ำไม่ปล่อยลอยนวล เพิ่มความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยพื้นที่
วันนี้ (20 มกราคม 2569 ) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนที่สุดให้ตำรวจภูธรภาค 7 และกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการสอบสวนกลาง ไล่ล่าผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรมหัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ชี้เป็นภัยสังคมร้ายแรง ต้องดำเนินคดี รองโฆษก ตร. ระบุว่า ผบ.ตร. ได้รับรายงานเหตุดังกล่าวจากตำรวจภูธรภาค 7 ( ภ.7) แล้ว และได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อีกทั้งยังเกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ
เพื่อให้การติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ จึงได้มี ข้อสั่งการด่วนที่สุด ไปยัง พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ดำเนินการเร่งรัดการจับกุมตัวคนร้าย
“ผบ.ตร.สั่งการให้ระดมชุดสืบสวน ทั้งจากสืบสวนภาค 7, และกองปราบปราม ปูพรมไล่ล่าติดตามตัว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหัวหิน มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าคนร้ายจะหลบหนีไปซุกซ่อนตัว ณ ที่ใด เนื่องจากเป็นบุคคลอันตราย กำชับพนักงานสอบสวนให้รวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และพยานแวดล้อมต่าง ๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้สำนวนคดีมีความแน่นหนา“
ทั้งนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 7 เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะสถานประกอบการและโรงแรมที่เปิดให้บริการในเวลากลางคืน เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำ และสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและชาวหัวหิน
รองโฆษก ตร. กล่าวย้ำว่า ผบ.ตร. ได้กำชับว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่ปล่อยให้คนร้ายรายนี้ลอยนวลเด็ดขาด และขอฝากเตือนไปยังใครที่คิดจะให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือผู้ต้องหาในการหลบหนี ท่านจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นเบาะแสของคนร้าย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ